
24ต.ค.แถลงจับเครือข่าย'ตร.ค้ายา'
ผบ.ตร.เล็งแถลงจับเครือข่าย'ตร.ค้ายาบ้า' 24ต.ค. ขณะที่ผบช.น.สั่งกวดขัน ตร.ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ที่อุทัยธานีตรวจยึดทรัพย์เครือข่าย ด.ต.มนัส มูลค่ากว่า 5 ล้าน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่กองบินตำรวจ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส. นำตัวผู้ต้องหาเป็นชายชาวม้งทั้งหมด 8 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4.4 แสนเม็ด ที่จับกุมตัวได้ที่ จ.เชียงใหม่ ลงจากเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปควบคุมตัวไว้ที่ บช.ปส.
พล.ต.ต. สุรพล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็น 2 คดี โดยคดีแรกตำรวจบช.ปส.จับกุมได้ทั้งหมด 2 คน จับกุมได้ขณะส่งมอบยาบ้าให้กันอีกจำนวน 4หมื่นเม็ด โดยจับกุมได้ที่ ต. สุเทพ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ คดีที่สอง 6 คน พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด ที่ ต. ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขณะขับรถกระบะลำเลียงยาบ้ามาจากชายแดนภาคเหนือ เพื่อเตรียมส่งที่กรุงเทพฯ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดจัดเป็นประเภทผู้ลำเลียงยาเสพติดไม่ได้เป็นผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มนี้จะนำยาที่ได้มาพักไว้ก่อนที่จะนำไปส่งต่อเป็นทอดๆ จนถึงกรุงเทพฯ และไม่เกี่ยวข้องกับกรณีของ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ประชาชื่น ที่ขนยาบ้าจำนวน 1.2 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีก 5 ก.ก. หลบหนีการตรวจค้นจับกุม ของตำรวจ สภ.งาว จ.ลำปาง
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ด.ต. มนัส จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาลงที่กองบินตำรวจในช่วงเช้าเวลา 08.30 น. ของวันที่ 24 ต.ค. จากนั้น ก็จะนำของกลางพร้อมผู้ต้องหา ทั้งกรณีของด.ต.มนัส และชาวม้งอีก 8 คนที่จับได้ให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการจับกุมทั้งหมด ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 11.00 น. อีกครั้ง
ผบช.น.สั่งให้กวดขัน ตร.ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
พ.ต.ท.ณรงชัย น้อยศรี รอง ผกก.จร.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้เดินทางมาที่โรงพักและได้กำชับกับทางตนว่า ให้สอดส่องพฤติกรรมของตำรวจในโรงพัก ใครมีพฤติกรรมน่าสงสัยก็ให้รีบดำเนินการทันที ในเรื่องที่สองก็กำชับให้ดูเครือข่ายาเสพติดนี้ว่า ไปไหนต่ออย่างไรจะได้จัดการได้
พ.ต.ท.ณรงชัย กล่าวต่อว่า ตนเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ด.ต.มนัส ซึ่งอยู่ในสายงานด้านการจราจรในพื้นที่ สน.ประชาชื่น สำหรับอุปนิสัยส่วนตัวของ ด.ต.มนัส นั้น เป็นนิสัยดี อัธยาสัยดีเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้อย่างไม่มีที่ติ เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานตลอดเวลา โดย ด.ต.มนัส พื้นเพเป็นคนมีฐานะ ไม่มีท่าทีหรือพฤติกรรมให้ชวนสงสัยเลยแถมตลอดเวลายังเป็นคนขยันขันแข็ง เมื่อมาพบเข้ากับเหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกตกใจไปตามๆ กัน สำหรับในส่วนของมาตราการดูแลทางโรงพักก็มีการดูแลเป็นอย่างดี และระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่เคยด่างพร้อย แต่หลังจากออกเวรไปแล้วนั้นทางเราก็ไม่สามารถตามดูได้ทุกฝีก้าว เมื่ออกเวรไปทำอะไรบ้างเราไม่รู้เป็นเรื่องส่วนตัว
พ.ต.ท.ณรงชัย กล่าวต่อไปว่า จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานของ ด.ต.มนัส ก็ไม่มีเหตุให้ต้องสงสัยแต่อย่างใด มาทำงานก็ไม่เคยเกเร อาจจะมีลางานบ้างแต่ไม่บ่อย อุปนิสัยการกินการอยู่ที่โรงพักก็เรียบง่าย กินข้าวเหมือนตำรวจทั่วไป ไม่มีหรูหราฟู่ฟ้า เวลามาทำงานก็ขับรถ จยย.มา บางครั้งก็ขับรถเก๋งมา ตนเคยสอบถามก็อ้างว่าเป็นของญาติ นอกจากนี้ ด.ต.มนัส ยังได้กู้ยืมเงินสหกรณ์ตำรวจและธนาคารออมสินรวมเป็นเงินประมาณ 5 แสนบาท แถมก่อนหน้านี้ก็ยังเคยยืมเงินเพื่อนร่วมงานใช้อีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมโดยรวมที่พบเห็นและได้ยินจากเพื่อนร่วมงานของ ด.ต.มนัสไม่ชวนให้สงสัยเลย สำหรับเพื่อน ด.ต.มนัส ที่เป็นตำรวจออกจากราชการไปแล้วนั้นก็เป็นเพื่อนสนิทของ ด.ต.มนัส และถูกให้ออกจากราชการ เพราะไปพัวพันกับยาเสพติดซึ่งจะมีการชักจูงกันไปอย่างไรหรือไม่นั้น ไม่ทราบได้
ยังไร้ร่องรอยด.ต.มนัส
พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เปิดเผยหลังจากร่วมปล่อยแถวกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และสายตรวจของ สภ.งาว จ.ลำปาง เพื่อลงพื้นที่หาข่าว ทั้งป่าละเมาะ ตาม หมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.งาว ได้แก่ ต.บ้านอ้อน ต.หลวงใต้ และ ต.บ้านโป่ง ของอ.งาว เพื่อออกติดตามตัว ด.ต.มนัสว่า เพื่อวางกำลังและหาข่าวอย่างละเอียดในพื้นที่ อีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มั่นใจว่า ด.ต.มนัส ยังคงอยู่ในพื้นที่ อ.งาว หรือไม่อย่างไร
ตรวจยึดทรัพย์เครือข่ายด.ต.มนัสมูลค่ากว่า5ล้าน
พล.ต.ต.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกุล ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 6 พร้อมชุด ปราบรามยาเสพติดอุทัยธานี ได้นำหมายศาลจังหวัดลำปาง จ.ที่ 211/2555 และ 213/2555 ลงวันที่22 ตุลาคม 2555 เข้าตรวจค้นพร้อมกับยึดทรัพย์ ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 25 ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ของนางสุชาดา ทวยภา และ นายประวิน ทวยภา (อดีตตำรวจ สน.ประชื่น) ผู้ต้องหามียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง การตรวจยึดทรัพย์ครั้งนี้ได้ของกลางเป็นทรัพย์สินกว่า 10 รายการ รวมทรัพย์สินทั้ง 2 จุดมูลค่ากว่า 5 ล้านบาทเศษ



