ข่าว

ปปช.ตั้ง'ภักดี-ใจเด็ด'สอบกทค.ปมฮั้ว3จี

ปปช.ตั้ง'ภักดี-ใจเด็ด'สอบกทค.ปมฮั้ว3จี

25 ต.ค. 2555

มติ ปปช. ตั้ง 'ภักดี-ใจเด็ด'อนุกก.ไต่สวนกทค. ปมประมูลคลื่น 3 จี ยัน เร่งเดินหน้าเต็มที พร้อมมีมติให้ ปปท.โอนเรื่องทุจริตนำเข้ารถหรู-จำนำข้าว ให้ปปช.ดำเนินการต่อ ด้าน'ไพบูลย์'เล็งส่งศาลปกครองผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินยับยั้งผลประมูล 3 จี

                  25 ต.ค. 55 นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการ ปปช.ในฐานะโฆษก ปปช. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ปปช.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)ที่ออกใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3 จี โดย ปปช.ได้พิจารณาจากคำร้องหลักของคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่ยื่นคำร้องเข้ามาให้ทาง ปปช.ดำเนินการตรวจสอบว่าการประมูลคลื่น 3 จี ไม่ได้เป็นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และพฤติการณ์ของคณะกรรมการกทค.ที่เร่งรัดมีมติเห็นชอบการประมูลดังกล่าว ว่าเป็นคำร้องผิด พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 14 ซึ่งถือเป็นอำนาจของ ปปช. จึงให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยที่ประชุมมอบหมายให้นายภักดี โพธิศิริ และนายใจเด็ด พรไชยา 2 กรรมการ ปปช.เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยคาดว่าจะเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเข้าเป็นคณะอนุกรรมการฯภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแล้วเสร็จก็จะเร่งดำเนินการพิจารณาโดยเร็ว

                  นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) เข้าร้องเรียนต่อปปช.ว่ามีนักการเมืองทุจริตนำเงินช่วยเหลืออุทกภัยออกนอกประเทศไปไว้ในฮ่องกง จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท และมีการอ้างพยานบุคคล 4 รายที่รู้เห็นการไซฟ่อนเงินที่ฮ่องกง ซึ่งกรณีนี้ที่ประชุมก็ได้มีมติสำนักงาน ปปช.เรียกพยานบุคคล 4 รายที่นายมงคลกิตติ์ กล่าวอ้างมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม โดยไม่ขอเปิดเผยชื่อและรายละเอียด แต่หากเป็นชาวต่างชาติ ปปช.ก็มีอำนาจในการเรียกเข้าบุคคลดังกล่าวให้ข้อมูล โดยอาศัยช่องทางอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมกันนี้ยังมีหนังสือเรียกเอกสารจาก คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

                  นอกจากนี้ ปปช. ยังอาศัยอำนาจตามมาตรา 87/1 ของ พรบ.ปปช. แก้ใช้ฉบับที่ 2 พ.ศ.2554 เรียกให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.)โอนเรื่องการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีและเอกสารทั้งหมด มาให้สำนักงานป.ป.ช.ตรวจสอบเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป หลังอดีตพล.ต.อ.ดุษฏี อาริยะวุฒิ อดีตเลขาธิการ ปปท.ออกมาให้ข้อมูลแล้วถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมกันนี้ ปปช.ยังมีมติให้สำนักงาน ปปช.รวบรวมข้อมูลการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมดจากสื่อทุกแขนง อาทิ วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ มาประกอบการพิจารณา หลังนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่มายื่นคำร้องทุกข์ให้ ปปช.ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ชอบธรรมหรือไม่

 

 “ไพบูลย์”เล็งส่งศาลปกครองผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินยับยั้งผลประมูล 3 จี

                     นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบ เรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยว่าตนเตรียมทำหนังสือเพื่อส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่าคณะกรรมการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2) หลังจากที่พบข้อมูลว่า กทค. ได้ใช้อำนาจที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 47, มาตรา 305 (1), พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศฯ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และประกาศ กสทช. ว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่

                    “เบื้องต้นแล้วตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่กล่าวมา ชี้ชัดว่า กทค. ไม่มีอำนาจในการรับรองผลการประมูล 3 จี เพราะต้องเป็นอำนาจเต็มของ กสทช. ชุดใหญ่ ดังนั้นผมจะยื่นเรื่องนี้ต่อศาลปกครองผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้พิจารณาต่อไป เบื้องต้นจะยื่นโดยเร็วที่สุด วันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย แต่หากทำหนังสือไม่ทัน ก็จะส่งไปในวันจันทร์ ที่ 29 ต.ค.” นายไพบูลย์ กล่าว