
ผมเป็นคนไม่มีลับลมคมใน-สุเทพ เทือกสุบรรณ
"วันนี้ไม่อยู่ในสถานะที่ผมจะไปคุยกับเขา(ทักษิณ)ได้แล้ว เพราะเขายิ่งทำอะไรที่ผิดกฎหมายเยอะแยะไปแล้ว..."
หลังจากผ่านการทำหน้าที่รัฐบาลไป 4 เดือน ดูเหมือนว่า รัฐนาวาจะยังแกว่งไกว ไปตามแรงคลื่นที่สาดซัดจนแทบจะคัดหางเสือให้ไปในทิศทางที่ต้องการแทบไม่ไหว นั่นเพราะทั้งศึกในศึกนอกรุมเร้าไม่หยุดหย่อน สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจถึงความยากลำบากในการฟันฝ่าเหตุการณ์ต่างๆ มาได้ถึง 4 เดือน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า รัฐบาลนี้อยู่ได้เพราะทหารอุ้ม
ผมมองว่า เป็นเรื่องของคนที่ผิดหวัง ที่พยายามจะดิสเครดิต ลดความน่าเชื่อถือของกองทัพ เพราะเขารู้สึกว่า สมัยที่เขาเป็นรัฐบาล ทหารไม่ทำตามคำสั่ง ก็คงไม่ชอบใจ แต่พอประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ทหารทำตาม
@ การที่เกิดภาพรัฐบาลทหารอุ้มเพราะมีการไปจัดตั้งรัฐบาลในหน่วยทหาร
ที่จริงไม่ใช่หน่วยทหาร มันเป็นสถานที่หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งผมขออนุญาตไม่ระบุ ผมมีความรู้จักคุ้นเคยกับผู้ใหญ่ในกองทัพระดับหนึ่ง แต่ตอนรัฐบาลก่อนหน้านี้ผมไม่เคยติดต่อ เพราะกลัวรัฐบาลระแวงเขา แต่สำหรับ พล.อ.ประวิตร (วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม) ผมชื่นชมท่านเป็นพิเศษ เพราะท่านเป็นคนไม่พูดมาก แต่พูดอะไรแล้วชัดเจน เชื่อถือได้ ซึ่งท่านเป็นที่เคารพของทหารรุ่นหลัง ผมก็ติดกับท่าน ผมมีคำถามท่านอย่างเดียวว่า ถ้าผมตั้งรัฐบาลได้ ทหารฟังคำสั่งรัฐบาลไหม เรื่องนี้สำคัญสำหรับผมนะ ผมมีเหตุผลที่ต้องถาม เพราะผมเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชายมาแล้ว ผมก็อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง ซึ่งจู่ๆ ผมจะเดินไปถาม ผบ.ทบ.หรือ ผบ.สส.มันคงไม่สวยงามนัก ที่ไปถามประวิตร เพราะท่านเป็นทหารนอกราชการ ท่านคงเข้าใจความคิดของทหารรุ่นน้องๆ และผมเชื่อว่าคำตอบของท่านจะทำให้ผมเอามาประเมินได้
ท่านประวิตร ก็อธิบายว่า ทหารอยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย ไม่ต้องการเห็นคนไทยแตกแยก ถ้าใครทำได้ทหารก็ยินดี และให้คิดว่าทหารก็คือข้าราชการ เขาพร้อมฟังรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ขอว่าคำสั่งต้องถูกต้องและชอบธรรม
แล้วผมก็ถามตรงๆ ว่า ทหารคิดปฏิวัติไหม เพราะสถานการณ์ตอนนั้นมันหมิ่นเหม่มาก ท่านก็บอกทหารไม่คิดปฏิวัติ การปฏิวัติเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อบ้านเมืองไปไม่รอดจริงๆ เพราะเขามีบทเรียนว่าปฏิวัติไปก็บริหารยาก เพราะกระแสโลก กระแสประชาชนไม่รับ พอได้คำตอบผมก็ชัดเจน ท่านก็บอกว่าขอให้โชคดี ผมก็ขอท่านไว้ว่า ถ้าคนที่ผมเชิญมาร่วมรัฐบาลเขาเกิดคำถามแบบผม ถ้าผมเล่าแล้วเขาอยากได้ยินเอง ผมต้องขอนะ จึงเป็นที่มา (ของการพาแกนนำที่จะร่วมตั้งรัฐบาลไปที่ดังกล่าว) ซึ่งก่อนหน้าที่จะไปก็ตกลงกันได้แล้ว แต่เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหากันอีก
@ มีข่าวว่าวันดังกล่าว พล.อ.อนุพงษ์ อยู่ด้วย
ผมคงไม่บอกว่าใครอยู่บ้าง ไม่รับหรือไม่ปฏิเสธ แต่ที่ไปคืออยากให้คนที่มาร่วมได้ยิน เพราะต้องยอมรับว่าความกังวลของนักการเมืองคือ ถ้ามาร่วมกันเป็นรัฐบาล 2-3 เดือนแล้วทหารปฏิวัติก็เสียเปล่า ผมบอกว่าผมมีคนที่ถามต่อหน้าแล้วคุณ (พวกแกนนำพรรคร่วม) จะได้คำตอบ ซึ่งคุณก็จะรู้ว่าผมไม่ได้เตี๊ยมแน่นอน
@กลุ่มเสื้อแดงจะนัดชุมนุมใหม่ที่สนามหลวง เตรียมการป้องกันอย่างไร
ถ้าชุมนุมที่สนามหลวง หรือที่ที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเขาใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปที่อื่น ออกไปยึดที่โน่นที่นี่ ผมจะไม่ยอมให้ทำ
@ มีคนเสนอว่าควรเจรจากับทักษิณ ซึ่งเป็นต้นเหตุปัญหา
จำไม่ได้หรือ ตอนตั้งรัฐบาลใหม่ๆ ผมชวนคุย เแต่เขาไม่คุยด้วย วันนี้ไม่อยู่ในสถานะที่ผมจะไปคุยด้วยได้แล้ว เพราะว่าเขายิ่งทำอะไรที่ผิดกฎหมายเยอะแยะไปแล้ว และข้อเรียกร้องของเขา ก็คือ ต้องไม่ติดคุก ต้องได้เงินคืน ผมไปคุยด้วยไม่ได้แล้ว มันเสียหาย
@ ทักษิณเคยบอกหรือ นั่นคือข้อเรียกร้องของเขา
ไม่ เขาไม่เคยบอก แต่ก็เห็นกันอยู่ชัดเจน
@ ในทางลับเคยคุยกับทักษิณหรือไม่
ไม่มี ผมเป็นคนไม่มีลับลมคมในทางการเมือง ที่ทำให้คนเขายอมรับผมอยู่
@ 4 เดือนรัฐบาลเป็นอย่างไร
รัฐบาลเจอวิกฤติ 2 ด้าน หนึ่งคือวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่ง คือ ท่านนายกฯ ประกาศชัดเจนว่าเราต้องดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ คือ เกษตรกรก่อน นายกจึงลงมาดูแลเรื่องข้าวด้วยตัวเอง แล้วให้ท่านกอร์ปศักดิ์ (สภาวสุ รองนายกฯ) ดูแลเรื่องข้าวโพด ส่วนผมดูเรื่องยางพารา แล้วก็กระตุ้นด้วยเช็คช่วยชาติ 2 พัน และโครงการอื่นๆ เพื่อให้เราเดินไปด้วยกันได้
อีกด้านคือด้านความมั่นคง และปัญหาการเมือง วันนี้ปัญหาเรื่องคุณทักษิณ เรื่องระบบทักษิณ ก็เป็นปัญหากับบ้านเมืองมาก เราก็พยายามยืดหยุ่นที่สุด ไม่ปะทะ แต่ว่าต้องแก้ไข โดยต้องพยายามให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดงานวันฉัตรมงคลที่มีคนใส่เสื้อหลากสีมาร่วม กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกคนไทยว่าเราคิดอย่างไรก็ตาม แต่เรามีเจ้านายองค์เดียวกันนะ ซึ่งต่อไปนี้ผมก็จะทำในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น
ผมได้ประชุมกับผู้ว่าฯ บอกว่านอกเหนือจากแผนงานโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ ต้องทำเรื่องจิตใจ อุดมการณ์ด้วย อย่าไปรู้สึกว่าเป็นเรื่องพื้นๆ ต้องไปจัดการเรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตยในหัวใจประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งคำว่าประชาธิปไตย คือต้องฟังเหตุผลคนอื่นด้วย และต้องยอมรับความคิดที่แตกต่าง
นอกจากนี้ก็ให้เน้นเรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ให้แต่ละจังหวัดไปศึกษาเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วเผยแพร่ให้คนยึดเป็นอุดมการณ์ชีวิต ถ้าคนรู้จักพอเพียงก็จะไม่วุ่นวาย และขอให้ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งในสังคมไทย ให้เขาทำกิจกรรมร่วมกัน ให้เขารู้สึกว่าแค่เรามีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาฆ่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่ว่าไม่ได้ยากเกินไป เป็นสิ่งที่ทำได้เพียงแต่ว่าต้องทำไปพร้อมๆกัน ให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ผมจะพยายามทำให้คนไทยรู้สึกว่าในหลวงทำเพื่อคนไทยมา 60 กว่าปี คนไทยน่าจะซาบซึ้ง และควรตอบแทน ถ้าคิดว่าท่านเป็นพ่อของคนไทยทั้งประเทศ วันนี้ยังให้ท่านมาเหนื่อยอีกเพราะลูกตีกันไม่หยุด เราควรจะแก้ไขปัญหากันได้ ไม่ควรต้องให้ท่านมาเหนื่อย ผมก็จะรณรงค์เรื่องนี้
ในปีนี้ ผมจะทำกิจกรรมใหญ่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ วันแม่ สมเด็จฯ ได้ริเริ่มโครงการไว้มากมาย ผมจะชักชวนหน่วยงานต่างๆ หยิบโครงการเหล่านี้มาทำ และชวนประชาชนมาทำตามปณิธานของทำทุกจังหวัด ทุกอำเภอ โดยให้ประชาชนมามีส่วนร่วมอย่างแม้จริง
และทำกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรมวันฉัตรมงคล ในส่วนของโครงการต่างๆ ของในหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเศรษฐกิจพอเพียง แล้วให้พี่น้องประชาชนมาสนใจเรื่องเหล่านี้ มาช่วยกันทำ จะได้ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่อง...แบ่งพวกตีกัน



