ข่าว

'ประยุทธ์'ลงใต้-ปัดมีชายชุดดำอยู่ราบ11

'ประยุทธ์'ลงใต้-ปัดมีชายชุดดำอยู่ราบ11

24 ต.ค. 2555

'ประยุทธ์'เบื่อโต้'จตุพร'ยันเป็นไปไม่ได้ชายชุดดำอยู่ในราบ 11 เตือนคนไทยระวังโดนชักจูง เผย'ยิ่งลักษณ์'สั่งลงใต้ให้กำลังใจทหาร ขอบคุณรบ.ให้ความสำคัญแก้ไฟใต้ เผยสัปดาห์หน้า'นายกฯ'เรียก 17 กระทรวงคุยผลงานแก้ใต้ รับยังจำกัดเสรีโจรใต้ไม่ได้ 100 % แนะอย่าเตือน

                     24 ต.ค. 55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ระบุว่า มีชายชุดดำนั่งรถตู่ของตำรวจออกมาจากกรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.)ในช่วงเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ว่า ถ้าใครจะฟังเขา หรือเชื่อเขาก็เชื่อไป เรื่องนี้ไม่มีความเป็นไปได้อยู่แล้ว ตนขี้เกียจจะไปตอบโต้ พูดไปกี่ครั้งก็เหมือนเดิม สำหรับในส่วนของชายชุดดำนั้น จะมีหรือไม่มี ตนไม่รู้ แต่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ ล้มตายทั้งทหารและตำรวจ แล้วเป็นไปได้หรือไม่ตามที่เขากล่าวมา มันเป็นใครคนที่ออกมา อยากให้แยกแยะ คนไทยอย่าให้เขาชักจูงไปเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้อย่างเดียว แต่ทุกกลุ่ม

 

ลงใต้ให้กำลังใจทหาร ขอบคุณรบ.ให้ความสำคัญแก้ไฟใต้

 
                      พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายทหารระดับสูงเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางคณะจะลงไปติดตามผลการปฏิบัติงานประจำเดือนที่เคยสั่งการไว้ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งยอมรับว่า มีปัญหาอยู่บ้างทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ประชาชน กลุ่มก่อความรุนแรง  โดยทั้ง 3 ส่วนนี้จะต้องแก้ไขไปด้วยกัน นอกจากนี้จะไปพบปะขอความร่วมมือกับผู้นำศาสนา อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ แจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ขอรีบลงไปในพื้นที่เพื่อให้กำลังใจกำลังพลที่ทำงานหนัก และหาข้อมูลในการจัดหาเครื่องมือการสนับสนุนการปฏิบัติการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น  นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลให้ความห่วงใย กองทัพในฐานะที่เป็นผู้ปฎิบัติต้องขอขอบคุณที่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาภาคใต้

                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาในปัจจุบัน คือ กำลังพลมีจำนวนน้อย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องดูแลงาน 2 ลักษณะ คือ การปราบปรามอาชญากรรมทั่วไป รักษาสถานที่สำคัญ และงานด้านความมั่นคงร่วมกับทหารเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ในการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ทั้งนี้ผู้ก่อความไม่สงบใช้ยุทธวิธีการใช้ความรุนแรง ถือเป็นการใช้กำลังคนละลักษณะกัน จึงจำเป็นต้องผลิตเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรองรับภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆได้ เพราะมีเพียงตำรวจในพื้นที่เท่านั้นที่ดูแลงานภาคใต้จึงต้องเห็นใจ เพราะภารกิจในทุกจังหวัดมีมาก ทำให้กำลังพลขาดแคลน โดยเฉพาะตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อบรรจุตำรวจเพิ่มเติมจากทหารที่ปลดประจำการไปแล้ว เมื่อผลิตแล้วจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                     "การป้องกันเหตุร้ายให้ได้นั้นต้องจำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ต้องอาศัยการตั้งจุดสกัด หน่วยเคลื่อนที่เร็ว แต่เรายังมีไม่เต็ม 100 % ทั้งนี้การจับกุมดำเนินคดีกับผู้ความไม่สงบที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความระส่ำระส่ายพอสมควร ทุกวันนี้การดำเนินการเป็นการลอบทำร้ายจึงต้องใช้ตำรวจมากขึ้น ในส่วนกำลังทหารคงจะไม่เพิ่มไปมากกว่านี้แล้ว โดยในสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีจะเรียกหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานการพัฒนาในส่วนของ ศอ.บต. 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน ไปชี้แจงถึงผลงานว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และอะไรที่เป็นแผนงานเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณเป็นอย่างไร เพื่อที่นายกรัฐมนตรีจะได้ดูภาพร่วมและกำชับเพิ่ม ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่า จะเกิดเหตุรุนแรงในวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบในวันที่ 25ต.ค.นี้นั้น อย่าไปเตือนเขาบ่อย เพราะเขาอาจจะลืมไปแล้ว ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว แม้อาจเทียบไม่ได้กับความสูญเสีย แต่ต่างฝ่ายต่างได้ขอโทษกันไปแล้ว สิ่งสำคัญ คือ อย่าให้เกิดขึ้นมาอีก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

'ยุทธศักดิ์'เชื่อม็อบ'เสธ.อ้าย'ไม่รุนแรง

                     พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) จะเข้าร่วมการชุมนุมกับองค์กรพิทักษ์สยามที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย เลขาธิการกิตติมศักดิ์ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยว่า เป็นกลุ่มเดิมที่ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ส่วนกลุ่มที่คณะกรรมการภาครัฐที่ตนเป็นประธานตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูแล ได้รายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้แทนของคณะอนุกรรมการภาค ได้ประชุมร่วมกับ ผรท. ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 5 กลุ่ม รับข้อเสนอในการขยายสิทธิให้กับผู้ที่เกิดก่อนปี 2527 ซึ่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 ขอให้รวบรวมรายชื่อผู้เป็นสมาชิกที่มีสิทธิ์ที่ได้รับความช่วยเหลือส่งให้ กอ.รมน.ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้พิจารณาภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้ จากนั้นจะนำข้อพิจารณาของทุกจังหวัดส่งให้แม่ทัพภาคเพื่อเข้าประชุมส่วนกลางที่ตนเป็นประธานในวันที่ 3 พ.ย.55

                     “ ผรท.กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่ 3 ซึ่งเมื่อรับฟังผลการประชุมก็พึงพอใจและเข้าใจ และจะไม่มาชุมนุมในวันที่ 28 ต.ค.นี้แน่นอน แต่กลุ่ม ผรท. ที่จะมาร่วมประชุมกับกลุ่ม เสธ.อ้าย คือกลุ่มที่ได้รับการเยียวยาและช่วยเหลือไปแล้ว คิดว่าเป็นกลุ่มแรกๆ สมัยนายกฯสุรยุทธ์ กลุ่มที่ผมจะดูแลคือกลุ่มที่ 3 และคนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่ตกค้างจากกลุ่ม 1และกลุ่ม 2 ที่ตกค้างสมัยรัฐบาลนายกฯสุรยุทธ์ และนายกฯอภิสิทธิ์ เราจะดูแลให้หมด ทั้งสามกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลอย่างแน่นอน ส่วนกลุ่มแรกที่ได้รับการเยียวยาไปแล้วยังมาเรียกร้องรัฐบาลนั้น อาจได้รับการชักจูง หรือเขาอาจจะมีรายได้จากเรื่องทางนี้บ้างก็ได้ ซึ่งผมยังไม่ได้ตรวจเช็คว่าใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่เมื่อวันที่เดินทางไป จ.บุรีรัมย์ หัวหน้ากลุ่ม ผรท. มาบอกตนว่า กลุ่มที่ไปชุมนุมที่ กรุงเทพฯ เป็นคนละกลุ่ม แต่เขาจะไปคุยเพื่อขอร้องว่าอย่าไปชุมนุมเลย เพราะจะเสียชื่อ ผรท.ทั้งหมด ถ้ากลุ่มแรกได้รับเงินแล้วออกไปทำอะไรที่ไม่ดีจะกระทบกระเทือนถึงกลุ่มที่รอรับการเยียวยาอยู่ ทั้งนี้ ผรท. มีหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็ประมาณ 300 - 400 คน แต่กลุ่มที่มาเป็นกลุ่มที่ได้เงินจากรัฐบาลมาแล้วตั้งแต่สมัยนั้น ก็คงจะได้มีข้อผูกพันอะไรกันอยู่หรือเปล่าถึงได้มาตอนนี้ ” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

                      เมื่อถามว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าการเคลื่อนไหวของ เสธ.อ้าย น่ากลัวหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนดูแล้วว่าไม่น่ากลัว รัฐบาลคงเฝ้าดู ในส่วนของพรรคพูดกันในเรื่องของความมั่นคง และจากที่ตนอยู่ใกล้ชิและพูดคุยกับ ผบ.ทบ.ก็ไม่เห็นอะไรที่น่ากลัว เพราะเป็นเรื่องทางการเมืองในการชุมนุมที่ทำได้ตามกฎหมาย ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย เมื่อซักว่ามีการโยงเรื่องชายชุดดำ และเสี้ยมกองทัพปฏิวัติรัฐประหารจะทำให้ทหารหวั่นไหวหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าคงไม่ใช้ความอ่อนไหวนี้มาทำงาน เท่าที่คุยความมั่นใจของ ผบ.ทบ.ยังมีอยู่ ก็คุยกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นลูกเสือชาวบ้าน ทหารผ่านศึก ทุกคนก็อยู่สงบนิ่ง ก็ไม่ได้เข้ามาให้การสนับสนุน เท่าที่ทราบมีการคนไปชวนกลุ่มคนพวกนี้เข้ามาชุมนุม แต่ทุกคนก็ฟัง

                      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่28 ต.ค.นี้ว่า ต้องไปถาม พล.อ.บุญเลิศ จากที่ตนได้ติดตามข่าว ท่านตอบไปแล้วว่า ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยใช่หรือไม่ ทุกคนต้องการประชาธิปไตย ก็ต้องว่ากันด้วยประชาธิปไตย จะเสียหายดีหรือไม่ดีก็ว่ากันไป มีกติกา คณะทำงาน มากมายให้ตรวจสอบก็ไปว่ากัน แต่อย่ามากดดันเจ้าหน้าที่ คนโน้นคนนี้ แล้วมาด่าตนในทางเสียหาย ถือว่า ไม่ให้เกียรติกัน ใครก็ตามที่พาดพิงพูดให้กองทัพบกเสียหาย หรือตนเสียหายเท่ากับไม่ให้เกียรติกัน ถ้าท่านไม่ให้เกียรติตน ตนก็ไม่ให้เกียรติท่าน ถ้าด่ากองทัพบกไม่ใช่แค่ด่าพล.อ.ประยุทธ์ อย่างเดียวแต่ท่านกำลังว่า กำลังพลสองแสนคน ถ้าอย่างนั้นท่านอย่ามาหวังว่าท่านจะได้อะไรจากพวกเรา