
'ประยุทธ์'ชี้ไฟใต้ดีขึ้น-ยันไร้ปฏิวัติปชช.
'ประยุทธ์' ยันไฟใต้ดีขึ้น แนะทุกหน่วยงานลงพื้นที่ ลั่นเป็นไปไม่ได้ปฏิวัติปชช. ย้ำชัด 'ทหาร-ตร.' เป็นพี่น้องกัน จี้ประเมินผลงานทุก 3 เดือน
22 ต.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ฝ่ายตรงข้ามต้องการสร้างความรุนแรง สร้างน้ำหนักให้เห็นว่าเขายังมีขีดความสามารถในการดำเนินการ แต่ถ้าเปรียบเทียบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่และชีวิตประชาชนที่มีอยู่ก็ถือว่าเราทำได้มากพอสมควร แต่ยังไม่น่าพอใจ เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียคนแรกที่จะต้องเสียใจคือครอบครัว คนต่อมาคือตนในฐานะที่ต้องรับผิดชอบในนามของ รองผอ.กอ.รมน. เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้ความไว้วางใจ มอบนโยบายและสั่งการลงมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกวันเราจะมีการวิเคราะห์สถานการณ์ว่าจะเกิดเหตุที่ไหน พร้อมทั้งย้อนไปถึงอดีตว่า 7 อำเภอ ที่เกิดเหตุการณ์อยู่สม่ำเสมอ และมีความรุนแรงมาโดยตลอด เช่น อ.รือเสาะ อ.บาเจาะ ว่าอาจจะเกิดความไม่ยุติธรรม ความขัดแย้ง และเราก็พยายามแก้ไข เช่น มีรูปถนนถูกเจาะและวางระเบิดที่ถูกนำเสนอตามสื่อ ซึ่งการขุดถนนไม่ได้ทำได้ภายใน5-10 นาที ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ถามว่าชาวบ้านไม่รู้เลยหรือ แล้วถ้ารู้ทำไมถึงไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งตรงนี้การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ยังค่อนข้างน้อย จึงต้องไปดูว่ามีความขัดแย้งกันเรื่องใด รวมถึงการที่เกิดเหตุการณ์ซ้ำบ่อยๆ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทหารได้ทำความเข้าใจกับประชาชน แต่ทุกส่วนราชการจะต้องลงไปช่วยด้วย
“วันนี้ผมได้แต่ร้องขอให้ทุกส่วนราชการทั้ง 17 กระทรวง 66 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันลงไปในพื้นที่ จากนี้ไปผมจะสรุปผลงานความก้าวหน้าในการทำงานของทุกกระทรวงในทุก 3 เดือนจะต้องมีผลงานปรากฏออกมา เพราะมีงบประมาณด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าให้ทหารใช้แต่กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำได้เพียงแค่การบังคับใช้กฎหมาย และความเข้าใจก็ไม่เกิด หรือเกิดก็ไม่ครบ 100% ผมอ่านแท็บลอยบางฉบับก็รู้สึกเสียใจ สิ่งที่ผมทำ ผมคิด ไม่มีใครเข้าใจ รวมถึงสิ่งที่รัฐบาลทำก็ไม่มีคนเข้าใจ ยังมีคนมองในแง่มุมที่ทำให้เกิดความเสียหาย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ผล คือการสร้างความเข้าใจไม่ว่าจะสื่อมวลชน สำหรับในส่วนของต่างประเทศต้องยอมรับว่าดีขึ้น เพราะเราได้ส่งข่าวไปยังโอไอซีตลอดผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ทุกประเทศไม่ได้มีปัญหา จะมีก็แต่ประเทศของเราเองที่ยังไม่เข้าใจหลายเรื่อง เช่นการใช้กำลังทหาร” ผบ.ทบ. กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ดำเนินการอยู่ทุกวันนี้เพื่อให้ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเรียบร้อยอย่างยั่งยืน เรื่องในอดีตถ้าต่างฝ่ายต่างขุดคุ้ยก็ไม่มีวันจบสิ้น ทหารได้ทุ่งเทอย่างเต็มที่ ส่วนตำรวจก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุง รวมถึงมีการฝึกตำรวจเพิ่ม เพราะสิ่งสำคัญคือต้องมีเจ้าหน้าที่อยู่เป็นเพื่อนประชาชน อย่างไรก็ตามตนเตือนเจ้าหน้าที่อยู่ ว่าควรเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องการวางระเบิด ว่าเมื่อเกิดเหตุลูกที่หนึ่งขึ้นอย่าเพิ่งพลีพลามต้องเฝ้าระวัง และเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามต้องการเพิ่มความรุนแรง ถ้าเราให้ความสำคัญว่าเหตุการณ์แรงขึ้น มันก็จะแรงขึ้นด้วยปาก กระแส และสื่อ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเจ้าหน้าที่และประเทศไทย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์วันนี้ไม่ได้เป็นสถานการณ์ปกติ เป็นปฏิบัติการที่ไม่ใช่สงครามแต่มีอาวุธเพื่อเป็นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เมื่อไหร่ที่การก่อเหตุความรุนแรงได้รับการยอมรับจากคนในประเทศและต่างประเทศ เมื่อนั้นเขาจะเรียกร้อง ซึ่งทุกคนคงจะรู้สิ่งที่เขาเรียกร้อง และถามว่าให้เขาได้หรือไม่ ต่อไปนี้เราจะกดดันผู้ก่อความไม่สงบด้วยมาตรการทางกฎหมายและยุทธิวิธีเพื่อจำกัดเสรีการปฏิบัติ
เมื่อถามว่า คนร้ายขุดถนนฝังระเบิดรถยนต์ลำเลียงพลของหน่วยนาวิกโยธิน ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จนทำให้มีกำลังพลเสียชีวิต และ บาดเจ็บหลายคน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระเบิดตั้ง 50 กิโลกรัมก็ทำให้รถพัง ทั้งนี้ตนอยากเรียนว่าอาวุธทุกชนิดมีการป้องกันของมันแต่ระดับ รถที่เกิดเหตุเป็นรถมีไว้สำหรับลำเลียงพล โดยมีเกราะด้านข้างเป็นหลักป้องกันอาวุธเอ็ม -16 เอ็ม 60 หากโดนจรวดอาร์พีจี ก็ระเบิดและทะลุได้ ทั้งนี้ระเบิด 50 กิโลกรัมเมื่อเกิดระเบิดรถอะไรก็หงายท้อง แต่ที่สื่อมวลชนไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง แบบ บีทีอาร์ 3 อี 1 ว่าไม่ดีเป็นรถเก่า ตนอยากให้สำนักพิมพ์ของท่านออกเงินให้บินไปดูโรงงานผลิตที่ประเทศยูเครน ว่ามีการผลิตกันอย่างไร และเป็นการประกอบใหม่ทั้งหมด หากไม่เห็นอย่าไปบอกว่ากองทัพไปซื้อของเก่า ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่าเขียนไปเรื่อย ๆ ตอนนี้มันจบไปแล้ว ปปช. และ สตง. ตรวจสอบไปหมดแล้ว และวันนี้มีการฝึกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ยอมรับว่ารถยานเกราะเป็นรถที่ดีในภูมิประเทศวิ่งสู้ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องไปปรับปรุง นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ทั้งนี้หากมีรถดังกล่าวมีปัญหาจะผ่านขั้นตอนการจัดซื้อได้อย่างไร
“อย่ามาบอกว่าการจัดซื้อมีการทุจริต ถ้าทุจริตจะไม่มีรถบีทีอาร์วิ่งในวันนี้ ถ้าท่านทำแบบนี้ต่อไปประเทศไทยจะหงอยเปี้ยเสียขาลงไปเรื่อย ๆ ดิสเครดิตกันไปเอง ประชาชนก็แตกแยก ทหารก็ไม่ได้เข้มแข็ง ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องไปอยู่ที่อื่นกันแล้ว ไม่น่าอยู่ประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ประเทศไทยเป็นอันดับสองที่คนทั่วโลกอยากมาอยู่ สื่อไม่เคยนำเสนอประเด็นแบบนี้ ทั้งนี้เป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่ไม่เคยทำไม่เคยเขียน ไปเทียบหนังสือพิมพ์ต่างประเทศดูได้ไม่ดี ถ้ามีเขียนผิดก็ปิดเลยแต่ประเทศไทยทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะให้เกียรติและรู้ว่าทุกท่านหวังดี ดังนั้นเขียนให้ดีกับเจ้าหน้าที่ ถ้าเขียนแบบนี้ผู้ร้ายชนะตลอด ทั้งนี้รถยูเครนเป็นรถยุทธวิถีในการจู่โจมเพราะติดอาวุธใช้ในการรบในยามสงคราม และป้องกันประเทศ ผมอยากถามว่าจะเอารถถังไปรบในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ แต่ผมคิดว่าน่าจะพออยู่เพราะมันหนัก หากโดนระเบิดคงไม่หงายท้อง แต่มันก็ไม่ใช้ภารกิจทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบ” พล.อ.ประยุทธ์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาทุกคนจะต้องร่วมมือกัน และบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก หากไม่ใช้มาเป็นหลักในการปกครองในการบริหารคงไม่ใช่ประเทศ แต่หากย้อนกลับไปในอดีตทหารรบกันใช้ดาบเป็นอาวุธ โดยที่ไม่มีตำรวจ และขึ้นอยู่กับความพอใจ และอำนาจที่มีอยู่ และขึ้นอยู่กับผู้ปกครองที่มีคุณธรรม แต่วันนี้ไม่ได้จะต้องมีกฎหมาย ขอร้องอยากให้ทุกคนช่วยตน เพราะการแก้ไขปัญหาเป็นไปตามลำดับ ตนอยากถามว่ามีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ปัจจุบันมีคนที่เจ็บแค้นอยู่จึงทำให้เกิดปัญหาอยู่ และมีคนปลุกปั่นว่าคนที่ถูกยิงตายทั้งๆ ที่เป็นคนที่กระทำกับเจ้าหน้าที่ อย่าไปขยายความให้กับกลุ่มพวกนี้ได้ประโยชน์ ทหารทำทุกอย่างในพื้นที่ทั้งการปราบปรามน้ำมันเถื่อน ปัญหายาเสพติด
ดังนั้นอยากให้ทุกส่วนงานช่วยลงมาในพื้นที่ ทำให้เหมือนกับในพื้นที่ กทม. ไม่ใช่ว่ารถหายก็ทหารไปตามจับขโมยรถ กรมการขนส่งทางบกจะต้องลงไปตรวจสอบทะเบียนรถ ตนไม่สามารถเนรมิตได้ทุกเรื่อง นายกรัฐมนตรีสั่งการลงไปหมดแล้วเพียงแต่ผู้ที่รับปฏิบัติว่าจะจริงจังในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งเขาอาจจะทำอยู่แล้ว และที่ผ่านมายังไม่มีผลตอบรับออกเป็นรูปธรรม
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน ยังไม่ได้ลงไปทำงานอย่างจริงจัง จึงทำให้การแก้ไขปัญหายังไม่ดีเท่าที่ควร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้ว่าเขา และไม่ได้บอกว่าทุกคนจะต้องลงไปช่วยกันทำงาน ไม่ได้หมายความว่าทำหรือไม่ได้ทำ แต่ตนบอกว่าเขาทำอยู่แล้วเพียงแต่บางจุดอาจจะน้อยไปหรือบางจุดจะต้องเพิ่มการทำงาน ซึ่งตนก็ขอร้องกันแค่นั้นด้วยกลไกของ กอ.รมน. และ รัฐบาล อย่าไปตำหนิคนนั้นคนนี้ เพราะไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาจะมาเกลียดขี้หน้าตน ตนเอาความดีความชอบอยู่คนเดียวและด่าเขา ดังนั้นอย่าไปเขียนกันแบบนี้มันไม่ได้ประโยชน์อะไร ทั้งนี้หน่วยงานได้มีการประเมินผลการทำงานของ 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน ทั้งนี้กองทัพบกได้งบประมาณเบี้ยเลี้ยงกำลังพล และงบประมาณซื้อเครื่องมือเสี้ยวหนึ่ง อย่ามาบอกว่าทหารนำหน้า และได้งบประมาณ รัฐบาลเกรงใจให้งบประมาณอย่ามาพูดส่งเดชไปตรวจสอบดูได้
“ให้ไปถาม ปปง. พูดอย่าได้ว่าทหารใช้งบประมาณเป็นแสนกว่าล้าน ไม่รู้อย่ามาพูด เดี๋ยวผมจะเชิญคอลัมภ์นิตส์ สื่อมวลชน นักวิชาการที่แสดงความเห็นในหนังสือพิมพ์ เก่งหนักก็ต้องมาแล้วกัน พวกนี้เก่งกันทุกเรื่อง ภาคใต้ก็เก่ง กัมพูชาก็เก่ง ก็มาเป็น ผบ.ทบ.ก็แล้วกัน หรือ เป็นนายกรัฐมนตรี อย่าดีแต่เขียนหนังสือ เคยทำอะไรบ้างหรือไม่ เขียนแล้วไม่เคยทำอย่ามาวิเคราะห์ ผมให้เกียรติท่านเสมอ แต่ถ้าเขียนและทำลายกันผมก็รับท่านไม่ได้ คนดีๆ มีเยอะแยะ ผมเป็นคน และเป็นผู้ปฏิบัติ ไม่ใช้นักวิชาการ ดังนั้นหลาย ๆ อย่างจะต้องเสริมการปฏิบัติให้ได้ ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่มีบางคนเท่านั้นต่อต้านการทำงานของกองทัพ รักแต่ตัวเองไม่ได้รักชาติ” พล.อ.ประยุทธ์
'ประยุทธ์'โต้'นักวิชาการ'ปูดข่าวปฏิวัติปชช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี มีนักวิชาการบางคนออกมาวิเคราะห์ว่าอาจจะมีการปฏิวัติประชาชน ถึงขั้นทำให้ทหารกับตำรวจปะทะกันว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วทหารและตำรวจเป็นพี่น้องกัน ตนขอรับรองว่าไม่มี และขอร้องให้สื่อมวลชนเข้ามาช่วยไม่ให้ทหารกับตำรวจปะทะกัน ทางสื่อมวลชนนั้นเราช่วยได้ เรื่องที่จะมีการปะทะกันนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะเราเป็นพี่น้องกันและเป็นคนไทยเหมือนกัน



