
'สุริยะใส'พอใจปปช.ตั้งอนุฯไต่สวน'3จี'
'สุริยะใส' ชี้มติ ปปช. ตั้งอนุฯสอบ '3 จี' มาถูกทาง แนะขยายผลสอบเตรียมการประมูล หลังพบพิรุธหลายประการเข้าข่ายล็อกสเปคแต่ต้น ผิด ม.157 หรือไม่ ยันไม่มีขบวนการล้ม
26 ต.ค.55 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า เห็นด้วยและต้องขอบคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ที่มีมติตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนตรวจสอบกรณีการประมูล 3G ว่าเข้าข่ายขัด พรบ.ฮั้วประมูลหรือไม่ ซึ่งแนวที่ปปช.วางไว้คือการสอบทั้งในส่วนพฤติกรรมของเอกชนผู้เข้าประมูล และในส่วนที่เป็นพฤติกรรมของคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
ในคำร้องของผมได้เสนอให้ ปปช.ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของกทค.ด้วยว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ด้วยหรือไม่ ซึ่งอนุฯ ปปช.สามารถเรียกเอกสาร บันทึกการประชุมหรือการเตรียมการก่อนการประมูลจะพบความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง มาตั้งแต่ต้นว่าเป็นการล๊อกสเปคหรือไม่ เช่น การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในประกาศครอบงำฯเพื่อให้เอกชนต่างชาติมี คุณสมบัติเข้าประมูลได้ ซึ่งขัดกับ พรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม
การยกเลิกหลักเกณฑ์ที่ผู้ได้รับอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ต้องคืนคลื่น เก่าที่มีอยู่เดิม (โดยเฉพาะจากสัมปทาน) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทั้งที่มีหลักเกณฑ์นี้ในกฎการประมูลฉบับเดิมอยู่แล้ว และต้องดำเนินการตามนโยบายคืนคลื่นความถี่ การอนุญาตให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3G ล่วงหน้ามา เป็นปีทั้งๆ ที่ยังไม่มีผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งนอกจากผิดขั้นตอนแล้ว ยังเป็นการให้ประโยชน์แก่เอกชนไว้ล่วงหน้าก่อนการประมูลโดยไม่เหมาะสม ทำให้เอกชนลงทุนสร้างโครงข่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่มีใครอยากเข้าประมูลเพื่อแข่งขันในตลาดที่มีความได้เปรียบ เสียเปรียบสูงเช่นนี้
การยกเลิกหลักเกณฑ์ N-1 โดยไม่มี เหตุผลสมควร ทำให้ไม่มีการแข่งขันการประมูล N-1 เป็นการ ประกันว่าจะมีการแข่งขัน หากมีผู้เข้าประมูลน้อย และหากมีผู้เข้าประมูลมากก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการประมูล
การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่บนสมมุติฐานที่ผิดจากความจริงให้เป็นประโยชน์แก่เอกชน ทั้งๆ ที่รู้ว่าปัจจุบันตลาด 3G เกิดขึ้นแล้วมีมูลค่า มหาศาล จากการให้บริการที่มีอยู่ของผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย ทำให้ปัจจุบันมีความเสี่ยงน้อยมากในการลงทุน ไม่เหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนที่ยังไม่เกิดตลาด 3G จึงประเมินราคาบนพื้นฐานความเสี่ยงสูงกว่า แต่กสทช.กลับประเมินได้ราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง
การยกเลิกหลักเกณฑ์ในรายละเอียดที่มีผลอย่างสำคัญในตลาดได้แก่ยกเลิกการกำหนดให้มี MVNO ในใบอนุญาต 3G ทำให้ไม่มีการแข่งขันและยกเลิกหลักเกณฑ์กำหนด ให้มี roaming 2G และ 3G ทำให้ไม่มี ผู้ให้บริการรายใหม่กล้าเข้ามาแข่ง หากตนเองไม่มี 2G เดิม หรืออาจพูดอีกอย่างได้ว่า กสทช. ตั้งสมมุติฐานไว้เรียบร้อยแล้วว่า ผู้ให้บริการ 3G คือผู้ให้บริการ 2G เดิม
ทั้งนี้ตนไม่ค่อยสบายใจที่มีข่าวว่า ปปช.จะเชิญตัวแทนจากทางฝ่ายอัยการมาร่วมเป็นอนุกรรมไต่สวนด้วย เพราะมีอัยการหลายคนไปนั่งเป็นอนุกรรมการหลายชุดใน กทค.อาจเกิดกรณีการมีส่วนได้เสียเกิดขึ้น จึงควรเชิญนักวิชาการ นักกฎหมายที่มีความอิสระและน่าเชื่อถือเข้ามาแทนจะดีกว่า อีกทั้งอนุกรรมการไม่ควรใช้เวลาเนิ่นนานเกินไปเพราะฝ่าย กทค.พยายามรวบรัดออกใบอนุญาตภายในวันที่ 20 พย.นี้ หากผลการไต่สวนออกมาภายหลังจะเกิดปัญหาที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อนมากขึ้น เช่น กรณี True กับ CAT ที่อนุฯปปช.ชี้มูลความผิดมากกว่า 3 เดือนแล้ว แต่ปปช.ชุดใหญ่ยังไม่ดำเนินการใดๆ
ส่วนการตั้งคณะกรรมการโดยกทค.เพื่อตรวจสอบการประมูลครั้งนี้นั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะกทค.ตั้งธงและรับรองการประมูลไปแล้วและข้อพิพาทเรื่องนี้เลยขั้นตอนการตรวจสอบภายในกันเองไปไกลแล้วตอนนี้เป็นหน้าที่ของปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดินและศาล เท่านั้น
อยากบอกกทค.บางคนว่าไม่มีขบวนการล้ม 3G ทุกฝ่ายอยากให้มี 3G ทั้งนั้น แต่ที่ส่วนต่างๆ ออกมาตรวจสอบครั้งนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมการประมูลที่ไม่โปร่งใสทั้งในส่วนของเอกชนกับ กทค.เท่านั้น อย่าพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพราะถ้าการประมูลโปร่งใสแรงต้านคงไม่มีน้ำหนักขนาดนี้



