
เบรกเก็บภาษีชา-กาแฟหวั่นกระทบชาวไร่
บุหรี่เถื่อนทะลักยอดค่าปรับเพิ่มเกือบเท่าตัวในสัปดาห์เดียว "พฤฒิชัย" เล็งขอ ครม.เพิ่มกำลังคนและเทคโนโลยี คาดใช้งบ 100 ล้านบาท สกัดลักลอบนำเข้า เตรียมลุยเก็บภาษีสถานบันเทิงกว่า 4 พันรายทั่วประเทศ ชี้เข้าข่ายต้องเสียภาษีเหมือนซานติก้าผับ ส่วนภาษีชา-กาแฟเบรก
นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ร.ก.ขยายเพดานภาษีสรรพสามิตยาสูบมีผลบังคับใช้ พบว่าปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยจะเห็นได้จากการเรียกเงินค่าปรับภาษีจากบุหรี่เถื่อนที่สูงขึ้นจากสัปดาห์ละ 280 ล้านบาท เป็น 400 กว่าล้านบาท ทำให้ต้องเร่งหามาตรการป้องกันและปราบปรามบุหรี่เถื่อนที่เข้ามาระบาด โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอเพิ่มกำลังคนและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น การพิมพ์แสตมป์เรืองแสงป้องกันการปลอม เป็นต้น
“หากตอนนี้ไม่ทำอะไรและปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียภาษีที่ควรจะจัดเก็บได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพราะจากสถิติที่พบในช่วงหนึ่งสัปดาห์มีตัวเลขค่าปรับเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว แสดงว่ามีปริมาณบุหรี่เถื่อนทะลักเข้ามามาก หลังราคาแตกต่างกันมากจนเกิดแรงจูงใจ จึงต้องเร่งหามาตรการป้องกัน โดยจะเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ในการเพิ่มคนและซื้อเทคโนโลยีต่างๆ จากที่ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ 1,600 คน” นพ.พฤฒิชัย กล่าวและว่า ได้นำรูปแบบมาจากประเทศอังกฤษ ที่เพิ่มทั้งคนและเทคโนโลยีในการปราบปรามของเถื่อนและได้ผลอย่างดี แต่คงไม่ต้องเพิ่มถึงพันคนเหมือนอังกฤษ
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตประสานกับเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น ทั้งศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการตรวจสอบบริเวณด่านชายแดนทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน โดยการเพิ่มรอบหรือกะในการทำงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะแถม จ.สระแก้ว หนองคาย เชียงราย มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่และสุราเถื่อนมากที่สุด
นพ.พฤฒิชัยยังกล่าวถึงข้อเสนอของภาคเอกชนที่ให้ชะลอการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่า ขณะนี้พ.ร.ก.ปรับเพิ่มภาษีน้ำมันมีผลบังคับใช้แล้ว และคงไม่สามารถยกเลิกได้ โดยยืนยันว่าการปรับเพิ่มภาษีขณะนี้ไม่ได้มีผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้ามารับภาระแทนไปอีกนานหลายเดือน ซึ่งเงินภาษีที่จัดเก็บได้ประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาทครั้งนี้ จะนำมาใช้ลงทุนและก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อไป ส่วนในอนาคตจะปรับเพิ่มภาษีเหล้า เบียร์อีกหรือไม่ขึ้นก็อยู่กับนโยบายรัฐบาล ในส่วนของเหล้ายังไม่เต็มเพดาน แต่เบียร์และยาสูบเต็มเพดานแล้ว จึงต้องแก้กฎหมายก่อน
นอกจากนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะเข้าจัดเก็บภาษีสถานบันเทิงที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิตเช่นเดียวกันกับซานติก้าผับ ซึ่งเบื้องต้นได้ตรวจพบว่า มีจำนวนประมาณ 4,000 รายทั่วประเทศ โดยกรมสรรพสามิตจะต้องขอความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการดำเนินการ เพื่อให้ทราบถึงรายได้ของแต่แห่งก่อนที่จะดำเนินการจัดเก็บ กรณีซานติก้าผับ ซึ่งเข้าข่ายต้องเสียภาษีสรรพสามิตนั้น ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างดำเนินการจัดเก็บ โดยจำนวนภาษีรวมกับดอกเบี้ยปรับที่ต้องจัดเก็บอยู่ที่กว่า 200 ล้านบาท
“ร้านใดที่เข้าข่ายเป็นสถานบันเทิงที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเราก็ต้องดำเนินการ และจะรายงานเรื่องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงแนวทางดังกล่าวด้วย" รมช.คลังกล่าว
นพ.พฤฒิชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนของภาษีชา กาแฟนั้น ได้รับทราบข้อมูลล่าสุดว่า ใบชาและเมล็ดกาแฟส่วนใหญ่ปลูกและผลิตโดยเกษตรกรในประเทศ หากจัดเก็บภาษีอาจส่งผลกระทบกับกลุ่มเกษตรกร จึงจะชะลอออกไปก่อน ขณะที่กรณีการจัดเก็บภาษีเกมออนไลน์ที่กรมสรรพสามิตเคยศึกษา ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ หากกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้เข้มงวดและดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังหลังจากมีข่าวเด็กติดเกมออนไลน์จำนวนมาก ก็คงต้องหารือกันต่อไป แต่ในทางปฏิบัติคงทำได้ยาก
สรรพสามิตทำลายบุหรี่และสุราเถื่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่กรมสรรพสามิตมีการทำลายบุหรี่และสุราเถื่อน ประกอบด้วย บุหรี่ซิกาแรต 121,760 ซอง สุรา 276 ขวด น้ำสุรา 798.125 ลิตร และไพ่ป๊อก 74 สำรับ มูลค่า 100 กว่าล้านบาท โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตและโรงงานยาสูบเป็นสักขีพยาน นอกจากนี้จะมีการทำลายลอตใหญ่อีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อสกัดบุหรี่เถื่อนที่มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ให้ลดน้อยลงได้มากที่สุด
นพ.พฤฒิชัย กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราภาษียาสูบและสุราในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา อาจเป็นเหตุจูงใจให้มีการกระทำความผิดในการลักลอบขนบุหรี่และสุราเถื่อนเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยขนผ่านด่านชายแดน จ.สุรินทร์ สระแก้ว และตราด มากขึ้น กระทรวงการการคลังจึงมอบหมายนโยบายให้กรมสรรพสามิตควบคุมดูแลสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและสังคม หรือสินค้าบาป (Sin Tax) เป็นพิเศษ พร้อมกำชับให้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามบุหรี่และสุราเถื่อน
“ที่ผ่านมากรมสรรพสามิต และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่เสียภาษีโดยสุจริต” นพ.พฤฒิชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุหรี่และสุราเถื่อนที่นำมาทำลายส่วนหนึ่งมาจากการปราบปรามของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ จ.สระแก้ว และ จ.สุรินทร์ หากใครทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตทุกแห่งทั่วประเทศ ศูนย์ประสานงานกรมสรรพสามิต ฮอตไลน์ 1713 หรือ www.excise.go.th หรือแจ้งได้ที่ตู้ ปณ. เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมจะมีรางวัลนับจับให้ระหว่าง 1-5 ล้านบาท
เหล้า-บุหรี่เถื่อนทะลักชายแดนอีสาน
แหล่งข่าวจากสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 นครราชสีมา ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 9 จังหวัด คือ ชัยภูมิ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ยโสธร บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลประกาศขึ้นราคาภาษี สุราและบุหรี่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวรวมถึงนักพนันที่เดินทางเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางด่านผ่านแดนถาวรในพื้นที่ตามแนวชายแดนภาคอีสานตอนล่าง ซื้อบุหรี่ และสุราต่างประเทศติดมือกลับเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอเสม็ด บ้านด่านพัฒนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวและนักพนันที่เข้าไปเล่นในบ่อนเขมรประมาณร้อยละ 70 จะซื้อเหล้าและบุหรี่ถือติดมือกลับเข้ามาในประเทศด้วย เพราะบุหรี่และเหล้าในประเทศกัมพูชามีราคาถูกกว่าของไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประจำด่านได้ตรวจและอนุญาตให้นำเหล้าเข้ามาได้คนละ 1 ขวด โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดขวดก่อนแล้วส่งคืนให้เจ้าของ เพื่อเป็นการป้องกันการนำไปจำหน่าย ส่วนบุหรี่อนุญาตให้คนละ 1 ห่อ ยกเว้นบุหรี่ยี่ห้อกรองทิพย์ และสายฝน จะไม่อนุญาตให้นำเข้ามาอย่างเด็กขาด เพราะสองยี่ห้อนี้มีการปลอมแปลงจากประเทศเพื่อนบ้าน และขายเพียงซองละ 10 บาทเท่านั้น
นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้ช่วยนายด่านฝ่ายปราบปราม ด่านศุลกากรพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่รัฐบาลประกาศขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีความผิดปกติมากนัก โดยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวจะซื้อบุหรี่และเหล้าติดตัวเข้ามาด้วย แต่ไม่เกิดที่กฎหมายกำหนด
ส่วนทางภาคเหนือ ที่ จ.เชียงราย นายชูชัย อุดมโภชน์ นายด่านศุลกากรแม่สาย กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่พบมีการลับลอบและจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าบุหรี่และสุราแต่อย่างใด พร้อมกับมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามไปซื้อสินค้าในฝั่งพม่า ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ทราบว่าบุหรี่และเหล้าเป็นสินค้าควบคุม อนุญาตให้ซื้อเหล้ากลับมาได้แค่ 1 ขวด บุหรี่แค่ 1 ห่อเท่านั้น



