
ผวา!บ้านทรุด16หลัง3ปีอยู่ข้างถนน
เจ้าของบ้าน 16 หลัง ผวาทรุด ขนของใช้ชีวิตข้างถนนนาน 3 ปี ไร้หน่วยงานดูแล ด้านผู้ว่าฯปากน้ำขอตรวจสอบก่อนช่วยเหลือ
เหตุการณ์ชวนขวัญผวา บ้านเรือนประชาชนเกิดการทรุดตัว 16 หลัง ภายในหมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน เฟส 2 หมู่ 6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นปลูกสร้างเรียงรายติดกันหลายร้อยหลังคาเรือน
จุดที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างซอย 22 และ 24 ซึ่งเป็นบ้านแฝด สร้างหันหลังชนกัน พบชาวบ้านนำเต้นมากางบริเวณกลางซอย 24 พร้อมกับขนข้าวของออกจากบ้านมาใช้ชีวิตกลางซอย และนำป้ายเขียนข้อความ อาทิ “ซื้อบ้านไม่ได้อยู่ ให้แต่หนูกับยุงอาศัย” ภาครัฐช่วยไม่ได้ พวกเราต้องไปร้องศาลพระภูมิ” 2 ปีผ่านไปไม่มีอะไรเดินหน้า” ความเดือดร้อนของชาวบ้านคือผลงานของใคร” ร้องเรียนให้ตาย สิ่งที่ได้คือกำลังดำเนินการ”
เนื่องจากพื้นด้านหลังเกิดการทรุดตัวจนเป็นรอยแตกร้าวยาวตลอดทั้งแถบ เศษหินเศษปูน และกระเบื้องแตกเกลื่อนกระจายเต็มพื้น วงกบประตูบ้านด้านหลังบิดเบี้ยว แอ่นโค้งจนไม่สามารถเปิดได้ กำแพงหลังบ้านพังเป็นช่องโหว่
นางนนทชา เศรษภัทรากุล อยู่บ้านเลขที่ 8/290 ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า กำแพงบ้านทรุดตัวลงทำให้กระจกหน้าต่างหล่นลงมาตนจึงรีบตัดสินใจพาลุกหนีออกจากทางหลังบ้านเพราะประตูหน้าบ้านไม่สามารถเปิดออกได้เนื่องจากพื้นบ้านเกิดการทรุดตัวกระทันหันทำให้ประตูติดขัด ตนจึงได้ตัดสินใจพาลูกปีน ผ่านระเบียงบ้านบริเวณหลังครัวที่ติดกันเพื่อจะเข้าไปยังด้านหลังบ้านที่อยู่ติดกันอีกซอยนึงเพราะเกรงว่าบ้านจะเกิดการพังทะลายลงมาเพราะการสั่นสะเทือนของบ้านนั้นค่อนข้างรุนแรง
“ทุกวันนี้ชีวิตต้องอยู่อย่างลำบากเพราะบ้านที่ซื้อไว้ไม่สามารถเข้าอาศัยได้ต้องพาลูกหลานออกมานอนข้างถนนบริเวณหน้าบ้าน ตอนนี้ตนก็ต้องออกไปเช่าบ้านอยู่เพราะกลัวบ้านจะทรุดตัวพังลงมา”นางนนทชา กล่าว
นายสถิตย์ รักษา อยู่บ้านเลขที่ 8/263 ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตามสัญญาในข้อ 11 ตามสัญญาที่บริษัทได้ทำสัญญาไว้กับกรมที่ดิน ตามข้อ11อาคารบ้านทรุดได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าเสา คาน พื้น รากฐาน ที่เกิดการชำรุดทรุดตัวลงบริษัทต้องรับผิดชอบภายในระยะเวลา 5 ปี ภายหลังการได้รับสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยนานที่สุดไม่เกิน 4 ปี 1 เดือน นอกนั้นก็ 3 ปีลดหลั่นกันลงมาดังนั้นสัญญาซื้อขายบ้านตามมาตราข้อ 11 คือบริษัทต้องรับผิดชอบ แต่บริษัทได้ตอบปฎิเสธไม่รับผิดชอบ จากการเรียกเข้าไปไกล่เกรียกันในรอบแรกทางบริษัทยื้นข้อเสนอให้เป็นเงินทั้งหมด 220,000 บาท รวมทั้งหมดในการซ่อมแซมบ้าน 16 หลังซึ่งทางชาวบ้านมีความเห็นว่าเงินที่ให้มาไม่สามารถทำการซ่อมแซมบ้านได้ทั้งหมด ตนจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างก็ถูกปฎิเสธบริษัทไม่รับผิดชอบคือไม่ชดใช้เมื่อไม่รับผิดชอบผมก็ได้ทำหนังสือร้องเรียน สคบ.กลาง เพื่อร้องเรียน สคบ.กลางได้รวบรวมเอกสารหลักฐานก็จะดำเนินการเพราะผู้ประกอบการละเมิดต่อผู้เช่าซื้อ
ด้านนายสงการนต์ แสงสุขอยู่บ้านเลขที่ 8/268 กล่าวว่า ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้มีมติออกมาหมอบหมายให้เจ้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีเพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ร้องเป็นจำนวนเงิน 4,929,140 บาท จากการตรวจสอบของ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชาวบ้านได้มีมติอีกว่าหากไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายก็ให้ดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากผู้ร้องไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้และไม่สามารใช้ประโยชน์ได้ ตามมาตรา 39 ที่มีมติว่าบริษัท ส.มณีสิน วิลล่า จำกัด มีความผิดจริงและต้องรับผิดชอบ ซึ่งเวลาผ่านไปนานตั้งแต่ 7 กุมภาพันธุ์2554 เวลาผ่านไป 2 ปีที่มีมติออกมาซึ่งตอนนนี้ทางชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2553 ชาวบ้าน ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมปอง ศรีเพชร สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ขณะนั้นจนกระทั่ง นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการขณะนั้นได้สั่งการให้สำนักงานโยธาจังหวัด และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดการทรุดตัวมีทั้งหมด 16 หลังคาเรือน และที่ทรุดหนักน่าจะเกิดอันตรายมีทั้งหมด 8 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ในซอย 24 จะเดือดร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 8/292 ที่พบรอยร้าวเกือบทั้งหลัง
ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นได้สั่งการให้ทางเทศบาลนำเต็นท์มากางเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านก่อน พร้อมทั้งปิดกั้นสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตรายห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ ทางด้านโยธาจังหวัดสมุทรปราการจะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างของบ้านอย่างละเอียด พร้อมเรียกเจ้าของโครงการเข้ามาตรวจแบบแปลนว่าได้ก่อสร้างตรงกับที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ คงจะต้องรอวันจันทร์ เนื่องจากเป็นหยุดราชการ
ด้านนายคณิต เอี่มระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับรายงานเข้ามาเนื่องจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเคยร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2553 ดังนั้นจึงต้องขอตรวจสอบข้อมูลกับทางสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการเสียก่อน ว่าจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรได้บ้าง



