ข่าว

คนไม่ธรรมดา

คนไม่ธรรมดา

24 ต.ค. 2555

คนไม่ธรรมดา : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               มีผู้วิเคราะห์ว่า ในสังคมแบบไทยๆ ทุกคนต้องการที่จะเป็นคนสำคัญหรือคนพิเศษเสมอ ไม่มีใครอยากที่จะเป็นคนที่ไม่มีใครเห็นความสำคัญของตน ดังนั้น ทันทีที่มีโอกาสจึงมักจะหาทางแสดงความสำคัญออกมาเสมอ ส่วนคนที่ยังไม่มีความสำคัญความพิเศษ ก็พยายามหาสิ่งที่ทำให้ตนมีความสำคัญหรือความพิเศษขึ้นมา
   
               การสร้างความสำคัญหรือความพิเศษมีตั้งแต่การทำตัวให้เด่นดังหรือเป็นข่าวคราวต่างๆ อยู่บ่อยๆ การหาเอกลักษณ์ให้ตนเอง การมีพฤติกรรมแปลกๆ หรือคนที่ไม่มีอะไรจริงๆ ก็ใช้วิธีอ้างชื่อคนโน้นคนนี้ ให้เห็นว่าฉันก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน และเหล่านี้แหละครับ
   
               ความที่คนไทยชอบเป็น “คนไม่ธรรมดา” จึงทำให้เกิดอาการเบ่ง อาการพอง อาการกร่าง หรืออาการวางก้าม ขึ้นโดยทั่วไป รวมทั้งนำไปสู่การใช้เส้นสาย และลัทธิเด็กฝากในวงงาน
   
               เพื่อนคนหนึ่งปรารภกับผมว่า คนไทยทำตามอย่างฝรั่งได้ทุกอย่าง ยกเว้นแต่เรื่องเข้าคิว ถ้าที่ไหนไม่มีการจัดลำดับคนมาก่อนมาหลังที่ชัดเจน ที่นั่นก็จะกลายเป็นการจลาจลย่อยๆ เพราะต่างคนต่างก็ถือมติว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา ซึ่งตรงข้ามกับฟิลิปปินส์ที่มีคนฟิลิปปินส์เคยบอกว่า ประเทศของเขาได้วัฒนธรรมที่ดีของอเมริกันมาอย่างเดียว คือการเข้าคิว ขนาดฝนตกแดดออก เขายังยืนต่อคิวกันยาว และที่เวียดนามตอนนี้ก็กำลังรณรงค์เรื่องการให้คนเวียดนามเข้าคิวกันอยู่
   
               ผมคิดว่า จริงๆ แล้ว คนไทยทั่วไปก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าคิวไม่เป็นหรอกครับ หากแต่รู้สึกว่าการทำอะไรเช่นนี้เป็นการลดถอยความสำคัญของตัวเอง และการแซงคิวไม่ว่าจะด้วยพลังภายนอกหรือพลังภายใน เป็นการแสดงถึงความสำคัญหรือความไม่ธรรมดาของตน และคนประเภทนี้เวลาไปติดต่ออะไรที่ไหน ก็มักจะเที่ยวไปขอนามบัตรแนะนำตัวจากผู้หลักผู้ใหญ่หรือขอให้ผู้ใหญ่ที่ตนรู้จักติดต่อขอความสะดวกจากหน่วยงานที่ตนจะไปติดต่อด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องรอคิว
   
               ขณะที่บอกว่าคนไทยทุกคนมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย แต่เราก็มองเห็นความไม่เท่าเทียมกันที่มีอยู่จริงในสังคม และอาจจะลืมไปว่าการใช้อภิสิทธิ์ในทางหนึ่งทางใด เพื่อสร้างความสำคัญหรือความพิเศษให้แก่ตนเองนั้น เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น และการได้สิ่งหนึ่งสิ่งใดก่อนเวลาที่ควรจะได้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการลักขโมยของของคนอื่น ซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องปลูกฝังแก่เยาวชน และปลุกจิตสำนึกของคนไทยโดยทั่วไป โดยเฉพาะการให้เกิดจิตสำนึกว่าการทำตัวเป็นคนพิเศษหรือคนไม่ธรรมดา เพื่อให้ได้รับความสะดวกหรือสิทธิพิเศษต่างๆ นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและน่าละอาย
   
               การแก้ไขเรื่องใดในสังคมจะต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้โดยง่ายก่อน ซึ่งการรณรงค์ให้คนไทย ตั้งแต่เด็กและเยาวชนเคารพสิทธิผู้อื่นด้วยการเข้าคิวหรือเรียงลำดับก่อน-หลัง ไม่ว่าจะเรื่องการซื้อของ ขึ้นรถประจำทาง หรือใช้บริการต่างๆ ฯลฯ น่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด และหากผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ตลอดจนผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ก็จะเป็นการช่วยสร้างวินัย มารยาททางสังคม วัฒนธรรม และบ่มเพาะนิสัยที่ดีแก่เยาวชน แสดงให้เด็กเห็นว่าการทำตามกติกาเป็นเรื่องที่ดีงาม และได้รับการยอมรับจากสังคม โดยไม่ต้องทำตัวเป็นคนพิเศษหรือคนสำคัญในทางที่ผิดๆ
   
               และถ้าสังคมไทยมีคนที่ไม่ธรรมดาน้อยลง ก็คงจะเป็นสังคมของคนธรรมดา ที่มีความเสมอภาค และเคารพสิทธิของกันและกัน มากขึ้นตามไปด้วย
   
               จริงๆ แล้ว ความสุขที่แท้จริงของคนเราอยู่ที่การเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนธรรมดาๆ ที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมากมาย ไม่ใช่การพยายามทำตัวเป็นคนไม่ธรรมดาหรอกครับ