ข่าว

'เฉลิม'ปัดคุยการเมืองกับ'เสธอ้าย'

'เฉลิม'ปัดคุยการเมืองกับ'เสธอ้าย'

23 ต.ค. 2555

'เฉลิม' เปิดบ้านแจงกินข้าวเที่ยงกับ 'เสธอ้าย' เรื่องส่วนตัว ปัดไกล่เกลี่ยยกเลิกชุมนุม ฟุ้งรัฐบาลอยู่ยาวอีก 4 ปี ไร้วี่แววปฏิวัติ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 55  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีการไปพบ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์กรพิทักษ์สยาม ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อทานข้าวเที่ยงร่วมกันว่า ไปพบเป็นการส่วนตัวไม่มีเรื่องการเมือง และไม่ใช่การไกล่เกลี่ยให้ยกเลิกการชุมนุม ส่วนตัวรู้จักรักชอบเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว หาก พล.อ.บุญเลิศ สอบถามเรื่องการทำงานของรัฐบาลตนจะตอบทุกเรื่อง แต่ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้เคารพจงรักภักดีเทิดทูนสถาบัน ไม่มีใครคิดเป็นอย่างอื่น เห็นได้จากในพรรคเพื่อไทย มีนายตำรวจ นายทหาร ที่เป็นราชองครักษ์มากกว่าทุกพรรคการเมือง ส่วนการชุมนุมเท่าที่ทราบเป็นการชุมนุมในวงจำกัดเพราะชุมนุมในสนามม้าเท่านั้น ปราศจากอาวุธและชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีอะไรบานปลาย ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวก ดูแลการชุมนุมให้เรียบร้อย ทั้งนี้ไม่ห่วงว่าการชุมนุมจะส่งผลต่อความมั่งคงของรัฐบาล เพราะไม่มีอะไรที่เป็นเงื่อนไขเพียงพอที่โจมตีรัฐบาลได้

 

          "ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ทำการปราบปรามเว็บหมิ่นสถาบันมากกว่ารัฐบาลชุดอื่น รวมไปถึงการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งผมเป็นประธานเอง โดยเฉพาะการทุจริตจำนำข้าว ก็ชี้้แจงได้ทั้งหมด ซึ่งผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลทั้งหมดเป็นการสร้างข่าวเท็จเพื่อทำลายรัฐบาล เช่น เรื่องไซฟ่อนเงิน เป็นข่าวเท็จที่มาจากขบวนการปล่อยข่าว จ้องล้มรัฐบาล และขณะนี้เบื้ิองต้นการข่าวยังไม่มีรายงานว่ากลุ่มใดสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ พล.อ.บุญเลิศ ยังไม่ทราบจำนวนคนมารวมมากน้อยแค่ไหน ต้องรอประเมิน 24 ชม.ก่อนที่จะมีการชุมนุม"

 

          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า กระแสข่าวการปฏิวัติประชาชน นั้นตนไม่เข้าใจว่าปฏิวัติดังกล่าวเป็นแบบใด หากบอกว่าเป็นโดยประชาชนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ขณะที่แม่ทัพ นายกองมีความคิดก้าวหน้าแล้ว โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมายืนยันหลายครั้งว่าไม่มีการปฏิวัติแน่นอน เพราะทหารต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ และเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ข่าวที่ออกมาเป็นพวกมือสั่นโรคจิตเต้าข่าว ยุให้ผู้มีอำนาจปฏิวัติทั้งที่ตัวเองไม่มีอำนาจอะไรเแล้ว

 

          "รัฐบาลชุดนี้มีความมั่นคง สามารถอยู่ต่อได้อีก 4 ปี ผลโพลล์ต่างๆ ออกมาตรงกันว่ารัฐบาลสอบผ่าน ปัจจุบันประชาชนเข้าใจเรื่องต่างๆ ดีกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ยอมให้คนสร้างข่าวเท็จปลุกปั่นได้อีก ส่วนเรื่องการยื่นอภิปรายไม่วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ ผมมองว่าเป็นคนละเรื่องกับการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ โดยการชุมนุมเป็นเพียงการแสดงความเห็นทางการเมืองเท่านั้น ส่วนคดี 91 ศพ เป็นการตรวจสอบทางคดีอาญา ที่ต้องมีการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้กระทำผิด ซึ่งผมไม่สามารถไปสั่งการได้ เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มีขั้นตอนการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งดีเอสไอ อัยการ และตำรวจ จึงเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ หากคดีนี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ไม่ดำเนินคดี ก็จะถูกดำเนินคดีเสียเอง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นคนละเรื่องกับการที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้ใจ"

 

          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ให้ไปยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมท้าให้ใส่ชื่อตนไปด้วยจะได้ไปชี้้แจงในรายละเอียดให้ทราบ ส่วนกรณี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่มีข่าวว่าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ หรือ ภตช. เคยออกมาพูดเรื่องไซฟ่อนเงินนั้น ตนไม่ทราบและไม่รู้จัก พ.ต.อ.ดุษฎี