
มโนธรรมของฝรั่ง
มโนธรรมของฝรั่ง : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
วันก่อนผมดูรายการสารคดีทางโทรทัศน์ของต่างประเทศรายการหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหาร และปัญหามลภาวะของโลกในปัจจุบัน แม้ว่ารายการดังกล่าวจะแสดงมโนธรรมห่วงใยต่อโลกและประชากรของหลายๆ ประเทศในโลก แต่ไปๆ มาๆ ก็เหมือนจะโยนความผิดทั้งหมดนี้ให้จีนรับไปเต็มๆ
นักวิชาการฝรั่งที่มาแสดงความคิดเห็น ได้ชี้ว่าความเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในเวลานี้ ได้สร้างปัญหาอย่างมากมายแก่ชาวโลก และพลเมือง 1.3 พันล้านคนของจีน คือต้นตอของปัญหาทั้งปวง เริ่มด้วยการที่คนจีนมีรายได้เพิ่มขึ้นและแสวงหาความสุขส่วนตัวกันมากขึ้น ลำพังแค่ช่วง 7 เดือนแรกของปีที่แล้ว จีนผลิตรถยนต์ได้ 10.6 ล้านคัน ในจำนวนนี้ส่งออกเพียง 4.5 แสนคัน ที่เหลือเป็นการจำหน่ายภายในประเทศ
แม้ว่าขณะนี้คนจีนจะมีรายได้ปีละประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่ำกว่าคนอเมริกัน 10 เท่าก็ตาม แต่ถ้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนก็ย่อมจะมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่ารถยนต์คือสินค้าที่ขายดีเป็นลำดับต้นๆ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ กับมลภาวะของอากาศ และหากเกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น จีนก็อาจจะหันไปหาการใช้น้ำมันที่กลั่นจากพืช ซึ่งจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีก
นักวิชาการเหล่านั้นมองเห็นว่า ปัจจุบันนี้คนจีนอยู่ดีกินดีกว่าแต่ก่อน และการบริโภคอาหารก็มีลักษณะที่ฟุ่มเฟือยมากขึ้น ขณะที่เด็กๆ และประชาชนในแอฟริกาจำนวนมากยังอยู่ในสภาพที่อดอยาก และหากจีนจำเป็นต้องนำพืชส่วนหนึ่งไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำมาใช้แทนปิโตรเลียม ก็จะยิ่งทำให้อาหารของโลกลดน้อยลงไปอีก ทั้งนี้ ประเทศหนึ่งซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในเรื่องวิกฤติการณ์การขาดแคลนอาหารก็คืออินเดีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 1 พันล้านคน แต่ระดับของการพัฒนายังต่ำกว่าจีน
ในทัศนะของนักวิชาการดังกล่าว จีนยังเพิกเฉยต่อการใช้สารฟลูออโรคาร์บอนในการผลิตตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกรูรั่วของชั้นบรรยากาศ และสภาวะโลกร้อน ที่กำลังคุกคามโลกอยู่อีกด้วย
ครับ นั่นเป็นการมองจากสายตาของชาวตะวันตก ซึ่งทั้งสหรัฐ และยุโรปเอง ก็มีส่วนสำคัญในการผลิตรถยนต์ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ขึ้นมาใช้ทั่วโลกก่อนหน้าจีนเป็นเวลานาน และสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลพร้อมๆ กับทำร้ายโลกอย่างรุนแรงมาแล้วเช่นกัน แต่กลับเอาตัวรอดจากการตกเป็นจำเลยของชาวโลก ไปเป็นโจทก์ที่กล่าวหาจีนอย่างเต็มปากเต็มคำ
ในเรื่องการอยู่ดีกินดีของชาวจีนในเวลานี้นั้น หากมองย้อนไปในสมัยก่อนที่คนจีนยังอดๆ อยากๆ มีสภาพทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ก็ไม่เห็นว่าสหรัฐ หรือยุโรปจะออกมาแสดงความห่วงใยคนจีน นอกจากกล่าวโทษความผิดพลาดของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีน เพื่อโฆษณาชวนเชื่อระบอบทุนนิยม
แต่วันนี้เมื่อจีนนำระบอบเศรษฐกิจแบบเสรีมาใช้จนประสบความสำเร็จล้ำหน้า ประเทศตะวันตกที่เป็นต้นตำรับของระบอบเศรษฐกิจนั้น กลับไม่ค่อยจะพอใจ และทำท่าเหมือนอยากจะให้คนจีนกลับไปขี่จักรยานสองล้อ และมีชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียรตามเดิม
และถ้าชาติตะวันตกห่วงใยความอดอยากของแอฟริกาและอินเดียจริงจัง ก็น่าจะหาทางช่วยเหลือประเทศเหล่านั้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่มานั่งค่อนขอดจีนที่มีปัญญาหาข้าวปลาอาหารกินเองอย่างอุดมสมบูรณ์
มโนธรรมของฝรั่งนี่ บางครั้งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากเหมือนกันนะครับ



