
คึกคัก!ชาวไทยมุสลิมร่วมงานวันอิดิลอัฎฮา
บรรยากาศละหมาดอีด ในวันอิดิลอัฎฮาที่ยะลา มีชาวไทยมุสลิม ร่วมกว่า 3,000 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่'ปัตตานี'พ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านเงียบ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา สมาพันธ์องค์กรมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายแพทย์อนันตชัย ไทยประทาน ประธานสมาพันธ์ฯ ร่วมกับ คณะกรรมการมัสยิด และชุมชนมุสลิมในจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันจัดพิธีละหมาดอีด เนื่องในวันอิดิลอัฎฮา ขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ จ.ยะลาได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอิดิลอัฎฮา โดยมี พี่น้องชาวไทยมุสลิม ทั้ง มุสลิม(ชาย) มุสลิมะห์ (หญิง) และเด็ก ในพื้นที่ จ.ยะลา และใกล้เคียง เดินทางมาร่วมกันประกอบพิธีละหมาดวันอีด กว่า 3,000 คน ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศูนย์เยาวชนและบริเวณรอบนอกอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แก่ประชาชนในวันอิดิลอัฎฮา
ทั้งนี้ โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา นายสถาพร กาญจนบุศย์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา และนายนิมุ มะกาเจ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำจังหวัดยะลา และอดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้ร่วมแจกเงินให้แก่เด็ก ๆ ที่มาร่วมการละหมาดในครั้งนี้ด้วย
สำหรับพิธีละหมาดวันตรุษอีดิลอัฎฮา ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญที่สุด ซึ่งมุสลิมทุกเพศทุกวัยจะต้องไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้านหรือในสถานที่ ที่จัดไว้ เมื่อพิธีละหมาดเสร็จสิ้น โต๊ะอิหม่าม ก็จะบรรยายธรรม(คุตบะห์) จากนั้น จะมีการแสดงความยินดีและขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และมีการบริจาคทานให้กับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้ง ออกไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นวันตรุษอิดิลอัฎฮา ยังมีพิธีกรรมที่สำคัญ คือ การเชือดสัตว์พลีทาน (กุรบ่าน) ซึ่งชาวไทยมุสลิมถือว่าจะได้เข้าใกล้ต่ออัลลอห์ด้วยการการเชือดสัตว์พลีต่อพระองค์ สำหรับสัตว์ที่นำมาใช้ฆ่า เพื่อทำทานในพิธี ก็จะมี วัว ควาย แพะหรือ แกะ โดยชาวไทยมุสลิม ในพื้นที่ จ.ยะลา ส่วนใหญ่จะนิยมเชือดวัวเพราะวัว 1 ตัว สามารถแบ่งได้หลายส่วนและสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ซึ่งเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าในพิธีกุรบ่านนี้ จะนำไปขายไม่ได้ นอกจากทำอาหารเลี้ยงหรือแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ เท่านั้น
"ฮารีรายออิดิลอัฏฮา" เปิดร้านวันศุกร์ปัตตานีเงียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดร้านค้าขายในวันศุกร์ที่ 26 ต.ค.ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งถือเป็นศุกร์ที่ 4 ที่เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าเปิดขายตามปกติ หลังจากที่ข่าวการข่มขู่จากผู้ไม่หวังดีว่า บรรยากาศโดยรวมเงียบกว่าศุกร์ที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยร้านค้าที่เปิดมีประมาณ10เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากวันศุกร์ที่ผ่านมาที่เปิดขายกันอยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุมาจากวันนี้ตรงกับวันเฉลิมฉลองวันฮารีรายอของชาวมุสลิม ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดร้าน ทำให้บรรยากาศโดยรวมของการเปิดร้านค้าวันศุกร์เงียบกว่าปกติ
ในขณะที่การฉลองประจำปีของชาวมุสลิมคือวันฮารีรายออิดิลฟิตรี และ วันฮารีรายออิดิลอัฏฮา วันนี้ ซึ่งเป็นวันฮารีรายออิดิลอัฏฮา ตอนเช้าของวันฮารีรายอ โดยตื่นนอนแต่เช้าตรู ผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่าง ๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน จากนั้นชาวมุสลิมจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนหลุมฝั่งศพ เพื่ออ่านผลบุญกุศลให้บรรพาบุรุษยากนั้นประกอบพิธีกรรมละหมาดที่มัสยิด พร้อมฟังบรรยายธรรม
โดยปีนี้ได้บรรยายธรรมให้ทุกคนร่วมกันประกอบคุณงามความดี สิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านมาให้ผ่านพ้นไป และเริ่มทำในสิ่งที่ดีงามเพื่อร่วมสร้างสังคมให้สันติสุข และร่วมขอพรให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข อยู่ดีดินดี ไม่มีเหตุการร์ร้าย และพ้นภัยทั้งปวง หลังจากนั้นทุกคนร่วมกันจับมือขออภัยซึ่งกันและกัน และสวมกอดกัน เพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีต่อกัน
อีกทั้ง การเดินทางไปเยี่ยมพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน เพื่ออภัยต่อกันในสิ่งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนมีความสุขมากๆ มีการแต่งตัวสีขาวเพื่อแสดงเห้นความสะอาดบริสุทธิ และสวมเสื้อผ้าสวยๆมุสลิมจะมีการประกอบพิธีกรรมไทยพร้อมเพรียงกันทั่วโลก ในวันอีดิลอัฏฮา จะมีการเชือดสัตว์พลี แล้วจะทำ กุรบัน แจกจ่ายเนื้อเพื่อเป็นทานแก่ญาติมิตร
อย่างไรก็ตาม โดยสัตว์ที่ใช้ในการเชือดพลีได้แก่ วัว แพะ เป็นการขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้เป็นผู้บริจาค เป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ ในวันฮารีรายอชาวมุสลิม จะเดินทางกลับภูมิสำเนาของตน มาร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน ได้พบปะ สังสรรค์กับเพื่อน ญาติพี่น้อง เพื่อจะได้ขออภัยต่อกัน



