ข่าว

ปะทะอีก!'ชุมชนพุทธ-มุสลิมโรฮิงยา'ดับ3

ปะทะอีก!'ชุมชนพุทธ-มุสลิมโรฮิงยา'ดับ3

23 ต.ค. 2555

รัฐบาลพม่าประกาศเคอร์ฟิวในรัฐยะไข่ หลังชุมชนพุทธ-มุสลิมโรฮิงยาเกิดปะทะกันรอบใหม่ สังเวยชีวิตแล้วอีกอย่างน้อย 3 ราย

                23ต.ค.2555 นายฮลา เถ่ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านยุติธรรมในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศพม่าเปิดเผยว่า ชุมชนชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยาในรัฐยะไข่ได้เกิดปะทะกันอีกรอบตั้งแต่ช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. ต่อเนื่องมาจนถึงวันอังคารที่ 23ต.ค.นี้  ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน  เป็นชายชาวพุทธ 1 คน หญิงมุสลิมอีก 2 คน แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกี่คน นอกจากนี้บ้านเรือนอีก 300 หลังถูกเผาและสถานการณ์ได้ลุกลามจากหมู่บ้านปันเดนโคนไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 2 แห่งแล้ว

                นายฮลา เถ่ง เปิดเผยด้วยว่าทางการได้ประกาศเคอร์ฟิวขึ้นใน 2 พื้นที่ในรัฐยะไข่ตั้งแต่เวลา 19.00-05.00 น. ของค่ำวันจันทร์ที่ 22 ต.ค.เป็นต้นมา หลังเกิดเหตุรุนแรงในเมืองเมงเบียะ ห่างจากเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ไปทางเหนือราว 25 กิโลเมตร ก่อนจะลามไปยังเมืองมะร็อค อู ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดารจะต้องอาศัยการเดินเท่านั้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ก่อนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น  นอกจากนี้ทางการยังได้ส่งกองกำลังรักษาความมั่นคงเข้าไปควบคุมสถานการณ์ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมสถานการณ์รุนแรงให้อยู่ในความสงบได้
    
                ด้านนายตำรวจคนหนึ่งซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเผยว่าความขัดแย้งของสองชุมชุนได้ปะทุขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อมีบ้านเรือน 50 หลังที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองมร็อก อู ถูกเผา
    
                ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนชาวพุทธกับโรฮิงยาได้เกิดศึกปะทะครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน บาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน ไร้ที่อยู่อาศัยอีกอย่างน้อย 70,000 คน หลังจากบ้านเรือนกว่า 4 พันหลังถูกเผาเช่นเดียวกับมัสยิด 17 แห่ง วัด 15 วัด และโรงเรียนอีก 3 แห่ง กระทั่งรัฐยะไข่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและประกาศเคอร์ฟิวใน 6 เมือง ก่อนจะขยายเพิ่มอีก 2 เมืองรวมเป็น 8 เมือง ส่งผลให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนเตือนว่าอาจเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรม
    
                เหตุรุนแรงครั้งใหม่มีขึ้นแม้ว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่งเพิ่งจะแถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค.ว่าพม่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำต้องยอมรับให้ต่างชาติเข้าไปช่วยเหลือชาวโรฮิงยาด้านมุษยธรรมซึ่งพม่าไม่ถือว่าเป็นพลเมืองพม่า ไม่เช่นนั้นก็อาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันในรูปแบบต่างๆจากนานาประเทศ