
'โอบามา-รอมนีย์'ใครชนะไม่กระทบไทย
"เทพชัย หย่อง" เปิดใจ "ทูตคริสตี เคนนีย์" ย้ำ "โอบามา-รอมนีย์" ใครคว้าเก้าอี้ประธานสหรัฐ ไม่กระทบสัมพันธ์ไทย-มะกัน คาดผลเลือกตั้งผู้นำแห่งทำเนียบขาวชี้เป็นชี้ตายที่นโยบายต่างประเทศ ในการวัดกันที่ดีเบตยกสาม
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น สัมภาษณ์นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 45 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งปีนี้สนามการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ในฐานะผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตัวแทนพรรคเดโมแครต กับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตัวแทนพรรครีพับลิกัน อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่ผ่านเวทีประชันวิสัยทัศน์ หรือ ดีเบต กันมาแล้ว 2 ครั้ง และทั้งสองก็ทำคะแนนได้อย่างสูสีและเท่าเทียม
ทูตเคนนีย์ให้ความเห็นว่า ไม่ว่าประธานาธิบดีโอบามา หรือนายรอมนีย์ได้รับเลือกตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐจะยังคงเหนียวแน่นเช่นเดิม เหมือนกับช่วงก่อนการเลือกตั้ง ทั้งยังย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐที่มีมาอย่างยาวนาน และจะครบรอบ 180 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปี 2556 ยังคงเหนียวแน่นและมั่นคง ประเทศไทยยังคงเป็นพันธมิตร เพื่อน หุ้นส่วน พันธมิตรร่วมข้อตกลง พันธมิตรทางด้านความมั่นคงและวัฒนธรรม นอกเหนือไปจากการสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างกันที่เกิดขึ้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง จนทำให้ในปี 2554 การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงถึง 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.05 ล้านล้านบาท) และตัวเลขดังกล่าวก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปอีกในอนาคต
แต่สำหรับชาวอเมริกันทั้งประเทศแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะลงคะแนนให้นายโอบามา หรือ นายรอมนีย์ ที่ทั้งสองขับเคี่ยวกันในสนามการหาเสียงอย่างสูสี จนทำให้ชาวอเมริกันต้องอาศัยการประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่ 3 ที่จะเกิดขึ้นในวันจันทร์ (22 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องชี้วัดว่าจะเทคะแนนให้แก่ผู้ใด
เพราะนายโอบามา และนายรอมนีย์ ต่างเป็นคู่แข่งขันที่มีคุณสมบัติที่เท่าเทียมกัน ทั้งสองต่างจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีความคิดด้านการกำหนดนโยบายด้านการต่างประเทศที่ชัดเจนว่าจะนำสหรัฐอเมริกาไปสู่เวทีระดับโลก ทั้งยังสนับสนุนการค้าเสรีระหว่างประเทศ แม้นายโอบามาจะได้เปรียบคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของสหรัฐอเมริกามาแล้ว 4 ปี แต่นายรอมนีย์ก็สามารถลบจุดอ่อนนี้ได้ จากการชี้แนวทางการแก้ปัญหาและการบริหารประเทศที่เหนือชั้นกว่านายโอบามา และสามารถเอาชนะนายโอบามาในเวทีประชันวิสัยทัศน์ครั้งแรก
สำหรับการประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่สาม ที่ใช้มหาวิทยาลัยลินน์ ในรัฐฟลอริดา เป็นเวทีสำหรับการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายด้านการต่างประเทศของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสอง ซึ่งจะเป็นที่จับตาของชาวอเมริกันและคนทั่วโลก ทูตเคนนีย์ย้ำว่า ไม่ว่าผู้ใดได้รับการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนต่อไป นโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์กับจีน แม้นายรอมนีย์จะใช้ท่าทีที่ก้าวร้าวดุดันในการแสดงวิสัยทัศน์ต่อประเทศจีน แต่ทูตเคนนีย์อธิบายว่าถ้อยคำระหว่างการหาเสียงมิอาจเป็นแนวทางการปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นได้จริงในภายหลังจากได้รับตำแหน่งผู้นำประเทศ
นโยบายด้านการต่างประเทศมีผลชี้เป็นชี้ตายในการเลือกตั้งในสหรัฐมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากทุกวันนี้ทุกประเทศในโลกมีความใกล้ชิดกันมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ในสมัยนั้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับการค้าระหว่างประเทศถือเป็นประเด็นที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจนและไม่มีผลกระทบต่อกันและกัน ประกอบกับการที่ในปัจจุบันความสนใจของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
ในปัจจุบันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในสหรัฐอเมริการาว 20% เป็นกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายละตินอเมริกาที่ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า กลุ่ม "ฮิสแปนิก" ซึ่งชาวอเมริกันกลุ่มนี้ให้การสนับสนุนนายโอบามาและพรรคเดโมแครต ส่วนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียราว 7% ของประชากรทั้งประเทศไม่มีพรรคในใจอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้การประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่ 3 ระหว่างนายโอบามา และนายรอมนีย์ มีความสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงของชาวอเมริกัน
ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใดเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีชาวอเมริกันที่เป็นเป้าหมายการชักจูงใจของผู้สมัครทั้งสองเพื่อเชิญชวนให้มาลงคะแนนเสียงสนับสนุนตนเองให้จงได้
การประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่สามยังเป็นเวทีสุดท้ายที่ให้โอกาสผู้สมัครทั้งสองได้ลบจุดอ่อน และเรียกคะแนนสนับสนุนจากผู้ออกเสียงเลือกตั้งในรัฐที่ไม่มีการสนับสนุนพรรคการเมืองใดอย่างชัดเจนหรือที่เรียกว่า "สวิง สเตท" ซึ่งกรณีนี้ทูตเคนนีย์ขอปฏิเสธที่จะให้ความเห็น หรือพยากรณ์ว่านายโอบามาหรือนายรอมนีย์จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้
ต่อข้อถามในประเด็นบทบาทของพม่าในการซ้อมรบประจำปีระหว่างกองทัพไทย-สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในอาเซียน ที่เรียกว่าการฝึก "คอบร้าโกลด์" เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกากล่าวว่ารัฐบาลไทยได้ส่งหนังสือเชิญพม่าเข้าร่วมฝึกซ้อมรบประจำปีแล้วและกำลังรอคำตอบจากรัฐบาลพม่าอยู่ในเวลานี้
ทั้งนี้ ทูตเคนนีย์ที่เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากการเสนอชื่อโดยนายโอบามาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากพรรคเดโมแครต หรือพรรครีพับลิกัน และได้ย้อนถามนายเทพชัยว่า หากได้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นชาวอเมริกันคนหนึ่ง จะลงคะแนนให้ผู้ใด นายเทพชัยตอบว่า "คนที่คุณคุ้นเคย" ซึ่งทูตเคนนีย์กล่าวชมว่าเป็นคำตอบที่ดีสำหรับนักการทูต



