
'ผบ.ตร.'สั่ง'บช.น.'รับมือม็อบสนามม้า
'ผบ.ตร.' สั่ง 'บช.น.' รับมือม็อบสนามม้า เชื่อไร้มือที่3ป่วน จี้ 'บก.น.5' เร่งรัดคดีแบกโลงประท้วง ชมเชย สว.-สส.-ตร.นราธิวาส กล้าหาญตอบโต้โจรใต้
26 ต.ค.55 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมในวันที่ 28 ตุลาคม ที่ สนามม้านางเลิ้ง ว่า จากการติดตามทางการข่าวพบว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุม ไม่เกิน 1,500 คน และการข่าวก็ยังไม่พบว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีเหตุรุนแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ได้สั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้เตรียมแผนดูแลแล้ว โดยเบื้องต้นให้เตรียมกำลังตำรวจไว้ 3 กองร้อย ดูแลความปลอดภัย รวมถึงตั้งจุดตรวจอาวุธก่อนเข้าสู่พื้นที่ชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าการชุมนุมอาจมีการยกระดับ อย่างไรก็ตามจากการประสานกับแกนนำผู้ชุมนุม ยืนยันการชุมนุมครั้งนี้จะไม่ยืดเยื้อ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 17.00น. ของวันที่ 28 ตุลาคม
'ผบ.ตร.' จี้ 'บก.น.5' เร่งรัดทำคดี 'แบกโลงประท้วง'
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณี ญาตินายนายดวงเด่น โพธิ์ทอง 22 ปี ถูกปาดคอเสียชีวิตในสถานบันเทิงชื่อแกะดำ เขตประเวศ นำศพมาประท้วงขอความเป็นธรรมให้เร่งดำเนินคดี ว่า ตนทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล5 (บก.น.5) พื้นที่ที่เกิดคดี ดำเนินการแก้ไข ดำเนินการทางคดีโดยเร่งด่วยโดยเร่งด่วนแล้ว
ชมเชย สว.-สส.ตากใบ-ตร.นราธิวาส กล้าหาญตอบโต้โจรใต้
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ออกประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เรื่องชมเชนการปฏิบัติราชการ กรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและ สถานีตำรวจน้ำ อ.ตากใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หลายจุด เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนีไปพบจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำกำลังโดบ พ.ต.ท.วีระยุทธ ตาสีพันธ์ สว.สส. สภ.ตากใบ จนเกิดการต่อสู้กันทำให้คนร้ายถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา
“กรณีนี้ ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนเผชิญเหตุ ด้วยความทุ่มเทเสียสละอย่างกล้าหาญ เต็มความสามารถ ตามยุทธวิธี และการใช้ไหวพริบปฏิภาณ จนสามารถติดตามและยุติการกระทำของคนร้ายได้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาจำกัด และเกิดผลดีต่อทางราชการ ฉะนั้นจึงขอชมเชย ตำรวจภูธรจ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ตากใบและพ.ต.ท.วีระยุทธ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานและข้าราชการตำรวจต่อไป” ผบ.ตร.ประกาศชมเชย
'บช.น.'ดึงเครื่องตรวจสารเสพติดผ่าน'ผิวหนัง-ช่องปาก'
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. แถลงข่าวและสาธิตการใช้เครื่องตรวจหาสารเสพติดทางผิวหนังและช่องปาก ราคาประมาณ 3 ล้านบาทต่อเครื่อง ซึ่งเป็นการทดสอบเครื่องก่อนจะทำการจัดซื้ออีกครั้ง
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย หากการทดสอบได้ประสิทธิภาพและมีการลงความเห็นว่าเหมาะสม ก็จะนำไปใช้ในการเข้าตรวจสถานบันเทิงหรือสถานบริการ ว่ามีการใช้สารเสพติดหรือไม่ ซึ่งระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมาชุดตรวจสอบสถานบันเทิงของพล.ต.ต.อดุลย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด
"แม้จะมีกระแสต่อต้านหรือปัญหาต่างๆ ตามมา แต่ในการประชุมทุกครั้งตนได้กำชับอยู่ตลอดว่า ให้ปฏิบัติอย่างจริงจังด้วยความถูกต้อง โปร่งใส่ ไม่เลือกปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลงไปทำงานไม่ต้องหวั่นไหว ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบ ขอให้สบายใจได้ " ผบช.น. กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจหาสาเสติดได้ 7 ชนิด ได้แก่ 1.กัญชา 2.เคตามีน(ยาเค) 3.แอมเฟตามีน(ยาบ้า) 4.เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) 5.โคเคน 6.เอ็กค์ตาซี(ยาอี)และ 7.เฮโรอีน มอร์ฟีน โดยหลักการทำงานของเครื่องนี้จะใช้น้ำลาย หรือเหงื่อของผู้ต้องสงสัย มาป้ายบนแผ่นตรวจ จากนั้นจะนำเข้าเครื่องตรวจ โดยผ่านกระบวนการความร้อนจนระเหยเป็นไอ และกลายเป็นโมเลกุล
หลังจากนั้น เครื่องจะทำการประมวลผล โดยปริ้นข้อมูลออกมาว่า ผู้ต้องสงสัยเสพสารเสพติดชนิดใด โดยจะใช้เวลาในการตรวจประมาณ 1- 2 นาที และผลการอ่านค่า ค่อนข้างแม่นยำ แต่การตรวจโดยใช้น้ำลายจะใช้เวลาเร็วกว่าตรวจทางเหงื่อ หลังจากตรวจเสร็จในแต่ละรายก็จะใช้เวลาเซ็ตเครื่องใหม่ 3 นาที แม้จำนวนคนจะมากถึง 1 พันคน ก็สามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการทดสอบเบื้องต้นยังพบความขัดข้องบางประการ เพราะยังไม่เคยมีการทดลองใช้มาก่อน ทำให้เครื่องไม่สามารถประมวลผลได้ถูกต้อง จึงจะต้องมีการพิจารณาเพื่อนำมาปรับใช้ในครั้งต่อไป
'คำรณวิทย์'ตั้งทีม พงส.คดี 'แม้ว' ฟ้อง ปชป. ปราศรัยหมิ่นฯ
ความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายวรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวและนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แจ้งความกับ พ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ลุมพินี ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายกรณ์ จาติกวณิช นายสาธิต ปิตุเตชะ นายศิริโชค โสภา พร้อมพวก ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ขณะจัดปราศรัยในงานนิทรรศการ "มัจจุราชชุดดำ" ที่สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาระบุมีถ้อยคำกล่าวโจมตีใส่ร้ายว่าเป็นผู้บงการกลุ่มชายชุดดำ และสั่งการการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มีการแจ้งความไว้วันที่ 11 ส.ค.โดยนำเอกสารหลักฐานสำคัญทั้งซีดีบันทึกภาพและเสียงมามอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐานซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวนตามคดีอาญาที่ 1163/2555 และส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้นแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ 26 ต.ค.55 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.สั่งการให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 เร่งรัดแต่งตั้งชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นการสืบสวนสอบสวนทุกขั้นตอนต้องมีความเสมอภาค รวดเร็ว โปร่งใส และเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง จึงอาศัยอำนาจตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2523 ข้อ 2.5 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา (ฉบับ 5) พ.ศ.2536 ข้อ 3 ประกอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 11 (4) , มาตรา 14 กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงมีคำสั่งแต่งตั้งชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีนี้จำนวน 13 นายประกอบด้วย 1.พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน 2.พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ลุมพินี เป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน 3.พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มงานสอบสวน บก.น.5 เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน
4.พ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ลุมพินี เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 5.พ.ต.ท.ยุต ทองอยู่ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ลุมพินี เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 6.พ.ต.ท.ศิริพงษ์ ภูมิเหล่าแจ้ง พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มักกะสัน เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 7.พ.ต.ท.ไพรัช ไสยเลิศ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มักกะสัน เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน
8.พ.ต.ท.สุนัฐพล นิรมิตรศุภเชษฐ์ พงส.ผู้ชำนาญการ สน.มักกะสัน เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 9.พ.ต.ท.สมัคร ปัญญาวงศ์ พงส.ผู้ชำนาญการ สน.ลุมพินี เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 10.พ.ต.ท.สฤษดิ์ สิทธิ์นะศรี พงส.ผู้ชำนาญการ สน.วัดพระยาไกร เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน
11.พ.ต.ต.ยุทธศิลป์ การินทร์ พงส.ผู้ชำนาญการ สน.บางนา เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน 12.ร.ต.อ.อดิศักดิ์ เหล่าดี พงส.สน.ลุมพินี เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน และ 13.ร.ต.ท.ปกรณ์ ทองจีน พงส.สน.ลุมพินี เป็นเลขานุการและพนักงานสืบสวนสอบสวน
ขณะนี้พนักงานสืบสวนสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่งตั้งทั้ง 13 นาย กำลังช่วยกันตรวจดูหลักฐานสำคัญทั้งซีดีบันทึกภาพและเสียงของฝ่ายผู้เสียหาย ตลอดจนตามหาพยานบุคคลของทั้ง 2 ฝ่าย มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนัดหมายประชุมพิจารณาติดตามความคืบหน้าของคดีที่ห้องประชุม สน.ลุมพินี วันที่ 30 ต.ค.นี้
'นครบาล' ไล่ 'ประวิน' อดีตตำรวจประชาชื่นค้ายา
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการติดตามตัวจ.ส.ต.ประวิน ทวยภา อดีตด.ต.สน.ประชาชื่น และภรรยาคือนางสุชาดา หรือเพ็ญ ทวยภา ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้สั่งกับชับให้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาให้ได้ ถึงแม้ว่าจะออกจากราชการหรือโดนไล่ออกไปแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญกว่าด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับมาได้ก่อนหน้านี้ เพราะนางเพ็ญและญาติเป็นคนที่อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว ถ้าสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ ในทางการสืบสวนจะสามารถขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นๆ ได้ และดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป
พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการสอบสวน ด.ต.มนัส เพิ่มเติม แล้วพบว่า บ้านอีกหนึ่งอยู่ในพื้นที่รังสิตคลอง 3 ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่นางเพ็ญนัดไปให้รับเงิน และเชื่อได้ว่า เป็นที่เก็บหรือพักยาเสพติดที่ขนมาจากทางเหนือ โดยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) จะเดินทางไปตรวจค้นร่วมกับทีมชุดสืบสวน ทั้งนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าตัวของ จ.ส.ต.ประวิน และนางเพ็ญ อยู่ที่ใด รวมทั้งยังไม่สามารถตรวจสอบสัญญาณการโทรศัพท์ได้ เพราะนางเพ็ญนั้น มีโทรศัพท์หลายสิบเครื่อง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามหาตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านพล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. เปิดเผยถึงการดำเนินการสอบสวนทางวินัยผู้บังคับบัญชาด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผบ.หมู่จราจรสน.ประชาชื่น ว่า เรื่องนี้มีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่แล้ว ในส่วนของด.ต.มนัสนั้น จะต้องมีลำดับบังคับบัญชาที่ต้องสอบสวน คือระดับรองสารวัตรจราร สารวัตรจราจร รวมไปถึงรองผกก.จราจร ด้วย ส่วนตัวผกก.สน.ประชาชื่น ก็ต้องสอบสวนเช่นกันเพราะถือเป็นหัวหน้าโรงพักต้องดูแลโดยรวมทั้งหมด
“ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) ในฐานะเจ้าของท้องที่ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเอง และจะได้รายงานต่อพล.ต.ท.คำรณวิย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เพื่อพิจารณาบทลโทษหากพบว่ามีความผิดไม่ดูแลลูกน้องจริง”พล.ต.ต.ปริญญา กล่าว



