หลานชาย'รอมนีย์'จับมือ'โอบามา'
หลานชายวัย 4 ขวบ ของนายมิตต์ รอมนีย์ ขโมยซีน ด้วยการจับมือทักทายกับปธน.บารัค โอบามา หลังการดีเบตจบลง ทั้งนี้โพลล์ 2 สำนักชี้ 'โอบามา' ยังคงนำ 'รอมนีย์'
23 ต.ค. 55 หลังจากประชันวิสัยทัศน์ครั้งสุดท้ายอย่างเคร่งเครียดบนเวทีกับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลีกัน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งพรรคเดโมแครต ได้แสดงให้เห็นมุมที่อ่อนโยน ตอนที่เขาก้มลงจับมือกับหนึ่งในหลานชายของนายรอมนีย์ ขณะที่ครอบครัวของเขาไปยืนรอกันอยู่ที่เวที
ประธานาธิบดีโอบามา และนางมิเชล สุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้ทักทายครอบครัวของนายรอมนีย์ ที่ไปให้กำลังใจบนเวที รวมทั้งไมลส์ หลานชายคนเล็กวัย 4 ขวบของนายรอมนีย์ด้วย และครอบครัวรอมนีย์ก็ดูปลาบปลื้มที่หลานชายตัวน้อย ขโมยซีนตอนที่เขายิ้มและจับมือกับประธานาธิบดี
นางมิเชล โอบามา มานั่งเชียร์สามีในชุดสีเทาและติดลูกไม้สีดำ ของธอม บราวน์ ส่วนนางแอนน์ รอมนีย์ สวมชุดสีเขียว กระโปรงพิมพ์ลายดอกไม้ ของ ออสการ์ เดอ ลา เรนต้า ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ในช่วงก่อนการดีเบต แต่เมื่อการดีเบตสิ้นสุดลง ทั้งสองครอบครัวได้เข้าไปทักทายกัน ไม่ต่างอะไรกับการไปชุมนุมสังสรรค์กินบาร์บีคิวกันที่สนามหลังบ้าน
นางมิเชล เดินทางถึงฟลอริด้า ที่มีการดีเบต แต่เธอได้รีบไปช่วยสามีหาเสียงก่อน ด้วยการไปกล่าวปาฐกถาที่โบรเวิร์ด คอลเลจ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การดีเบตจะเริ่มขึ้น ส่วนนางแอนน์ ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ ไปหาเสียงที่ฟลอริด้าแต่เนิ่นๆ และถือโอกาสนี้ เล่นน้ำกับครอบครัวที่ชายหาดด้วย เธอบอกกับฝูงชนแถวนั้นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะสูสีกว่าครั้งที่แล้ว
การดีเบตรอบที่สองที่มหาวิทยาลัยฮอฟสตร้า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภรรยาของผู้สมัครทั้งสอง ต่างประชันกันด้วยชุดสีชมพูเจิดจ้าเหมือนกัน ซึ่งหลังจากนั้น ได้มีการเปิดเผยว่า ทั้งสองคนสวมสีนี้ เพื่อรณรงค์เรื่องโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งนางแอนน์ เคยต่อสู้กับโรคนี้มาแล้ว
โพลล์ชี้ 'โอบามา' ยังคงนำ 'รอมนีย์'
ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ ที่จัดทำขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ พบว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีคะแนนนำ นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงอยู่เพียงเปอร์เซ็นต์เดียว คือ 49 ต่อ 48 เปอร์เซ็นต์
ส่วนของสถานีโทรทัศน์ CNN ซึ่งถ่ายทอดสดการประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้ด้วย ให้ประธานาธิบดี โอบามา นำห่างถึง 48 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



