ข่าว

ไขข้อดีหนี'ข้อเข่าเสื่อม'

ไขข้อดีหนี'ข้อเข่าเสื่อม'

24 ต.ค. 2555

ไขข้อดีหนี'ข้อเข่าเสื่อม'

          "ข้อเข่าเสื่อม" เป็นภาวะที่พบในผู้สูงอายุจำนวนมาก ปัจจุบันอัตราคนเป็นข้อเข่าเสื่อมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากประชากรมีอายุเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมและท่าทางของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งกับพื้น นั่งในท่าทางงอเข่าต่างๆ ส่งผลให้มีแนวโน้นต่อการเป็นข้อเข่าเสื่อมได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่ห้ามไม่ได้ เป็นแล้วไม่หายขาด แต่สามารถชะลออาการเสื่อมได้
 
          ด้วยเหตุนี้ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน จึงจัดกิจกรรมเสวนา "เกษียณวัย ไขข้อดี" โดยรวบรวมทีมแพทย์นำโดย ศ.คลินิก นพ.วิโรจน์ กวินวงศ์โกวิท ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ นพ.ภรชัย อังสุโวทัย ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ นพ.ศิวดล วงศ์ศักดิ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ นพ.สมคนึง ตัณฑ์วรกุล อายุรแพทย์โรคหัวใจ พญ.มยุรี โพธิ์พิจิตร วิสัญญีแพทย์ และ นพ.นฤพงษ์ ตันติภิรมย์สิน แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มาร่วมพูดคุย
 
          ศ.คลินิก นพ.วิโรจน์ กวินวงศ์โกวิท ให้ข้อมูลว่า ข้อเข่าเสื่อมจะเริ่มพบในผู้มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยร้อยละ 40 จะพบในผู้ที่มีอายุ 60 ปี ซึ่งโอกาสในการเป็นข้อเข่าเสื่อม ประมาณ 2-3 เท่า จะเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเป็นผลจากกรรมพันธุ์ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป พบได้ร้อยละ 50 ว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป นอกจากนี้พฤติกรรมแบบชาวเอเชีย อาทิ การนั่งกับพื้น นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรืออยู่ในท่าทางที่งอเข่า ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญในการเกิดข้อเข่าเสื่อม
 
          "อาการที่พบเมื่อเป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะแรก คือ จะมีอาการปวดบริเวณเข่าเวลาเคลื่อนไหว อาทิ เมื่อเดิน ขึ้นลงบันได นั่งพับเพียบหรืองอเข่า ไปจนถึงขั้นภาวะรุนแรง คือ จะมีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ ถ้ามีอาการเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่สุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ส่งผลให้เดินและใช้ชีวิตประจำวันลำบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบว่ามีอาการข้อเข่าเสื่อม ในเบื้องต้นจะแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองก่อน ปรับพฤติกรรมการใช้ข้อ ท่าทาง การเดิน การบริหารกล้ามเนื้อและออกกำลังเพื่อสุขภาพ การฝึกเหยียดขาค้างไว้ เพื่อช่วยชะลออาการเสื่อม การว่ายน้ำ เดินในน้ำ รวมไปถึงการควบคุมน้ำหนักตัว โดยถ้าน้ำหนักตัวลดลงไป 5 กิโลกรัม จะสามารถช่วยลดอาการปวดไปได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่หากผู้ป่วยมีอาการจนถึงขั้นที่ปวดอย่างรุนแรง จึงจะเข้ารับการใช้ยาไปจนถึงเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า โดยผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายโรคก่อนเข้ารับการผ่าตัด จะต้องผ่านการตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด และเข้ารับการรักษาจากทีมแพทย์เฉพาะสาขาจนกระทั่งมีอาการคงที่ก่อน จึงจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้" ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แจง
 
          และเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้ว จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู นพ.นฤพงษ์ ตันติภิรมย์สิน แนะนำว่า ให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อ ฝึกท่าทางการเดินให้ถูกต้อง ฝึกงอและเหยียดเข่า ฝึกท่าเดิน หรือเข้ารับการฝังเข็มแบบตะวันออก เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถอยู่กับข้อเข่าเสื่อมได้อย่างเป็นมิตร และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวแล้ว