
'เทพไท'จวก'ปู'ลงใต้สร้างภาพ
'เทพไท' จวก 'ปู' ครม.สัญจรสมุยแค่สร้างภาพ ระบุ 'พท.' เลือก 'หน.พรรค' ไม่มีความหมาย หลังสังคมเชื่อ 'แม้ว' บงการ แนะจับตา 'เฉลิม' จ่อนั่ง มท.1
22 ต.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการประชุมครม.สัญจร ที่ จ.สุราษฎร์ธานีว่า ขอขอบคุณคนใต้ทุกคนที่ได้ต้อนรับครม.สัญจร ทำให้สถานการณ์เรียบร้อย ถือว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองให้กับคนบางกลุ่ม ซึ่งความเห็นต่างไม่จำเป็นต้องสร้างความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามการประชุมครม.สัญจรในครั้งนี้นายกฯก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายโดยเฉพาะการแต่งตัวชุดขาว การปล่อยเต่าลงทะเล เหมือนเป็นการสะเดาะเคราะห์ของนายกฯ และการประชุมครั้งนี้คนใต้ก็ไม่ได้คาดหวังผลประชุม เพราะมติครม.สัญจรก็ไม่ต่างอะไรกับมติครม.สัญจรในฝั่งอันดามันที่ผ่านมา สิ่งที่นายกฯทำคือการทำแผนการตลาด และการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง สร้างเครดิตให้นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำเสื้อแดง เพราะไฮไลท์ของงานนี้อยู่ที่เขาพลายดำบ้านเกิดของนายณัฐวุฒิ
นายเทพไท กล่าวว่า ขอเตือนสติรัฐบาลว่า การลงพื้นที่ไม่ควรที่จะทำอย่างตื่นตระหนกอย่างเกินเหตุ โดยเฉพาะมีการระดมทหารตำรวจมารักษาความปลอดภัยเต็มบ้านเต็มเมืองทำให้นครศรีธรรมราชไม่ต่างจาก 3 จังหวัดภาคใต้ ที่เดือดร้อนคือนักท่องเที่ยวที่จะข้ามเรือเฟอรรี่ไปเกาะสมุยต้องรอคิวให้ทีมงานนายกฯไปก่อน ทำให้เสียเวลา 6-8 ชม. และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในทะเลเรือมีการร้องเรียนว่าต้องหยุดเดินเรือทั้งวัน เพราะเกรงว่าจะไปกระทบต่อการสัญจรไปมาของครม. ดังนั้นหากนายกฯจะเดินทางไปแก้ปัญหาของประชาชนไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ พูดถึงพื้นที่ภาคใต้ว่า ไม่ใช่พื้นที่ผูกขาดของพรรคประชาธิปัตย์ และตัวเองสามารถไปแย่งชิงพื้นที่ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ได้นั้น อยากให้นายณัฐวุฒิ ไปพิสูจน์ตัวเองจากผลการเลือกตั้ง เพราะ 2 ครั้งที่ผ่านมาได้ให้บทเรียนสาสมกับนายณัฐวุฒิจนต้องหนีจากบ้านเกิดมาลงในระบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย และคนใต้ก็รู้เท่าทันคนใต้บางคน ที่มีพฤติกรรมหลอกลวง เห็นได้ชัดการมารับครม.ทั้งๆที่มีการเกณฑ์ระดมกันมาอย่างเต็มที่ มาไม่ถึงเป้าที่หน่วยราชการวางไว้ เป็นที่บอกให้เห็นว่าการเมืองคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยไม่กระเตื้องไปกว่าเดิม และสิ่งที่ม็อบเกษตรชาวสวนยาง สวนปาล์ม สวนมะพร้าว กลุ่มประมง ไม่มายื่นหนังสือ ไม่ได้หมายความว่าเขาพอใจราคา แต่เพราะเขาสิ้นหวัง เขาไม่คาดหวังเพราะได้ยื่นไปหลายครั้งแล้วไม่มีคำตอบ
'เทพไท' แนะจับตา 'เฉลิม' จ่อนั่ง 'มท.1'
นายเทพไท เสนพงศ์ แถลงถึงกรณีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่โฆษกพรรค ออกมาพูดถึงกระแสในสังคมโซเชียลมีเดีย ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้เข้ามาบงการ เลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่เกาะฮ่องกง ทำให้โฆษกต้องออกพรรคออกมาปฏิเสธ นั้น เปรียบเสมือนกินปูนร้อนท้อง ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะรู้ดีว่าการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความหมายหรือบอกนัยะทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพราะสถานะของพรรคเพื่อไทยไม่ต่างอะไรกับแขกยาม ไม่ได้มีบทบาท ถ้าหัวหน้าพรรคการเมืองมีความหมายและมีความสำคัญทางการเมืองเพราะหัวหน้าพรรคคือว่าที่นายกฯ แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ผิดฝาผิดฝั่ง ผิดระเบียบแบบแผนมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะกำหนด จึงไม่ควรออกมาปฏิเสธ เพราะสังคมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเจ้าของคนเดียวคือพ.ต.ท.ทักษิณ แม้กระทั่งผลโพลที่ออกมาก็เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีภาวะผู้นำใดๆทั้งสิ้น การออกมาปฏิเสธอย่างไรก็ได้เพื่อให้ดูดี แต่ผลที่ออกสิ้นเดือนนี้ก็รู้ ว่าเป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณต้องการหรือไม่
นายเทพไท กล่าวถึงเรื่องการปรับครม. ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมาพูดเชียร์ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกฯและมีความสามารถในการดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และปราบปรามยาเสพติด อยากให้จับตาว่าพฤติกรรมของร.ต.อ.เฉลิมที่เปลี่ยนไป บอกนัยยะทางการเมืองอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาขัดขวางมาโดยตลอด บอกว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เหมาะไปเป็นผู้ว่าฯกทม. แต่วันนี้เข้าใจว่าร.ต.อ.เฉลิม อาจจะได้สิ่งใหม่ พฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับเด็กได้ของเล่นใหม่ อาจจะมีการให้ความหวังจากนายใหญ่ให้นั่งรมว.มหาดไทย ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมปล่อยว่างกับตำแหน่งรองนายกฯให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ อยากให้จับตามองการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมี ร.ต.อ.เฉลิม เป็น มท.1 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.เป็น มท.2 และนายณัฐวุฒิ ก็พยายามที่จะเป็น มท.3 และถ้าเป็นเช่นนี้ก็ดีกระทรวงมหาดไทยจะได้เปลี่ยนสัญลักษณ์จากสิงห์เป็นอย่างอื่น
แนะ 'รัฐบาล' จัดสานเสวนาเชิญคนเป็นกลางขึ้นเวที
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีการตั้งเวทีสานเสวนาที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเลือกข้าง ว่า เวทีสานเสวนามีการเชิญวิทยากร 2 คนคือนายอดิศร เพียงเกษ และนายสุธรรม แสงประทุม แสดงให้เห็นว่ามีการเลือกข้างอย่างชัดเจนและเป็นเวทีปราศรัยทางการเมือง โดยเฉพาะนำวิทยากร 2 คน ที่อ้างว่ามีความชำนาญ ผ่านประสบการณ์ผ่านเหตุการณ์ 6 ต.ค. มาแล้วก็หากบอกว่าจะเชิญคนที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ต.ค.มาแล้วนั้นไม่ได้มีเฉพาะพรรคเพื่อไทย เพราะในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีหลายคนคนที่ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ เป็นต้น ส่วนคนที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ต.ค.แล้วเลือกข้างทางการเมืองแล้ว ไม่ควรที่จะมายุ่งเกี่ยวกับเวทีสานเสวนาเวทีที่เป็นกลาง ซึ่งหากจะเอาคน 6 ต.ค.ก็ควรนำคนที่อยู่ในแวดวงนักวิชาการอย่าง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายธีรยุทธ์ บุญมี นายเสกสรร ประเสริฐกุล หรือนายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ในส่วนทางการเมืองในส่วนของวุฒิสมาชิก น่าจะดีกว่าเป็นบุคคล เช่น นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายคำนูญ สิทธิสมาน คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านเหตุการณ์มาแล้ว
ส่วนที่ร.ท.สุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมากล่าวว่า การจัดเวทีสานเสวนาจะจัดทุกภาค พรรคประชาธิปัตย์ไปเอาข้อมูลมาจากที่ไหนว่าไม่จัดทั่วทุกภาค นายเทพไท กล่าวว่า ขอให้กลับไปดูคำสัมภาษณ์ของร.ต.อ.เฉลิม ที่เป็นคนพูดว่าจะไม่จัดที่ภาคใต้ ไม่ควรมาบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยไม่รู้ข้อมูล
'เทพไท' ซัด 'พท.' ป้ายสี 'ปชป.' ขวางผลประโยชน์ชาวนา
นายเทพไท เสนพงศ์ แถลงถึงกรณีการจำนำข้าว ว่า ขอเรียกร้องไปยังสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนว่าไม่ควรยัดเยียดหรือป้ายสีบุคคล ที่เห็นต่างกับนโยบายดังกล่าว ว่า เป็นการขัดขวางความอยู่ดีกินดีของเกษตรกร ต้องบอกว่าที่รัฐบาลประกันราคาเกวียนละ 15,000 บาท เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่วันนี้ ที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังทวงถามว่า เงิน 15,000 บาท เกษตรกรได้ไม่ถึง 10,000 บาท เรากำลังตามหากอีก 5,000 บาทที่เกษตรกรควรได้ ตกไปอยู่ในกระเป๋าของใคร พ่อค้านายทุน หรือนักการเมือง หรือไม่ ถ้าดูรายละเอียดของโครงการนี้ใช้เงิน 2 แสนล้าน เป็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล เอาเงิน 2 แสนล้านไปใช้ตามรูปแบบการประกันรายได้ เกษตรกรจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 2 หมื่นบาท และเกษตรกรได้ทุกคน ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ทำโครงการประกันรายได้ ใช้เงินไป 3 หมื่นล้าน ต่างกันลิบลับ อยากให้เกษตรกรไตร่ตรองว่าผลประโยชน์ที่ตัวเองได้รับคุ้มค่ากับการเสียหายหรือไม่ ขณะนี้รัฐบาลพยายามโฆษณาแต่เกษตรกรไม่ได้ประโยชน์ เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือ ชาวนาเพียงบางกลุ่มและฝ่ายการเมืองเท่านั้น
ซัด 'ครม.สัญจรใต้' แค่สร้างภาพ อัดไร้รูปธรรม
นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่า 2 ปีที่เป็นรัฐบาลทำอะไรบ้างว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้างผลงานไว้มากในทุกภาค โดยไม่มีการแบ่งแยกประชาชน เราทำตามยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ เช่น การอนุมัติสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นฮับรองรับการท่องเที่ยวหลังเกิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 หรือการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงจากนครเวียงจันทร์ ประเทศลาวตรงมายังภาคอีสานของไทย เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากโซนอินโดจีน มาที่จ.หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมาและมาถึง กทม. แต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับประกาศที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงจากจ.เชียงใหม่ก่อน ที่จะสร้างสายอีสาน โดยไม่ดูจุดค้มค่า ยังไม่รวมโครงข่ายขยายถนนอีกมากในอีสาน
นางอัญชลีกล่าวต่อว่า ในส่วนของภาคใต้ที่รัฐบาลนี้ลงไปครม.สัญจรที่ภูเก็ตเมื่อเดือนมี.ค. 55 ประกาศอนุมัติงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่โซนจ.อันดามัน และภาคใต้ที่ 8.4 หมื่นล้านบาท ผ่านไปครึ่งปีมีเงินงบประมาณลงมาแค่ 600 ล้านบาท ทั้งที่จ.ภูเก็ตเป็นหนึ่งในฮับการท่องเที่ยวภาคใต้ และนำเงินเข้าชาติรองจาก กทม. ที่ 1.8 แสนล้านบาท มีการขยายสนามบินภูเก็ตเพื่อรองรับการท่องเที่ยวประชาคมอาเซียนและนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากปีละ 6 ล้านคนเป็น 12 ล้านคน การที่รัฐบาลนี้สั่งยกเลิกศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.ภูเก็ตก็สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลแล้วว่า ไร้วิสัยทัศน์ ดังนั้นนายณัฐวุฒิ ควรจะเข้าใจและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อนคือ การแก้ไขราคาพืชผลเกษตรตกต่ำทั้งยางพารา ปาล์มและข้าว อย่ามาสร้างภาพและบิดเบือนว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน
นายเรวัติ อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนยังยืนยันว่าการจัดครม.สัญจรของรัฐบาลนี้เป็นการสร้างภาพ ทำงานด้วยลมปาก เพราะเคยอนุมัติงบในครม.สัญจรฝั่งอันดามันที่ 8.4 หมื่นล้าน วันนี้ได้รับงบประมาณไม่ถึง 5% ของงบที่ระบุไว้ ที่สร้างภาพว่าจะทำนั่น พัฒนานี่ วันนี้มีอะไรบ้างที่คืบหน้า จึงขอให้ประชาชนคนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย อย่าตื่นเต้นดีใจกับลมปากที่ยาหอมหลอกชาวบ้านที่รัฐบาลนี้ให้ไว้ว่า จะพัฒนาสิ่งต่างๆให้ สุดท้ายก็จะซ้ำรอยที่เกิดกับการประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ต และอยากให้สื่อติดตามตรวจสอบว่าในการประชุมครม.สัญจรของรัฐบาลนี้แต่ละครั้งที่อนุมัติโครงการต่างๆไปมากมายเป็นข่าวใหญ่ อึกทึกครึกโครม แต่พอ ครม.สัญจรจบ ทุกอย่างก็จบเหมือนหนังละครจบ ทุกอย่างกลับสู่ความเป็นจริงเพราะละครสร้างภาพก็จบแล้วเช่นกัน แค่ตัวอย่าง มติ ครม.เมื่อต้นเดือน ต.ค.นี้ ที่สั่งการยกเลิกศูนย์ประชุมนานาชาติจ.ภูเก็ต ก็ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลนี้ตั้งใจเลือกปฏิบัติ ทำเรื่องสองมาตรฐาน แบ่งแยกพื้นที่ แบ่งแยกประชาชน ทั้งที่มีงบประมาณพร้อมในการสร้าง 2.6 พันล้านบาท ซึ่งการยกเลิกโครงการนี้ทำให้กระทบต่อแผนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติในภาคใต้ทั้งระบบที่วางไว้เพื่อรองรับการพัฒนาหลังไทยเข้าร่วมประชาคมอาเซียน จึงขอให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ระวังคนใกล้ชิดให้ดี โดยเฉพาะคนที่ชอบเชลียร์ประเภท “ดีครับท่าน ใช่ครับนาย ถูกต้องครับ” รัฐบาลจะพังเพราะคนประเภทนี้
จวก 'ครม.สัญจร' สนใจแต่งานง่าย-ลืมปัญหาชายเเดนใต้
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังไม่รับผิดชอบต่อการทำงานบริหารประเทศ โดยเลือกแต่ที่จะทำงานง่ายๆ เช่น การแห่สร้างภาพ ครม.สัญจรที่ จ.สุราษฏร์ธานี ประกาศนโยบายพัฒนาภาคใต้ แต่กลับลืมและไม่รับผิดชอบยากๆ อย่างกรณีเหตุป่วนรายวันที่ภาคใต้ เช่น การที่ผู้ก่อความไม่สงบออกใบปลิวข่มขู่ไม่ให้ประชาชนออกมาทำงานหรือค้า ขายในวันศุกร์ รัฐบาลก็ปล่อยให้ปัญหายืดยาวมาเรื่อยจนประชาชนต้องแก้ปัญหากันเองมากว่า 1 เดือนแล้ว
นายถาวร กล่าววา เหตุระเบิดในภาคใต้ที่มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมาเป็นดัชนีชี้วัดแล้วว่า กองอำนวยการ หรือศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ที่รัฐบาลหลับหูหลับตาตั้งขึ้นนั้น ขี้ขลาดตาขาว ไม่สามารถรับมือ หรือ เตือนภัยประชาชนในพื้นที่ล่วงหน้าได้ ส่วนกรณีที่วันที่ 25 ต.ค.นี้จะครบรอบเหตุการณ์ที่ ตากใบนั้น รัฐบาลจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะครบรอบเหตุการณ์ ตากใบ กรือเซะ หรือเหตุการณ์อื่นๆ
'ถาวร' หนุนม็อบองค์การพิทักษ์สยาม
นายถาวร เสนเนียม กล่าวถึงกรณีการออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย (สนามม้านางเลิ้ง) ว่า ทุกฝ่ายมีสิทธิแสดงความคิดเห็นตามกรอบกฎหมายได้ และขอให้กำลังใจการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่จะเกิดขึ้น และอย่าให้มีเหตุการณ์ป่วนจากมือที่สามผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้ภาคประชาชนเกิดความตื่นตัวต่อการสานเสวนาของกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ด้วยที่ต้องจับตาไม่ให้ การจัดสานเสวนาที่จัดทำโดยบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์จากรัฐบาลมา เล่นบทมวยล้มต้มคนดู ชี้นำประชาชน
นายถาวร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมาระบุว่าไม่กังวลต่อการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามจะกระทบต่อความมั่นคง โดยจะนำ พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา สบ10 และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไปพูดคุยกับ พล.อ.บุญเลิศ ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ นั้น เป็นการพูดสร้างภาพ หากไม่กลัวกระทบรัฐบาลจะหนีบผบ.ตร.เข้าพบพล.อ.บุญเลิศทำไม อย่างไรก็ตามหากการเข้าพบ พล.อ.บุญเลิศ ในครั้งนี้เป็นความตั้งใจดีก็ขอให้ บรรดานายตำรวจทั้งหลายจัดกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มครองพี่น้องที่มาชุมนุมในวันดังกล่าวด้วย



