ข่าว

ครม.ไฟเขียวเทงบ50ล้านสร้างรพ.เกาะเต่า

ครม.ไฟเขียวเทงบ50ล้านสร้างรพ.เกาะเต่า

22 ต.ค. 2555

ครม.ไฟเขียวงบ 50 ล้านพัฒนา รพ.เกาะเต่า รองรับนักท่องเที่ยว นายกฯนัดถก สธ.หาช่องบรรจุบุคลากรเพิ่มแก้ขาดแคลน ดันลูกจ้าง-พนักงานรัฐปี 49 - 50 ก่อน อัดฉีดพันล้านสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเชื่อม'เกาะพะงัน' พร้อมตั้ง'เฉลิม'เป็นประธานประชุมรัฐมนตรีเอเชีย

                    22 ต.ค.55 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติโครงการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะเต่าวงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอในการยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะเต่า ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่มาแล้ว โดยเบื้องต้นจะเร่งรัดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ทั้งนี้เพื่อดำเนินการในรูปแบบของอาคารพยาบาล รวมไปถึงการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โดยจะเป็นการรองรับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่เกาะเต่ามีประชากรมากกว่า 1,800 คน และมีนักท่องเที่ยวมาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก แต่สถานพยาบาลและอุปกรณ์ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องเร่งเสริมศักยภาพให้เข้มแข็งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

                     นายวิทยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2556 มีโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาสถานพยาบาลในพื้นที่ภาคใต้รวม 2,000 กว่าล้านบาท และทั่วประเทศรวมอยู่ที่ราว 9,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมกับที่ร้องขอเข้ามาใหม่ อาทิ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี 2 เป็นต้น

                     "ส่วนแนวทางแก้ปัญหาการบรรจุพยาบาลอัตราจ้างที่มีการเรียกร้องและทวงถามของพยาบาลทั่วประเทศอันเป็นเรื่องขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานนั้น นายกฯได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อเตรียมความพร้อมของอัตราต่าง ๆ รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยจะดำเนินการเช่นเดียวกันทุกกระทรวง และในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีการดำเนินการโดยจะมีแนวทางบรรจุเฉพาะพยาบาลเพียงกลุ่มเดียว ยังรวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้เบื้องต้นได้นัดหารือกับนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 25 ต.ค.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเป็นการพิจารณาเฉพาะในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ส่วนราชการมีความพร้อมในการรองรับอัตราบุคลากรที่ยังขาดอยู่ในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้และภายใต้การรองรับเออีซี" นายวิทยา กล่าว

                     นายวิทยา กล่าวต่ออีกว่า การบรรจุบุคลากรนั้นมีสัดส่วนที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องมีแนวทางการปฏิบัติในระยะยาวด้วย อาทิ ในอนาคตอาจมีผู้สูงอายุมากขึ้นหรืออัตราการเจริญพันธุ์อยู่ในสัดส่วนที่น้อย ทุกภาคส่วนราชการก็จะมีผู้เกษียณอายุเป็นจำนวนมาก หรือหากบุคลากรออกไปอยู่กับภาคเอกชนเป็นจำนวนมากจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงความรับผิดชอบบุคลากรหากมีการบรรจุ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เหล่านี้คือปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีทางเลือกในการรับบุคลากรมาเป็นพนักงานในอัตราจ้าง 5 ปี ก็ต้องนำผลดีผลเสียมาเปรียบเทียบกัน และเป็นแนวทางที่จะนำเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีต่อไป และคาดว่าจะมีข้อยุติในวันที่ 25 ต.ค.นี้

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า อัตราที่กระทรวงสาธารณสุขรับบรรจุเพียงพอต่อจำนวนที่ร้องขอเข้ามาหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ต้องนำผู้ที่ทำงานก่อนปี 49-50 มาพิจารณาก่อน หลังจากนั้นอาจมีปรับโครงสร้างการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรืออาจมีการจ้างบุคลากรโดยไม่เป็นข้าราชการประจำมาเสริม


อัดฉีดพันล้านสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเชื่อม"เกาะพะงัน"

                   นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบดำเนินโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ในวงลงทุน1,094ล้านบาท ที่แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 820 ล้านบาท และเงินรายได้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)วงเงิน 274 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินลงทุนโครงการ โดยให้กฟภ.ดำเนินการกู้ตามความจำเป็นจนกว่างานจะแล้วเสร็จต่อไป และให้รับความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรอง และหน่วยงานต่าง ๆ ไปดำเนินการด้วย

                  "ครม.ได้เห็นชอบผ่อนผันการดำเนินการตามมติครม.วันที่ 3 มี.ค.2535 เรื่องแผนแม่บทการจัดการปะการังของประเทศในการดำเนินการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะพะงัน โดยให้กฟภ.หารือกับสำนักนโยบายและสิ่งแวดล้อมและดำเนินการตามความเห็นอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณแนวเคเบิลใต้น้ำและพื้นที่ใกล้เคียงมากที่สุด อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานเห็นว่าโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการในปี 2555-2557" นายภักดีหาญส์ กล่าว

 

ตั้ง"เฉลิม"เป็นประธานประชุมรัฐมนตรีเอเชีย

                    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติมอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเตรียมการเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมรัฐมนตรีแห่งเอเชียว่า ด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 6 ปี 2557 แทนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ลาออกไป โดยมีนายนายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรองประธาน โดยสาระสำคัญ เป็นการประชุมเพื่อหายุทธศาสตร์ในการพัฒนามุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงการบริหารทรัพยากรธรรมชาติด้วย ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดประชุมอยู่แล้ว