
'ปู'ชี้'เสธ.อ้าย'นัดชุมนุมเป็นสิทธิ
'ยิ่งลักษณ์' ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ชี้ 'เสธ.อ้าย' นัดชุมนุม 28 ต.ค. เป็นสิทธิตามประชาธิปไตย ชิ่งตอบข่าวปรับ ครม.
24 ต.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 ครั้งที่ 2 ว่า การประชุมในวันนี้ถือว่าเป็นการประชุมในครั้งที่ 2 ซึ่งเราก็ได้มีการเสนอยุทธศาสตร์รวมทั้งหมด 8 ด้านด้วยกันที่จะเข้าไปทำงานเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งในส่วนนี้ในเบื้องต้นเราก็จะบูรณาการแผนรวมกัน และในลำดับถัดไปก็คือว่าจะให้ทุกกระทรวงลงไปดูในรายละเอียดว่าในขั้นตอนการปฏิบัติในแต่ละกระทรวงนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง แล้วก็จะมีการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมาในการทำงานร่วมกัน ก็คือระดับกระทรวงนั้นในวันนี้เราทำแล้วซึ่งก็กำลังบูรณาการในเชิงลึกลงไป
รวมถึงคณะทำงานในระดับพื้นที่ เพราะการทำงานทั้งหมดนั้นการขับเคลื่อนก็จะตรงไปยังจังหวัดแต่ละจังหวัด ก็จะได้มีการเข้าใจแผนและดูความพร้อมในแต่ละที่ว่ามีความพร้อมอย่างไร อย่างในระดับกระทรวงก็จะดูตามรายอุตสาหกรรมว่า แต่ละอุตสาหกรรมมีความพร้อมอย่างไร และในส่วนของภาคเอกชนซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นการประชุมที่ต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่ได้มีการรับทราบแผนวันนี้ทุกกระทรวงก็จะกลับไปบูรณาการในรายละเอียดเพื่อที่จะกำหนดเป็นระยะเวลา และความสำคัญเร่งด่วน จากนั้นเราก็จะไปนัดประชุมกับในส่วนของภาคเอกชนกับส่วนของจังหวัดร่วมกันอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้แนวทางความพร้อมนั้นเห็นตรงกันแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในภาพใหญ่เห็นตรงกัน แต่ว่าภาพย่อยอันนี้ต้องลงทำรายละเอียด เช่น ทางด้านของความพร้อมในแต่ละอุตสาหกรรม เราเองอาจจะมองภาพใหญ่ในภาพรัฐว่าอุตสาหกรรมนี้เรามีความพร้อมแต่ถ้าเราไปคุยในภาพเอกชนอาจจะต้องการความช่วยเหลือซึ่งแต่ละมุมนั้นไม่เหมือนกัน เราก็จะเสริมในส่วนนี้เข้าไปหรือว่าบางอุตสาหกรรมเมื่อลงไปทำในรายย่อยในจังหวัด เราก็ต้องเสริมความพร้อมในพื้นที่บ้างซึ่งตรงนี้เราจะลงเข้าไปทำในแบบที่เรียกว่าหมุนในแกนของรายอุตสาหกรรมและรายภาค
เมื่อถามว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนคิดว่าประเทศไทยมีอะไรที่โดดเด่นและเป็นจุดที่น่าสนใจ ที่สามารถโชว์และขายได้บ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนี้จริงๆแล้วอย่างที่เรียนว่า เราเองในภาคที่ยังโดดเด่นอยู่ก็คือทางด้านของอุตสาหกรรมรถยนต์ต่างๆ แต่ว่าในขณะเดียวกัน เราก็อยากจะเสริมในเรื่องของแรงงานต่างๆ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นส่วนที่เราต้องคุยกัน และอย่างความโดดเด่นที่เรามีอยู่ก็คือภาคการเกษตร แต่ภาคการเกษตรนี้เราก็ต้องกลับไปพัฒนาในพื้นที่ต้นน้ำ ก็อย่างที่เรียนว่าจริงๆแล้วความโดดเด่นนี้เราก็ยังเห็นอยู่ในภาพใหญ่ แต่ในรายละเอียดนี้ที่ต้องลงไปทำงานในพื้นที่ซึ่งต้องขอให้ในพื้นที่ทำงานทั้งหมดก่อน และต้องบูรณาการกับภาคเอกชนเราก็จะเห็นได้ว่าแต่ละที่นั้นมีความต้องการอย่างไร ดังนั้นวิธีการทำงานของเรานั้น เราก็จะมองในมุมที่ว่าถ้าส่วนไหนที่มีความพร้อมอยู่แล้ววิธีการดูแลในส่วนของภาพรวมเป็นอย่างไร ถ้าส่วนไหนยังไม่พร้อมเราก็จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร อันนี้ก็จะมีการเรียงลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนของงาน
เมื่อถามว่าทางภาคอุตสาหกรรมได้มีการขอให้ปรับลดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทลงไปอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ขออนุญาตว่าวันนี้เป็นภาพใหญ่อยู่นะคะ ยังไม่ไปในลายละเอียดตรงนั้นนะคะ” เมื่อถามว่าความตั้งใจที่จะให้ไทยเป็นศูนย์กลางในเรื่องของอาหารและการคมนาคมนั้นยังอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ทุกอย่างยังอยู่ค่ะ ต้องเรียนว่าทุกอย่างยังอยู่ ความตั้งใจตรงนั้นยังอยู่ตามนโยบายที่เราได้มีการแถลงไว้ แต่วันนี้เรียกว่าขั้นตอนการปฏิบัติมากกว่าว่าเราต้องเรียงลำดับอย่างไร อย่างเช่นในเรื่องของโลจิสติก คอนเน็คติวิตี้ ซึ่งเราก็จะดูทั้งคอนเน็คติวิตี้ที่จะต้องเชื่อมทางด้านของภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว หรือการที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับเมืองใหญ่เมืองสำคัญต่างๆ หรือการขนส่งที่จะลดระยะเวลาในการทำงานซึ่งโจทย์ตรงนี้คือการบูรณาการมากกว่า”
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าจากที่เราเดินทางไปในพื้นที่ในฝั่งของอ่าวไทยรวมทั้งหลายๆพื้นที่ก็จะเห็นว่า บางพื้นที่เส้นทางอาจจะขาดการเชื่อมโยงสัก 2-3 กิโลเมตร ซึ่งเราก็จะไปลงในรายละเอียดนี้เพิ่มเติม เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรในการที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในขณะที่การปรองดองในชาตินั้นยังทำไม่สำเร็จ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ก็อย่างที่เรียนว่าเราพูดกันหลายครั้งที่จะอยากเห็นว่าเราเองมาร่วมพูดคุยกัน และหารือเพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพราะว่าทุกประเทศก็จะเห็นว่าพื้นฐานสำคัญในการที่จะพัฒนาเศรฐกิจก็คือทำอย่างไรให้บรรยากาศของประเทศนั้นมีความราบรื่นปรองดองและตรงนั้นก็จะเป็นส่วนที่ส่งเสริมให้ทางด้านของต่างประเทศนั้นเกิดความมั่นใจ
นายกฯ ชี้ 'เสธ.อ้าย' นัดชุมนุมเป็นสิทธิตาม ปชต.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์กรพิทักษ์สยาม ได้จัดชุมนุมในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อโจมตีโครงการทุจริตของรัฐบาลว่า การชุมนุมถ้าถือว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ก็เป็นสิทธิในเรื่องของประชาธิปไตยก็ทำได้ แต่ว่าอย่างไรก็ขอความร่วมมือว่า ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและอยู่ในความสงบ อันนี้ก็จะทำให้หลายๆ คนจะได้ไม่มีความกังวล ซึ่งเราก็ยินดีพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับครม.ว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามพร้อมเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวทันที เมื่อผู้สื่อข่าวตามไปถามย้ำอีกว่า ช่วงนี้กลิ่นของการปรับครม.นั้นแรงมาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า “กลิ่นอะไรค่ะ”



