
'สีหนาท'ยันปปง.ไม่พบข้อมูลไซฟ่อนเงิน
'สีหนาท' ยัน ปปง.สิงคโปร์-ฮ่องกง ไม่พบข้อมูลไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้าน เชื่อเงินผิดกม.ถูกเก็บในปท.ในรูปแบบเงินสด เพราะใช้จ่ายคล่องตัวกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 55 พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. แถลงข่าวรูปแบบระบบโพยก๊วนเงินในประเทศไทยว่า ปปง.ไทยได้ประสานกับปปง.สิงคโปร์ และปปง.ฮ่องกง ให้ตรวจสอบข้อมูลการอายัดเงิน 16,000 ล้านบาท ที่มีข่าวระบุว่า ถูกไซฟ่อนไปจากประเทศไทย ซึ่งผลการตรวจสอบปปง.ฮ่องกง และสิงคโปร์ ยืนยันว่า ไม่มีการยึดอายัดทรัพย์ นอกจากนี้การนำเงินสดผ่านการโพยก๊วน ไปขอเปิดบัญชีในธนาคารต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะกฎหมายค่อนข้างเข้มงวด รวมถึงการโพยก๊วนเข้าไปในบ่อนคาสิโนในมาเก๊า ซึ่งมีความเป็นไปได้ แต่ทำได้ยาก เพราะมีกฎหมายควบคุมคาสิโนอย่างเคร่งครัด ดังนั้นเชื่อว่าหากมีเงินผิดกฎหมายจำนวนมากจริง เงินเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในประเทศ ในรูปแบบเงินสด ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้คล่องตัวกว่าการเก็บไว้ในรูปแบบทองคำ ซึ่งร้านทองต้องรายงานธุรกรรมต้องสงสัยกับปปง.
เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า การโพยก๊วนเงิน ถือเป็นการโอนเงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะใช้กับธุรกิจที่ผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย เพื่อหักบัญชีทางการค้า โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มทัวร์ท่องเที่ยว ร้านรับแลกเงิน ร้านทอง และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนการค้า ซึ่งปปง.จะเร่งออกหลักเกณฑ์ เพื่อให้ครอบคลุมกับบริษัทเหล่านี้ สำหรับแก๊งโพยก๊วนในไทยมีประมาณ 10 กลุ่ม ทุกกลุ่มเชื่อมโยงถึงกัน ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเยาวราชหรือสะพานควาย เงินที่ถูกโพยก๊วนออกไปปลายทางจะอยู่ในฮ่องกงและสิงคโปร์เป็นหลัก โดยเงินจะไม่ถูกพักไว้นาน เมื่อได้รับจะถูกส่งออกนอกประเทศทันที สำหรับไทยมีเงินผิดโพยก๊วนเข้ามาจากธุรกิจบ่อนพนันในประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเข้ามาในจังหวัด ตาก เชียงใหม่ นครพนม และหนองคาย เนื่องจากระบบธนาคารในประเทศเพื่อนบ้านขาดเสถียรภาพ นักพนันจึงเลือกที่จะขนเงินกลับเข้ามาในประเทศมากกว่า
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 51-55 พบรายการขนเงินทั้งเข้าและออก รวมกันจำนวน 14,470 ครั้ง แบ่งเป็น ยอดขนเงินเข้ารวม 193,327 ล้านบาท ยอดเงินที่ขนออก 345,437 ล้านบาท ซึ่งจะพบว่าการขนเงินออกมากกว่าขนเข้า ประมาณครึ่งหนึ่ง โดยเงินที่ขนเข้ามากจากหลายกลุ่มประเทศ อาทิ ยุโรป ส่วนมากจะมาจาก กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ยุโรปตอนใต้ เช่น ตุรกี ตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอเชียใต้ เช่น อินเดีย เอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง โดยเฉพาะฮ่องกง ซึ่งมีความถี่และมูลค่าในการขนเงิน ทั้งขาเข้าประเทศไทยและขาออกจากประเทศไทยปลายทางฮ่องกง สูงเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากกฎหมายฮ่องกงไม่จำกัดวงเงินที่ต้องสำแดงในการนำเข้า จึงทำให้เป็นที่นิยมของแก๊งโพยก๊วน นอกจากนี้ยังพบการโพยก๊วนเงินระหว่างประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว พม่า และประเทศออสเตรเลีย
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของการใช้โพยก๊วน เป็นการนำเงินออกนอกประเทศ โดยหลีกเลี่ยงภาระที่จะต้องทำรายงานการเคลื่อนย้ายเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และเป็นการหลบเลี่ยงที่จะไม่ทำรายงานธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่อยู่ในความควบคุมของรัฐ ซึ่งส่งผลไม่ให้ต้องทำธุรกรรมทางการเงินให้แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย โดยผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการใช้โพยก๊วนอย่างผิดกฎหมาย ได้แก่ ธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินเถื่อน มีการเปิดธุรกิจบังหน้าเพื่อลักลอบขนเงินจากบ่อนการพนัน เงินจากยาเสพติด และธุรกิจฟอกเงินภายใต้เครือข่ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนเงินทุจริตที่นักการเมืองใช้นอมินีทำธุรกรรมแทนนั้น ยอมรับว่าตรวจสอบได้ยาก เพราะยากที่จะพิสูจน์ว่าเป็นนอมินีของใคร
"การทำโพยก๊วนมีมานาน เป็นการส่งเงินให้กันระหว่างประเทศ โดยไม่ปรากฏหลักฐานการทำธุรกรรมผ่านสถาบันการเงิน มุ่งปกปิดสถานะของผู้ทำธุรกรรม ไม่จำเป็นต้องรู้จักตัวตนของลูกค้าทั้งสองฝ่าย ผ่านผู้ทำโพยก๊วน ติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ไปแต่คำสั่งจากต้นทางไปปลายทาง ตัวเงินไม่ต้องไป หลีกเลี่ยงการถือเงินสดผ่านแดน ไม่ต้องสำแดงตน พ่อค้าการเงินนอกระบบหรือ "ตัวแทนหักบัญชี" โดยผู้ที่มีสิทธิจะได้รับเงินจากพ่อค้าการเงินนอกระบบหรือตัวแทนหักบัญชี (Clearing Agent) ได้นั้นก็คือต้องบุคคลที่มี "หลักฐานการรับเงิน" หรือ "โพย" เท่านั้น ในสมัยอาม่าของเราก็จะมีพ่อค้าคนกลางนี้ เป็นผู้นำเงินไปสู่ผู้รับ โดยการเดินทางไปเมืองจีนโดยคิดค่าบริการ 5-7% แต่ปัจจุบันการทำโพยก๊วนไม่ค่อยได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จะหันไปใช้การโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตรวจสอบได้ยากและได้รับเงินทันที"
เลขาธิการปปง. กล่าวด้วยว่า แม้ในปัจจุบันระบบการเงินการธนาคารจะเจริญก้าวหน้ากว่าในอดีต แต่ระบบ "โพยก๊วน" นี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและนักธุรกิจ เนื่องจากความเชื่อที่ว่าระบบการเงินถูกควบคุมโดยกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มากมายจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน ปัจจุบันระบบ "โพยก๊วน" ยังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มของแรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ในการทำธุรกรรมการเงินในระบบของธนาคารพาณิชย์ในการส่งเงินไปให้ญาติพี่น้อง โพยก๊วนจึงเป็นการเงินนอกระบบกุมหลอดเลือดแห่งระบบเศรษฐกิจเป็นเส้นทางสู่เจ้าสัว และสายสัมพันธ์กับญาติต่างแดนจนถึงระบบการฟอกเงินได้



