
'สุมล'ยื่น'ปปช.'ฟันปมประมูล3จี
'สุมล'ยื่น'ปปช.'ขอพิจารณาปมประมูลคลื่น 3จี เข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่ ด้าน'เลขาธิการสภาฯ'ไม่หวั่นนั่งปธ.สอบฮั้ว 3 จีถูกมองเพื่อฟอกขาว
เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ปปช.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สนามบินน้ำ เข้าข่ายความผิดการฮั้วประมูล ตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือไม่
น.ส.สุมล กล่าวว่า กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องทุจริตฯ ได้รับรองเรียนจากภาคประชาชนที่ตั้งข้อสังเกตถึงการประมูล ว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ จึงมีมติมอบหมายให้อนุกรรมการกฎหมายป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคมซึ่งมี นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหาเป็นประธาน โดยภายหลังการการตรวจสอบแล้วพบว่า มีข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการประมูล อาทิ การตั้งราคาเริ่มต้นการประมูลที่ต่ำเกินไป พฤติกรรมของบริษัทที่เข้าประมูลซึ่งไม่ได้มีการแข่งขัน พฤติกรรมของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่มีการเร่งรีบลงมติเห็นชอบผลการประมูลแม้จะมีผู้คัดค้านเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงนำข้อมูลนี้มา ให้ ปปช.เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ให้เกิดความโปร่งใส ทั้งนี้อยากให้ ปปช.นำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะประเด็นนี้เข้าข่าย พรบ.การฮั้วประมูลซึ่งเป็นหน้าที่ของ ปปช.โดยตรง
"นอกจากนี้ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ที่ห้องรับรอง 1-2 อาคารวุฒิสภา ตั้งแต่เวลา10.00น. กมธ.จะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมูล ทั้งบริษัทเอกชนที่เข้าประมูล ตัวแทนกทค. ประธานกสทช. ตัวแทนคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมชี้แจงในประเด็นเดียวกันนี้ด้วย"น.ส.สุมล กล่าว
"เลขาธิการสภาฯ"ไม่หวั่นนั่งปธ.สอบฮั้ว 3 จีถูกมองเพื่อฟอกขาว
นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ทาบทามให้มาเป็นประธานสอบกรณีการฮั้วประมูลคลื่น 3 จี ว่า ได้รับการทาบทามจาก กสทช.ให้มาเป็นประธานสอบการฮั้วประมูลคลื่น 3 จี ซึ่งตนไม่ขัดข้อง พร้อมจะเป็นประธานสอบสวนกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามต้องรอหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ และต้องขออนุญาตจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาก่อน แต่ไม่หนักใจ โดยจะดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิคส์ว่า มีการฮั้วประมูลหรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องยากในการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีบริษัทเพียง 3 แห่งเข้าร่วมประมูลถือว่าน้อยเกินไปหรือไม่ นายสุวิจักขณ์ กล่าวว่า ต้องขอดูเงื่อนไขการประมูลก่อน แต่โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ใครจะประมูลได้ต้องเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ เพราะทางราชการต้องการความมั่นใจว่าจะทำงานให้ราชการประสบผลสำเร็จ ไม่ได้ดูน้อยไป หากมีแค่ 3 บริษัทที่ทำงานนี้ได้ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น
“คณะกรรมการชุดนี้จะเชิญคนกลางมาจากทุกฝ่าย จึงไม่กลัวถูกมองว่า จะมาฟอกความผิดให้โครงการนี้ ยืนยันว่า จะตรวจสอบด้วยความเป็นกลาง ยึดหลักกฎหมาย ยืนอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศชาติ หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะรีบเรียกประชุมกรรมการ เพื่อวางหลักเกณฑ์การตรวจสอบ และจะเร่งสรุปผลการตรวจสอบให้เสร็จเร็วที่สุด” นายสุวิจักขณ์ กล่าว



