
อีสานแล้งหนัก!เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำเขื่อน
อีสานแล้งหนัก! เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำให้เขื่อนลำปาว พร้อมเตือนเกษตรกรรับมือ ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านร้องหน่วยงานช่วยเหลือ หลังอ่างเก็บน้ำแห้งขอด
25 ต.ค.55 นายประสพ พรหมมา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงได้กระจายหน่วยย่อย 5 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และอุบลราชธานี เพื่อทำฝนหลวงเติมน้ำให้กับเขื่อนสำคัญในภาคอีสาน ซึ่งในพื้นที่อีสานใต้ประสบผลสำเร็จในการทำฝนหลวงเติมน้ำเข้าเขื่อนได้ดี แต่พื้นที่อีสานตอนบน พบว่า การทำฝนหลวงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาว การทำฝนหลวงจะประสบความสำเร็จได้ยาก เนื่องจากความชื้นสัมผัสในอากาศมีน้อย แต่หากพบกลุ่มเมฆที่ก่อตัวทางศูนย์จะขึ้นบินทำฝนหลวงทันที
“เจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงสารเคมีน้ำหนัก 1,500 กิโลกรัม ขึ้นไปโปรยที่ อ.หนองวัวซอ และ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังพบว่าก้อนเมฆเหมาะสมสำหรับการทำฝนหลวง หวังเติมน้ำให้กับเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย จึงฝากเกษตรกรควรงดการปลูกข้าวนาปรังไว้ก่อน เพราะช่วงนี้การทำฝนหลวงยังประสบปัญหาทางสภาพอากาศจนไม่สามารถทำฝนหลวงได้อย่างเต็มที่” นายประสพ กล่าว
จากการสำรวจปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะนี้ปริมาณน้ำกักเก็บมีเพียงร้อยละ 22 เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 46 ทำให้ทั้ง 2 เขื่อนต้องปิดประตูระบายน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่ปลายลำน้ำ
กาฬสินธุ์-อ่างเก็บน้ำแห้งกระทบปชช.หลายครัวเรือน
นายพิบูลย์ คำแหงพล นายกเทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความแห้งแล้งส่งผลกระทบมากที่สุดในรอบ 30 ปี จากการติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้า มีปริมาณน้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 10 การแก้ไขทำได้เพียงทำฝายชะลอน้ำ บนเนื้อที่ 5 ไร่ ซึ่งจะเป็นจุดผลิตน้ำประปา หล่อเลี้ยงประชาชนรวม 6 หมู่บ้าน กว่า 2,000 ครัวเรือน แต่ปริมาณน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปาคงจะไม่เพียงพอ เพราะความร้อนจากอากาศทำให้น้ำระเหยเร็วขึ้น คาดว่าไม่ถึง 1 เดือน ในพื้นที่ต้องประสบปัญหาขาดน้ำประปาใช้อุปโภค บริโภคแน่นอน
“เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่งรวดเร็วและทั่วถึง เทศบาลตำบลต้องการให้จังหวัดเร่งจัดสรรงบประมาณขุดลอกในอ่างวังลิ้นฟ้า เพื่อเตรียมสำรองน้ำผลิตน้ำประปาเป็นการชั่วคราว พร้อมกับชลประทานจังหวัดถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการขุดลอกแหล่งน้ำใหม่ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย” นายพิบูลย์ กล่าว
ชัยภูมิ-ชาวนาน้ำตาตกต้นข้าวขาดน้ำตาย-ขาดทุนนับแสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เริ่มลุกลามขยายวงสร้างความเสียหายในพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรขาดน้ำยืนต้นตายเป็นวงกว้างจำนวนมากกว่า 3,000 ไร่แล้ว ในหมู่บ้านหนองไข่น้ำ ต.กะฮาด อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ ซึ่งเดิมเคยใช้น้ำจากลำน้ำชีไหลผ่านตำบล เกิดแห้งขอดจนไม่สามารถนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งสูบเข้าที่นาช่วยเลี้ยงต้นข้าวได้แล้ว
โดยนางอ้อย เทียนธรรม อายุ 51 ปี ตัวแทนชาวนาบ้านหนองไข่น้ำ ต.กะฮาด จาก 10 หมู่บ้าน เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่มีต้นทุนน้ำที่จะสูบเข้ามาช่วยต้นข้าวที่มีมากกว่า 3,000 ไร่ แล้ว ซึ่งในส่วนของตนเองต้องลงทุนลงแรงไปมากกว่า 200,000 บาท เพื่อปลูกข้าวปีนี้ในที่นามีที่มีทั้ง 22 ไร่มานานเกือบ 5 เดือนแล้ว และหวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.ปีนี้ แต่ปัจจุบันก็ต้องมาประสบภัยแล้งที่มาเร็วกว่าทุกปีต้นข้าวขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงจนยืนต้นตายเกือบหมดแล้ว มีแต่หญ้าเกิดขึ้นมาแทนปกคลุมต้นข้าวจนไม่สามารถออกร่วงเต็มไปหมด เพราะลำชีที่ไหลผ่านตำบลเกิดแห้งขอดจนหมดแล้ว
ปีนี้ก็ต้องหมดตัวไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ถ้าไม่มีน้ำมาช่วยที่นา และความหวังสุดท้ายที่ดีกว่าจะปล่อยต้นข้าวตายทิ้งไม่เหลืออะไรอีกแล้ว อยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเหลือ ทำฝนเทียม พอให้เกิดฝนตกลงมาพอที่จะได้เก็บเกี่ยวข้าวในที่นาที่ข้าวเริ่มออกร่วงขาดน้ำ ที่ยังไม่ตายบางส่วนใน 2-3 ไร่ พอได้มีความหวังว่าปีนี้จะพอเหลือพันธุ์ข้าวเก็บได้บางส่วนไว้ปลูกปีหน้าด้วย ดีกว่าหมดตัวขาดเงินทุนไม่เหลืออะไรอีกเลยในปีนี้
รวมทั้งอยากให้มีโครงการที่เคยยื่นเสนอผ่านส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่ ไปถึงรัฐบาลแล้วรับปากว่า จะมีโครงการมาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวนาที่นี่ในปีนี้ เพื่อช่วยชาวบ้าน ใน10 หมู่บ้าน ของโครงการสร้างฝายเก็บน้ำหินโรงโม่ ที่บ้านหนองไข่น้ำ ให้เกิดขึ้นเพื่อนำน้ำจากลำชีมาเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้งให้กับเกษตรกรไม่เกิดปัญหาขาดน้ำยามหน้าแล้งได้ แต่ละแล้ว เรื่องนี้ปีนี้ก็ยังเงียบอีก วอนถึงรัฐบาลช่วยให้ความสนใจในการช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง ในปีนี้อีกทางด้วย ซึ่งยามท่วมก็ท่วมมากแต่พอท่วมแล้ว น้ำกลับไม่เหลือในพื้นที่เลย
พิษณุโลก-ชาวบ้านโวยปลากระชังตายเกลื่อน เหตุน้ำลด
นางเสาวนีย์ ห้วยหงษ์ทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.สนามคลี อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-24 ตุลาคม ระดับน้ำแม่น้ำแห้งขอดอย่างรวดเร็ว คาดว่า เขื่อนหยุดการปล่อยน้ำ โดยไม่ได้รับการแจ้งเตือน ที่ผ่านมา ชลประทานมีการแจ้งเตือนผ่านทางอบต.แต่รอบนี้ไม่มีการแจ้ง ทำให้กระชังปลากว่า 50 รายๆละหมื่นตัวขึ้นไปแถบ ต.บางกระทุ่มก่อนเข้าสู่ จ.พิจิตร ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะกระชังลูกปลาของตนที่เพิ่งเกิดใหม่ กำลังได้รับความเดือดร้อน เพราะน้ำแห้งขอด ส่งผลให้น้ำร้อน ลูกปลาตัวเล็กๆอยู่ไม่ได้ กำลังจะแย่ ต่างรีบย้ายปลาก่อนปลาตาย แถบต.สนามคลี มีกระชังไม่น้อยกว่า 3 กระชังกำลังเสียหาย เหตุแม่น้ำน่านแคบ ไม่ได้กว้างเหมือนตำบลอื่น โดยเฉพาะหมู่ 2 หมู่ 4 หากหยุดปล่อยน้ำควร บอกแจ้งเตือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านจ.พิษณุโลกช่วงนี้อยู่ในระดับน้ำมาก เช้าวันที่ 25 ตค.55 อยู่ที่ระดับ 65 เซนติเมตร โดยเขื่อนสิริกิติ์จ.อุตรดิตถ์จะเริ่มปล่อยน้ำช่วยพื้นที่การเกษตรในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก หยุดการส่งน้ำช่วยพื้นที่นาปีนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2555 ส่งผลให้สภาพแม่น้ำแควน้อยด้านท้ายเขื่อนแควน้อย สภาพลำน้ำอยู่ในระดับต่ำมาก ที่ฝายมะขามสูง ต.มะขามสูง อ.เมืองพิษณุโลก ที่กั้นลำน้ำแควน้อย ก่อนมาบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ต.จอมทอง อ.เมืองพิษณุโลกประมาณ 10 กม.นั้น สภาพลำน้ำท้ายฝายมะขามสูงเห็นสันดอนทรายชัดเจน ชาวบ้านได้ลงไปใช้ข่ายและลอบดักปลาอยู่กลางลำน้ำ
นายสมหวัง ปารสุขสาร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนแควน้อยฯมีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 78.1 % หรือ คิดเป็นปริมาณ 733 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม. ) จากขีดความสามารถกักเก็บที่ 939 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำขณะนี้ถือว่าน้อย เนื่องจากต้องสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า ช่วงนี้จึงต้องใช้น้ำอย่างประหยัด โดยขณะนี้ ยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 4.2 ล้านลบ.ม. แต่เขื่อนระบายออกในอัตรา 15 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ วันละ 1.29 ล้านลบ.ม. และวันที่ 23 ต.ค.2555 ได้หยุดส่งนำช่วยพื้นที่การเกษตร เนื่องจากสิ้นสุดฤดูการทำนาปี โดยจะกำหนดส่งน้ำช่วยพื้นที่ในเขตชลประทานเขื่อนแควน้อย 1.5 แสนไร่ อีกครั้ง ในวันที่ 12 พ.ย.2555- 25 ก.พ.2556



