
ททท.จัด 2 งานใหญ่บูมเที่ยวไทยเทงบ 70 ล้านกู้ภาพลักษณ์-ชู "คุ้มค่าเงิน" ดึงต่างชาติ
ททท.เดินหน้ากู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เทงบอีก 70 ล้านจัด 2 งานใหญ่ "ทีทีเอฟ-ทีทีเอ็ม พลัส" พร้อมกัน เตรียมเสนอการท่องเที่ยวรูปใหม่ เจาะคนรุ่นใหม่ พร้อมลดค่าบูธให้ผู้ประกอบการ 50% เผยแผนการตลาดยังเน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก เชื่อแข่งขันชาติอื่นได้
นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย ททท.ได้ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท จัดเทศกาลเที่ยวเมืองไทยปี 2552 (ทีทีเอฟ) พร้อมกับงานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส เดอะ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (ทีทีเอ็ม+2009) ซึ่งเป็นงานโปรโมทการท่องเที่ยวประจำปี ในวันที่ 3-7 มิถุนายนนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และหลังจากนี้ ททท.มีแผนจะใช้งบอีกกว่า 130 ล้านบาทในการทำตลาดท่องเที่ยว แบ่งเป็นทำตลาดการท่องเที่ยวเชิงดนตรี กีฬา ศิลปวัฒนธรรม 80 ล้านบาท และการท่องเที่ยวเชิงศาสนาอีก 50 ล้านบาท
สำหรับงานทีทีเอฟ ททท.เตรียมเสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงดนตรี และนวัตกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ มีเป้าหมายเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา ซึ่งถือเป็นกลุ่มอนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างการรับรู้ในส่วนของสินค้าการท่องเที่ยวที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังจัดสัมมนา "เปิดมุมมอง ท่องเที่ยวไทย" โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมสัมมนา รวมทั้งการจัดนิทรรศการ "50 ปีท่องเที่ยวไทยจะไปทางไหน"
"การจัดงานในครั้งนี้จะมีการลดราคาค่าบูธแก่ผู้ประกอบการไทยกว่า 50% จาก 3 หมื่นบาทต่อบูธเหลือ 1.5 หมื่นบาท คาดว่าจะมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากทุกส่วนมาร่วมงานกว่า 350 ราย ซึ่งเน้นนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวราคาพิเศษอีกด้วย" นายวันเสด็จกล่าว
ด้านนายสันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศ ททท. กล่าวถึงการจัดงาน ทีทีเอ็มพลัส ว่าททท.เตรียมนำโปรแกรมท่องเที่ยวภาคต่างๆ และเชื่อมโยงภูมิภาคแม่น้ำโขง เพื่อเสนอแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้แนวคิดเดิมคือ "แวลู ฟอร์ มันนี่" โดยจะเน้นการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวประเภทแคมปิ้ง เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนโรงเรียนนานาชาติจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและเกาหลี ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ที่น่าสนใจ โดยเบื้องต้นขณะนี้ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรโรงเรียนนานาชาติแล้ว 3-4 ราย
"งานใหญ่ 2 งานนี้ มีความสำคัญ โดยททท.เตรียมแผนการตลาดภายใต้จุดขายเรื่องความคุ้มค่า หรือ แวลู ฟอร์ มันนี่ ซึ่งไทยได้ทำเป็นประเทศแรก ถึงขณะนี้ประเทศอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งได้ใช้แนวทางดังกล่าวเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ถือว่ามาถูกทาง แต่ยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีจุดขายโดยเฉพาะความเป็นเอกลักษณ์ด้านการบริการและสินค้าที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง" นายสันติชัยกล่าว



