
จับแก๊งปล้นทรัพย์ฆ่ายัด'กระโปรงรถ'
จับแก๊งปล้นทรัพย์ฆ่ายัด'กระโปรงรถ' : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ
หลังจากพบศพ "ทน ทายอด" วัย 64 ปี ถูกฆาตกรรมอำพรางศพยัดไว้ในกระโปรงหลังรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เพียงไม่กี่ชั่วโมงคำให้การของ "คนใกล้ชิด" เป็นเบาะแสสำคัญทำให้ชุดสืบสวนจับแก๊งคนร้ายได้
ช่วงสายของวันที่ 24 ตุลาคม พนักงานสอบสวน สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอ็กซ์เซล สีแดงเลือดหมู ทะเบียน กจ 172 เชียงราย จอดทิ้งอยู่ในไร่มันสำปะหลัง หมู่ 2 ต.ป่ายุบใน ห่างจากถนนสายบ้านบึง-แกลง กิโลเมตรที่ 71-72 ประมาณ 100 เมตร บริเวณกระโปรงท้ายรถยนต์มีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง
พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก. และ พ.ต.ท.ทัศนัย สุชีธง สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนของ สภ.วังจันทร์ ตรวจสอบตรงจุดที่รับแจ้งเหตุพบว่าบริเวณที่รถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่บนทางเดินไร่มันสำปะหลัง กระจกทุกบานปิดล็อก บริเวณกระโปรงท้ายรถยนต์มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจริง จึงติดตามช่างกุญแจมาไขกระโปรงท้ายรถยนต์ พบศพชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อโปโลลายขวางสีส้มขาว กางเกงยีนสีดำ มีถุงข้าวสารยี่ห้อมิตรชาวนาขนาด 50 กิโลกรัม ครอบศีรษะถึงเอว นอนหงายคุดคู้อยู่กระโปรงท้ายรถยนต์ พบบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 9 มิลลิเมตร เข้ากกหูซ้าย 1 นัด เสียชีวิตประมาณ 2 วัน และพบเงินสด 8,000 บาท ห่อด้วยผ้าขาวและผ้ายันต์ซุกอยู่ที่ฝากระโปรงท้าย
ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสถานที่เกิดเหตุ มีอาสาสมัครตำรวจบ้านของ สภ.วังจันทร์ มาสังเกตการณ์ในที่เกิดเหตุแล้วจำตำหนิรูปพรรณที่ปรากฏอยู่บนร่างกายผู้เสียชีวิตได้จึงแจ้งตำรวจว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเป็น นายทน ทายอด นายหน้าซื้อขายรถยนต์มือสอง เพราะเคยติดต่อซื้อขายรถยนต์กันก่อนหน้านี้
หลังจากได้ข้อมูล พ.ต.อ.ดุษฎี รายงานเหตุคดีอุกฉกรรจ์ให้ พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง และ พ.ต.อ.มณเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง ทราบแล้วได้รับคำสั่งให้เร่งรัดติดตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุ
ชุดสืบสวนของ สภ.วังจันทร์ ได้ติดต่อไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนาของผู้ตาย จนกระทั่งได้รับการยืนยันจากพยานปากหนึ่งวัย 42 ปี ให้การว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่บ้านเดียวกัน มีอาชีพเป็นนายหน้าขายรถมือสองได้ค่านายหน้าครั้งละ 2,000-3,000 บาท
จากคำให้การของพยานระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้นายทนติดต่อซื้อรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า ให้ญาติที่ จ.เชียงราย และญาติได้โอนเงินค่ารถกว่า 1.6 แสนบาท เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง ของ นางนริศรา เกษมจิตร์ อายุ 34 ปี โดย นายเอกวัฒน์ แสงสังเกตุ อายุ 35 ปี สามีนางนริศรา เบิกเงินให้นายทนแล้ว และในช่วงเช้าวันที่ 22 ตุลาคม นายทนขับรถออกจากบ้าน บอกว่านัดพบนายเอกวัฒน์ และนางนริศรา ที่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เพื่อนำเงินไปจ่ายให้เจ้าของรถแล้วหายตัวไป
ชุดสืบสวนได้ออกติดตามนางนริศรา จนกระทั่งพบที่บ้านเลขที่ 12/1 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ. ระยอง จึงเชิญมาสอบสวน นางนริศราอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแล้วอ้างว่าสามีคือนายเอกวัฒน์ ไม่อยู่บ้านหลายวัน ล่าสุดนำเงินสดมาให้ 2 หมื่นบาท แต่ชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อจึงออกติดตามหานายเอกวัฒน์ แล้วเชิญตัวมาสอบสวนโดยแยกสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงจนรับสารภาพ
"นายเอกวัฒน์ ซึ่งเป็นนายหน้ารับซื้อขายรถยนต์มือสองเช่นเดียวกับนายทน รับสารภาพว่า นายสุวิชัย ประมวล อายุ 38 ปี กับนายดำริ ประมวล อายุ 28 ปี น้องชายนายสุวิชัย วางแผนฆ่าชิงเงินค่าซื้อรถของนายทน โดยที่นางนริศราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.เชิดชาย กล่าวถึงแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมอำพราง โดยก่อนเกิดเหตุเช้าวันที่ 22 ตุลาคม นายเอกวัฒน์นัดให้นายทนมาพบกันริมถนนใกล้จุดที่เกิดเหตุ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าซื้อรถ เมื่อมาถึงจุดนัดหมายพบนายทนมารออยู่ก่อนแล้วจึงลงไปคุยด้วย ส่วนนางนริศรานั่งรออยู่ในรถ กระทั่งนายสุวิชัยและนายดำริ เพื่อนร่วมแก๊งขับรถปิกอัพมาถึงบอกให้นายทนขับรถตามมาที่บ้านนายสุวิชัย ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในสวนยางพาราหลังบ้าน แล้วนายสุวิชัย ชักอาวุธปืนจ่อยิงศีรษะนายทน 1 นัด ก่อนจะช่วยกันนำกระสอบคลุมศีรษะนายทน หามใส่ท้ายรถยนต์ของนายทนขับไปจอดทิ้งในไร่มันสำปะหลัง ส่วนเงินได้นำไปแบ่งกัน
"ตอนนี้จับกุมคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุได้เกือบครบ เว้นแต่นายดำริ ไหวตัวทันวิ่งหนีเข้าสวนยางรอดพ้นการจับกุมได้อย่างหวุดหวิด" พล.ต.ต.เชิดชายกล่าว
...............
(หมายเหตุ : จับแก๊งปล้นทรัพย์ฆ่ายัด'กระโปรงรถ' : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ)



