ข่าว

ยะใสชี้ลดค่าบริการ3จีทำไม่ได้จริง

ยะใสชี้ลดค่าบริการ3จีทำไม่ได้จริง

23 ต.ค. 2555

"สุริยะใส" ชี้ลดราคาค่าบริการ 3จี ลง 15-20% ทำไม่ได้จริง ที่ผ่านมางานคุ้มครองผู้บริโภคอำนาจต่อรองของเอกชนสูงกว่า ด้านกสทช.แจง 4 หน่วยงานยันประมูล3จีโปร่งใส

           วันที่ 23 ต.ค.55  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะลดค่าบริการ 3จี ให้ถูกลงว่า จริงๆ แล้วการกำกับราคาค่าบริการหรือคุณภาพการบริการโดยเฉพาะการลดราคาค่าบริการ อยู่ในแผนแม่บทโทรคมนาคมอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่ กทค. ต้องทำ ไม่ว่าจะมีการประมูล 3จี หรือไม่ กทค.จึงไม่ควรนำเอาประเด็นการลดค่าบริการมาต่อรองกับเอกชน หรือหวังผลลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การประมูลที่ไม่โปร่งใสจากสังคม และการลดค่าบริการ 3จี ลง 15-20 % ในระยะเวลา 15 ปี จะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ กว่า 1.1 ล้านล้านบาทนั้น ถ้าฐานการคำนวณเป็นจริง ในทางกลับกันย่อมชี้ให้เห็นถึงตัวเลขกำไรสุทธิทั้งระบบที่เอกชนหรือผู้ประกอบการจะได้รับจากการถือใบอนุญาต 3จี มีมูลค่ามหาศาลกว่า 5 ล้านล้านบาท ในขณะที่ราคาประมูลทั้งหมดแค่ 41,625 ล้านบาทเท่านั้น และประการสำคัญไม่เคยมีใครทราบข้อเท็จจริงของราคาต้นทุนการบริการ 3จี เอกชนก็ไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดที่แท้จริง

           นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ในทางปฏิบัติ กทค.ยังไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้จริง แต่พบว่าผู้ประกอบมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าในทุกๆ เรื่อง เช่น ปัญหาบัตรเติมเงินกำหนดวันหมดอายุทั้งที่ในบัตรยังมีเงินเหลืออยู่ หรือการให้ผู้บริโภคสามารถย้ายโครงข่ายได้ ก็ทำได้เพียงวันละกว่า 4,000 เลขหมาย ทั้งที่ปัจจุบันมีโทรศัพท์ 90 ล้านเลขหมาย หรือปัญหาสัญญาณล่ม หรือหมายเลขโทรศัพท์สวยๆ คล้ายเลขทะเบียนรถ ก็ให้เอกชนไปขายเอง เป็นต้น ดังนั้น การสร้างเงื่อนไขใหม่ให้เอกชนทำข้อตกลงลดราคาค่าบริการ 3จี ก่อนออกใบอนุญาต ถือเป็นมาตรการวัวหายล้อมคอก มาตรการนี้ไม่เคยปรากฎในเงื่อนไขการเข้าร่วมประมูล การกำหนดในภายหลังอาจทำให้เอกชนฟ้องร้อง กสทช.ได้ หรือถ้าเอกชนยินยอมก็มีคำถามว่ามีแรงจูงใจอะไรที่ต้องยอมรับเงื่อนไขที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขก่อนประมูลและก่อนรับใบอนุญาต และถ้าเอกชนทำไม่ได้จะมีมาตรการลงโทษหรือถอนใบอนุญาตหรือไม่
 
          ส่วนการตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบกรณีฮั้วประมูล โดยเฉพาะประเด็นการเคาะราคา จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ กทค.ลงมติรับรองผลการประมูลไปแล้ว และจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าคณะทำงานที่ตั้งขึ้นไม่ถูกครอบงำโดย กทค.ที่ยืนยันมาตลอดว่าการประมูลโปร่งใส ประเทศได้ประโยชน์ และถ้าคณะทำงานชี้ว่าการประมูลเข้าข่ายสมยอมราคาหรือฮั้วกันจริง กทค.จะพิจารณาตัวเองหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เห็นว่า กสทช.โดย กทค.เสียงข้างมาก 4 ท่านกำลังทำให้สังคมสับสนและไม่ไว้วางใจเพิ่มมากขึ้นไปอีกหรือไม่ เพราะด้านหนึ่งเดินหน้ารับรองการประมูล 3จี แต่อีกด้านหนึ่งจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบการประมูล

 

กสทช.แจง4หน่วยงานยันประมูล3จีโปร่งใส

           พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า  ในวันที่  24 ต.ค. จะเข้ายื่นเอกสาร ที่กี่ยวกับการจัดประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ  ต่อหน่วยงานตรวจสอบของประเทศทั้ง 4 แห่ง คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  และผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

           “ไม่ต้องกังวลว่าการประมูลจะหลุดรอดจากการทุจริต เพราะมีหลายฝ่ายที่จะเข้ามาตรวจสอบ และจะไม่ถอดใจแม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงแค่ไหนก็ตาม”  พ.อ.เศราฐพงค์กล่าวและว่า

           สำหรับประเด็นที่กทค.ถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่นายสุริยะใสและพวกได้ยื่นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา  คือ พฤติกรรมของกสทช.ที่อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วะ และราคาเริ่มต้นประมูลที่ 4,500 ล้านบาทต่ำเกินไป

           นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า  วันที่ 25 ต.ค. จะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดกทค. อนุมัติตั้งคณะทำงานตรวจสอบการประมูลที่ขณะนี้ได้นาย สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาทำหน้าที่เป็นประธานแล้ว โดยหลังจากบอร์ดอนุมัติ จะใช้เวลาตรวจสอบ 15 วัน ก่อนนำเสนอให้บอร์ด กทค.อีกครั้ง เพื่อให้ไลเซ่นส์แก่เอกชนอย่างบเป็นทางการประมาณกลางเดือน พ.ย.
          
           นอกจากนี้ ยืนยันว่ากระบวนการออกไลเซ่นส์ให้กับเอกชนไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และ กิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพราะกฎหมายให้อำนาจกทค.ดำเนินการได้เต็มที่อยู่แล้ว ดังนั้น กทค.จะเสนอบอร์ดชุดใหญ่เพื่อรับทราบเท่านั้นในการประชุมวันที่  14 พ.ย.