ข่าว

บช.น.สั่งห้ามลาหยุดรับเปิดเทอม

บช.น.สั่งห้ามลาหยุดรับเปิดเทอม

25 ต.ค. 2555

นครบาล วางมาตรการรับมือจราจรช่วงเปิดเทอม อบรมกดสัญญาณไฟ ประสาน รฟท.ขอใช้พื้นที่ระบายรถ เปิดเซฟตี้โซนเยาวราช ชี้รถวิ่งสวนคู่ขนานลอยฟ้าแก้รถติดได้ดี

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 55  พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร ประชุมมาตรการรับมือการจราจรโรงเรียนเปิดเทอมช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วน โดยสั่งกำชับไปยังตำรวจจราจรทุกหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลลงพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรหน้าโรงเรียนที่มีปัญหาช่วงเปิดเทอมให้ระดมกำลังตำรวจเต็มพื้นที่ ห้ามหยุด ห้ามลา ห้ามขาด จนกว่าสภาพการจราจรจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยสัปดาห์หน้าจะมีโรงเรียนใน กทม.เปิดเทอมพร้อมกัน 1,200 แห่ง ให้ตำรวจดำเนินการตามแผนปฏิบัติจราจรเปิดเทอมอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะ 6 ถนนสายหลัก และถนนหน้าโรงเรียน 22 แห่งที่มีปัญหา อาทิ โรงเรียนราชินีบน โรงเรียนเซนต์คาเบียล โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ โรงเรียนมาแตร์เดอี โรงเรียนเซนต์ดอมินิก โรงเรียนวัฒนา เป็นต้น โดยเฉพาะช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วน 06.30- 08.00 น. เป็นช่วงเวลาที่คนออกจากบ้านมาทำงานในช่วงเดียวกับที่นักเรียนไปโรงเรียน

 

ติวเข้ม อบรมกดสัญญาณไฟเร่งระบายรถ

 

          พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมจัดการจราจรรองรับช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนเปิดภาคเรียนที่ 2 ว่า พล.ต.ต.วรศักดิ์ สั่งการให้ทุก สน.สำรวจข้อมูลโรงเรียนที่มักมีปัญหาการจราจรคับคั่งในพื้นที่กำหนดแผนการประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองในการรับส่งนักเรียน กำชับให้ทุก สน.ออกปฏิบัติหน้าที่จัดการจราจรให้เร็วขึ้นเร่งระบายรถตั้งแต่เช้ามืดไม่ให้เกิดปริมาณรถตกค้าง โดยวันที่ 1 พ.ย.นี้โรงเรียนต่างๆ ในกทม.จะทยอยเปิดภาคเรียน และจะเปิดครบทุกโรงเรียนในวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ตำรวจจราจรจะซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติในรายละเอียดอีกครั้ง

          โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ เตรียมจัดอบรมการกดสัญญาณไฟจราจรแก่ตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติหน้าที่ก่อนถึงวันเปิดเทอม เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการจราจรช่วงเปิดเทอมได้ นอกจากนี้ในทุกวันหลังช่วงเร่งด่วน จะมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง บก.น.1-9 หารือการแก้ปัญหาการจราจร ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

 

ประสาน รฟท.ขอใช้พื้นที่ราบระบายรถ

 

          พล.ต.ต.วรศักดิ์ ได้ชี้แจงในที่ประชุมถึงจุดที่เป็นปัญหาการจราจรติดขัดสาหัส 3 จุดถนนสายหลักในพื้นที่ คือ ถนนพหลโยธิน ช่วงหน้าธนาคารทหารไทย ต้องขยายช่องจราจรเพิ่ม เนื่องจากในช่วงเวลาเร่งด่วนมีรถประจำทางผ่านจุดดังกล่าวถึง 40 สายต่อชั่วโมง ส่งผลให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องในถนนพหลโยธิน ลาดพร้าว วิภาวดีรังสิต ทั้งนี้ได้ประสาน รฟท.ขอใช้พื้นที่ราบเพื่อระบายรถ

 

เปิดเซฟตี้โซนถนนเยาวราช

 

          พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น.ร่วมกันปล่อยแถวรถสายตรวจ ตำรวจนครบาล ตำรวจท่องเที่ยว สุนัขตำรวจ K9 เจ้าหน้าที่เทศกิจโครงการ safety zone แห่งที่ 2 ในเวลา 09.00น. และตรวจศูนย์ควบคุมการปฏิบัติส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลในวัดไตรมิตรดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และลดปัญหาอาชญากรรมเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน 

          พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า นอกจากจะติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในเซฟตี้โซนถนนเยาวราชป้องกันเหตุต่างๆ และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวแล้วยังมีกำลังตำรวจสายตรวจเดินเท้า สายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์จากกองกำกับการตำรวจนครบาล 6 และกำลังเสริมจาก 191 และตำรวจม้าเข้ามาตรวจ เพื่อให้ชาวต่างชาติอุ่นใจได้รับความปลอดภัยมากที่สุด และจะเปิดโครงการตามจุดต่างๆ ในย่านสุขุมวิท ซอยนานาต่อไป

 

ชี้วิ่งสวนขาเข้าคู่ขนานลอยฟ้าแก้รถติดได้ดี

 

          ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ได้รายงานผลคืบหน้าการทดลอง จัดช่องทางพิเศษหรือรีเวิร์สซิเบิลเลน ฝั่งขาเข้าบนทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนีตามแนวคิดของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรในเขต กทม.และปริมณฑล โดยเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาเตรียมรองรับเปิดเทอมจากแยกบรมราชชนนีถึงแยกผ่านพิภพ เพิ่มอีก 1 ช่องทาง จากเดิมเริ่มที่ทางขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าระหว่างเวลา 07.00-08.30 น.

          ในรายงานดังกล่าวยังชี้แจงว่า ผลการทดลองตลอดช่วง 10 วันที่ผ่านมาในภาพรวมไม่มีปัญหาสามารถช่วยลดความแออัดบริเวณเชิงทางขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้มาก และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยจะติดตั้งสัญญาณไฟราวเพิ่มเติมบนทางคู่ขนานแจ้งการปรับเปลี่ยนช่องทางเดินรถให้ผู้ใช้ทางได้ทราบ เป็นการป้องกันอุบัติเหตุ สำหรับช่วงเย็น บนทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชนนี จะจัดช่องทางพิเศษระบายรถรถฝั่งขาออกตั้งแต่ลงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตลอดแนวเส้นทางถึงทางลงถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตั้งแต่เวลา 16.30-18.00 น. ควบคู่กันไปเพื่อเร่งระบายรถทั้งขาเข้าช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนและขาออกช่วงเย็น