
'โปรเจคทวาย'ไม่จูงใจพม่ากลับปท.
หอการค้าสมุทรสาครมั่นใจ โปรเจคทวายไม่ทำแรงงานพม่าย้ายถิ่นกลับปท. ด้านขอนแก่น จัดอีสานแฟร์ยิ่งใหญ่รับเออีซี ขณะที่แผนก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ยังไม่คืบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 55 นายสุนทร วัฒนาพร ประธานหอการค้าสมุทรสาคร เผยว่าปัจจุบันแรงงานพม่ามีความสำคัญกับจังหวัดสมุทรสาครทั้งในภาคการธุรกิจการค้า และในภาคอุตสาหกรรม แต่งานที่แรงงานพม่าทำเป็นแรงงานที่เครื่องจักรทำไม่ดี และคนไทยไม่ทำ เพราะเป็นงานหนัก หรืออยู่ในที่ที่มีกลิ่นเหม็น หรือในที่มีอากาศเย็นจัด เช่นห้องเย็น เช่นการแล่ปลา แกะกุ้ง และการผลิตสินค้าทะเลแปรรูป และที่เกรงกันว่าโครงการโปรเจคทวาย ซึ่งมีการก่อสร้างท่าเรือนำลึก และนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองทวายประเทศพม่า จะส่งผลให้แรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร อพยพบกลับไปทำงานในประเทศพม่า ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นไปได้ยาก เพราะขณะนี้ประเทศพม่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดประเทศ เพราะในประเทศพม่าในปัจจุบันยังมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง พม่าต้องรวม 7 มณฑลของพม่าให้เรียบร้อย เพื่อให้ความขัดแย้งทางการเมืองเหลือน้อยที่สุด
"การแก้ไขปัญหาความขัดแจ้งภายในประเทศพม่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี หากความขัดแย้งทางการเมืองของพม่าลดลง คงมีแรงงานพม่าในจังหวัดสมุทรสาครกลับประเทศพม่าบ้างเหมือนกัน แต่คงไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่แรงงานพม่าส่วนใหญ่ไม่กลับเพราะได้มาอาศัยอยู่ประเทศไทย อยู่ด้วยความสุขสงบนานแล้ว และค่าแรงในประเทศไทยปัจจุบันยังสูงถึงวันละ 300 บาท ในขณะที่ค่าแรงในประเทศพม่าอยู่ที่วันละ 120 - 140 บาท อย่างไรก็ตามในแรงงานต่างด้าวไม่ได้มีแค่พม่า ยังมีแรงแรงานจากประเทศอินเดีย บังคลาเทศ เขมร เวียดนาม ลาว ซึ่งแรงงานเหล่านี้จะมาทดแทนแรงงานพม่า หากแรงงานพม่าย้ายถิ่นกลับประเทศ"
นายอภิชิต ประสพรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า ตนเชื่อว่าในช่วงระยะเวลา 5 ปี แรงงานพม่าคงยังไม่กลับประเทศพม่า เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีแรงจูงใจให้กลับ อย่างไรก็ตามโปรเจคทวายอาจมีการย้ายฐานอุตสาหกรรมจากประเทศไทยไปประเทศพม่า และแรงงานพม่าอาจการย้ายคืนถิ่นมากขึ้น โดยจะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาครน้อยมาก แต่จะมีผลกระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมชายแดนแถบจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดตากมากกว่า เพราะใช้แรงงานประเทศพม่าที่เดินทางเข้ามาทำงานแบบเช้ามาเย็นกลับ และได้รับค่าแรงเท่ากับในประเทศพม่า ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีโอกาสย้ายถิ่นไปทำงานประเทศพม่า ซึ่งอาจส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมชายแดนต้องปิดตัวเพราะขาดแรงงาน
ขอนแก่นจัดอีสานแฟร์ยิ่งใหญ่รับเออีซี
นายรักติ ญวณกระโทก ประธานสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย จังหวัดขอนแก่น (สสวท.ขอนแก่น) เปิดเผยว่า สมาคมฯได้กำหนดวันจัดงาน อีสานแฟร์ 2012 ขึ้นที่อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3-11 พ.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกได้นำเอาผลิตภัณฑ์มาแสดง รวมทั้งเป็นการเปิดเวทีให้ได้เพิ่มศักยภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ขยายธุรกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ประสบการณ์และการจับคู่ธุรกิจ เป็นการต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มให้มีความก้าวหน้า
ด้านท่านบุญถิน วงศ์สุริ รองผอ.ธนาคารพงสะหวัน ซึ่งได้เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ธนาคารพงสะหวัน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศลาว ได้มีโอกาสร่วมงานและจะได้นำเอาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มมาแสดงประชาสัมพันธ์ โดยจะเข้าร่วมทั้งสิ้น 10 บูธ นอกจากผลิตภัณฑ์ด้านการเงินแล้วขณะนี้ พงสะหวันได้เปิดธุรกิจด้านการบิน ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะได้เปิดเส้นทางใหม่โดยใช้ขอนแก่นเป็นเซ็นเตอร์ของภูมิภาคนี้ สำหรับเส้นทางบินขอนแก่นหลวงพระบาง ซึ่งจะเปิดให้บริการในสิ้นปีนี้
แผนก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ยังไม่คืบ
นายวีระชาติ ระกำทอง ผู้อำนวยการแขวงการทางที่ 2 (แม่สอด) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 ว่า ในขณะนี้ได้มีการสำรวจเส้นทางทางราบแล้วจำนวน 2-3 เส้นทาง และได้มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาโครงการดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า จุดที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อจะอยู่ที่ หมู่ที่ 4 บ้านวังตะเคียน โดยมีการพิจารณาร่วมกันทั้งสองประเทศ คือทั้งประเทศไทย - พม่า เนื่องจากจุดดังกล่าวจะอยู่ห่างจากจุดที่มีการก่อสร้างถนนสาย 12 ในจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า ที่ห่างเพียง 6-7 กิโลเมตร ก็จะเชื่อมกับเส้นทางดังกล่าวได้ และจุดที่บริเวณบ้านวังตะเคียนจะเป็นจุดขนถ่ายสินค้าจากตะวันออกสู่ตะวันตก โดยมีต้นทางจากอำเภอแม่สอด ไปยังจังหวัดมุกดาหาร เข้าไปยังลาว เวียดนาม โดยหากสะพานมิตรภาพไทยพม่า แห่งที่ 2 ดำเนินการแล้วเสร็จ จะทำให้ย่นระยะเวลาในการเดินทางในการขนส่งสินค้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 5-7 วัน ลดค่าขนส่งสินค้า แต่หากเป็นทางเรือจะต้องใช้เวลาในการขนส่งนานร่วมเดือน ทั้งนี้จะมีการศึกษาด้านเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อหาข้อสรุปในพื้นที่ดังกล่าว



