ข่าว

'ตู่'พบ'DSI'บี้ดูวงจรปิดหน้าราบ11

'ตู่'พบ'DSI'บี้ดูวงจรปิดหน้าราบ11

22 ต.ค. 2555

'จตุพร'ให้ปากคำ'ดีเอสไอ'แนะตรวจภาพกล้องวงจรปิดหน้าราบ 11 หาข้อมูลรถถตู้ขนชายชุดดำเข้าออก ด้าน'เสื้อแดง'สมทบทุนอัดฉีดรางวัลผู้แจ้งเบาะแสจับกุมชายชุดดำอีก 7 ล้าน

                       22 ต.ค. 55 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเข้าให้ปากคำคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 91 ศพ จากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 โดยกล่าวก่อนเข้าให้ปากคำว่าตนจะให้ปากคำเป็นถ้อยคำเพราะไม่ได้เตรียมเอกสารใด ๆ มาด้วย เนื่องจากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นติดอยู่ในความทรงจำทั้งหมดแต่หากดีเอสไอต้องการพยานเอกสารก็จะนำมามอบให้ภายหลัง นอกจากนี้ ตนจะเสนอให้ดีเอสไอขอภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถที่เข้า-ออก กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เนื่องจากมีแหล่งข่าวให้ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับชายชุดดำโดยพบว่ามีรถตู้บางคันมีบุคคลที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำอยู่ในรถซึ่งเป็นรถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมกันนี้ยังเห็นควรให้ดีเอสไอเชิญบุคคลอีก 2 คนที่เชื่อว่าจะเป็นพยานสำคัญ คือทหารที่ทำหน้าที่คนเขียนแผนประทุษกรรม แผนผังล้มเจ้า เพื่อสอบถามความเชื่อมโยงไปถึงแรงจูงใจในการปฏิบัติการ และอีกรายคือทหารผู้ทำหน้าที่รวบรวมคำสั่งของศอฉ.ทุกฉบับ

                      นายจตุพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ไม่ได้มีความอาฆาตแค้นทหารที่ปฏิบัติตามคำสั่งแต่ต้องการให้มีการนำตัวผู้สั่งการมาลงโทษ ตนตั้งข้อสังเกตเรื่องชายชุดดำว่าอาจเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ หรือจัดฉากเพื่อเอื้อประโยชน์ในการปฏิบัติการเท่านั้นเพราะพบว่ามีการเผยแพร่ภาพชายชุดดำหลังจากวันที่เกิดเหตุ 3 วัน ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนหากพบเห็นข้อมูลก็ต้องนำเสนอต่อสาธารณะทันทีแต่เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. และเหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถานการณ์มีการนำภาพชายชุดดำมาเผยแพร่ภายหลัง


เสื้อแดงอัดฉีดรางวัลผู้แจ้งเบาะแสจับกุมชายชุดดำอีก 7 ล้าน

                    นายสมหวัง อัสราษี รองประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อขอเพิ่มเงินรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ซึ่งก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ตั้งรางวัลนำจับไว้ 7 คดี คดีละ 1 ล้านบาท โดยนปช. จะขอเพิ่มรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสอีกรายละ 1 ล้านบาท ซึ่งเงินทั้งหมดเป็นเงินส่วนตัว ทั้งนี้สร้างแรงจูงใจให้กับพยานที่จะเข้าให้การและทำให้การทำงานของดีเอสไอมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนี้เชื่อว่าจะมีแนวร่วมรายอื่นขอสมทบรางวัลนำจับเพิ่มเติมแต่อาจเป็นในรูปแบบของที่ดิน

                   ด้านนายธาริต กล่าวว่า ตนไม่ขัดข้องและถือเป็นเจตนาของผู้ประสงค์ดีในการทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปสู่การจับกุมคนร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อกฎหมายพบว่าสามารถทำได้ โดยผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงิน 2 ล้านบาท เมื่อสามารถแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายดำเนินคดีได้ ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอเคยตั้งรางวัลนำจับในลักษณะนี้แต่ยังไม่เคยมีบุคคลภายนอกมาร่วมสมทบเงินรางวัลนำจับ