ข่าว

'อนุดิษฐ์'ชี้'แท็บเล็ตไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ'

'อนุดิษฐ์'ชี้'แท็บเล็ตไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ'

23 ต.ค. 2555

อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 'แท็บเล็ตไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ' : สัมภาษณ์พิเศษโดยปัญญา ทิ้วสังวาลย์

               โครงการเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ "แท็บเล็ต" ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดซื้อจัดหาให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 ตามนโยบายของรัฐบาลที่มียอดจัดซื้อกว่า 9 แสนเครื่อง ซึ่งขณะนี้มียอดจัดส่งให้เด็กเรียน 3.2 หมื่นแห่งทั่วประเทศแล้วกว่า 8.5 แสนเครื่อง เหลือเพียง 5 หมื่นกว่าเครื่อง ก็จะครบยอดสั่งซื้อทั้งหมด
 
               หลังการใช้งานมาแล้วกว่า 2 เดือน กลับพบปัญหาในการใช้งานมากมาย โดยมียอดส่งซ่อมจำนวน 1,500 เครื่อง เนื่องจากเปิดไม่ติด เสียบไฟชาร์จไม่เข้า ระบบไวไฟไม่เชื่อมต่อ
 
               ส่วนที่มีปัญหามากที่สุด คือ "ระบบซอฟต์แวร์" ที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ เช่น เข้าไม่ได้ครบทุกฟังก์ชัน หรือบางโปรแกรมเสียงไม่ออก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบมากมาย
 
               "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รมว.ไอซีที) เปิดใจต่อ “คม ชัด ลึก” โดยชี้แจงว่า การทำสัญญาโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตระหว่างไอซีที กับ บริษัท เซิ่นเจิ้น สโคป ซายเอ็นทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ลอตแรกจำนวน 403,941 เครื่อง ลอตสองจำนวน 454,945 เครื่อง รวม 858,886 เครื่อง ซึ่งบริษัทได้จัดส่งให้ตามสัญญาแล้ว ส่วนลอตที่สามอีกกว่า 5 หมื่นเครื่อง ก็จะครบตามจำนวนความต้องการจำนวน 9 แสนเครื่อง โดยจะทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้
 
               ส่วนเครื่องที่มีปัญหาชำรุดนั้น "น.อ.อนุดิษฐ์" กล่าวว่า ได้ซ่อมหมดเรียบร้อยแล้ว โดยมียอด 1,500 เครื่อง จากทั้งหมด 858,886 เครื่อง คิดเป็น 0.17% ซึ่งเป็นมาตรฐานของเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่มีปริมาณไม่เกิน 3% ซึ่ง 0.17% ถือว่าน้อยมาก ที่สำคัญในจำนวน 1 หมื่นเครื่อง มีชำรุดเพียง 17 เครื่องเท่านั้น ซึ่งได้เข้าสู่ระบบการรับประกันเรียบร้อยแล้ว
 
               น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า ทางไอซีทีมีแผนพัฒนาโครงการขยายผลในเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายด้านการศึกษาของประเทศ โดยเฉพาะในภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ดังนั้นเรื่องการเดินสายเพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะต้องประยุกต์ และหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้งาน
 
               ทั้งนี้ ไอซีทีใช้ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า "วายเน็ต" โดยจะเชื่อมต่อกับโรงเรียนกว่า 3 หมื่นโรงเรียน ให้สามารถใช้งานบนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และแท็บเล็ตจะสามารถใช้งานแบบออนไลน์ในปี 2556 ได้ทั้งหมด
 
               นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังจัดทำโครงข่ายด้านการศึกษาที่จะเชื่อมต่อด้วยไฟเบอร์ออฟติกความเร็ว 100 เมกะบิต ประมาณ 1 หมื่นโรงเรียน ส่วนอีก 2 หมื่นโรงเรียน เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นความเร็วต่ำประมาณ 2-4 เมกะบิต ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และไอซีทีจะพยายามดำเนินการเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานแท็บเล็ตในอนาคต
 
               น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ความเร็วในการใช้แท็บเล็ตจะต้องประเมินจากจำนวนของนักเรียน และความเร็วต่อคนที่ประเมินไว้ชั้นต้นจะต้องมีความเร็วสูงกว่า 100 เค หรือโรงเรียนไหนมีนักเรียนใช้แท็บเล็ต 100 คน ความเร็วก็จะอยู่ที่ประมาณ 10 เมกะบิต
 
               ส่วนในพื้นที่ทุรกันดารสามารถใช้โครงข่ายเชื่อมต่อระบบดาวเทียม ซึ่งถือว่าเป็นบรอดแบนด์ความเร็วสูงไร้สายภายใต้เทคโนโลยีดาวเทียม แต่ขีดจำกัดในเรื่องความเร็ว โดยระดับในการให้บริการอยู่ที่ 2 เมกะบิต แต่ขณะนี้ได้มีการยกระดับเป็น 4 เมกะบิต ดังนั้นในพื้นที่ทุรกันดารที่มีนักเรียนใช้แท็บเล็ตประมาณ 40 คน ก็น่าจะยังใช้ในระบบดาวเทียมได้
 
               รมว.ไอซีที กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ในเชิงลบ ทั้งข้อครหาเรื่องซื้อของคุณภาพต่ำจากจีน และข้อสงสัยเรื่องประสิทธิภาพของบริษัทผู้ผลิตว่า การที่เลือกประเทศจีน เพราะจีนถือเป็นประเทศชั้นนำในเรื่องการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ เพราะขณะนี้แบรนด์ชื่อดังก็ผลิตในประเทศจีนทั้งนั้น
 
               "ที่ผ่านมามีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องการกล่าวหาว่าบริษัทไม่มีคุณภาพ มีกำลังการผลิตวันละ 1,400 เครื่อง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงคงไม่สามารถส่งเครื่องให้เราได้ตามเวลาที่กำหนด แต่ปัจจุบันสามารถส่งให้แล้วกว่า 8 แสนเครื่อง ดังนั้นการอ้างแหล่งข่าว และให้ข้อมูลไม่ถูกต้องมันไม่เป็นธรรมต่อคนทำงาน"
 
               น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวถึงโครงการแท็บเล็ตอีกว่า เบื้องต้นจะให้เด็กใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมอบให้เด็กนักเรียนไปเลย โดยนักเรียนชั้น ป.1 ในประเทศไทยจะได้รับแท็บเล็ตทุกคน เพราะในอนาคตเทคโนโลยีจะทำให้ชีวิตประจำวันของคนเราง่ายขึ้นในทุกมิติ
 
               อย่างไรก็ตาม แท็บเล็ตไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่เข้าไปทดแทนการศึกษาทั้งระบบ เพียงแต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมการเรียนการสอน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยกระทรวงศึกษาธิการจะทำวิจัยว่า หลังจากที่ให้เด็กใช้แล้วมีความเข้าใจบทเรียนหรือไม่ อย่างไร ขณะที่ไอซีทีก็จะติดตามการใช้งาน โดยมีการฝังโปรแกรมติดตามการใช้งานไว้ด้วย
 
               รมว.ไอซีที ยังกล่าวถึงโครงการพัฒนาแท็บเล็ตด้วยว่า จะมีการสอดแทรกพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ลงไปในแท็บเล็ตด้วย เพราะพระราชกรณียกิจในยุคสมัยของพวกเราทุกคนเคยเห็นพระองค์ท่านทรงงานมาก จึงอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้เข้าใจถึงการทุ่มเทพระวรกาย ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนของทั้งสองพระองค์


...............

(หมายเหตุ : อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 'แท็บเล็ตไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ' : สัมภาษณ์พิเศษโดยปัญญา ทิ้วสังวาลย์)