
'เต้น'โว'ปู'ลงใต้กระแสตอบรับพุ่ง
'ณัฐวุฒิ'โว'นายกฯ'ลงใต้ กระแสตอบรับพุ่ง ลั่นเป็นรัฐบาลของทุกภาค เตือน'ปชป.'ให้ระวังฐานเสียงสะเทือนได้ เพราะเหตุได้ สส.มาง่าย จึงไม่ทำอะไร ด้าน'ยิ่งลักษณ์' แวะทักเสื้อแดง-ปล่อยแตน-เล่นกับลิงก่อนถกครม. ยังไม่ให้สัมภาษณ์ รปภ.อารักขาเข้ม
เมื่อเวลา 08.30 น. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงภาพรวมการลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ก่อนการประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ ว่า ตนคิดว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และครม.ลงพื้นที่ เพื่อติดตามโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชน และได้มีการอนุมัติในหลายโครงการ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้นำท้องถิ่นสะท้อนปัญหาผ่านรัฐมนตรี โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน ตนคิดว่าเป็นบรรยากาศการทำงานที่ประชาชนทั่วประเทศต้องการ และเชื่อว่าประชาชนในแต่ละจังหวัดก็รอคอยให้นายกฯและครม.ไปเยือน เพื่อจัดการประชุม ครม.สัญจร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนยังรู้สึกว่าภาคใต้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนภาคอีสานเป็นของพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้าใครไปรู้สึกอย่างนั้น ตนคิดว่าเป็นการคิดในมิติการเมืองมากเกินไป แต่หลังจากเข้ามาทำหน้าที่ของครม. เราคิดในมิติของการทำงาน เมื่อคิดในมิติการทำงานเป็นที่ตั้งทุกภูมิภาคเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ที่จะเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม มันไม่มีภาคไหนเป็นของใคร มันมีแต่ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน รัฐบาลจะต้องทำงานให้คนไทยทุกคนและทุกภาคอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่า 4 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะได้อะไรจากการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พื้นที่อ่าวไทยมีศักยภาพหลายด้าน เช่น การประมง การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งในปี 2555 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศยังกระจุกตัวอยู่ที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน อยู่ประมาณ 60 - 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ารัฐบาลให้ความจริงจัง นายกฯมาลงพื้นที่บ่อยๆ ก็น่าจะทำให้ขีดความสามารถในการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งระบบมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ ส่วนการโครงการสาธารณูปโภครัฐบาลได้อนุมัติในหลายโครงการ
เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายค้านมองว่าการลงพื้นที่ของรัฐบาลเป็นการสร้างภาพ ไม่ได้ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชนจริงๆ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจที่ฝ่ายค้านพูดอย่างนี้ จริงๆก่อนนายกฯ ลงพื้นที่ให้ตนพูดก่อนก็พูดได้ว่าฝ่ายค้านจะพูดอะไรบ้าง เพียงแต่ว่าสิ่งที่พูดออกมาต้องระมัดระวังด้วย อย่าให้คนภาคใต้เขาตั้งคำถาม ว่า 2 ปีของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นเจ้าของคะแนนเสียงหลักในภาคใต้ ได้ทำอะไรไว้ให้กับคนใต้บ้าง หรือว่าที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ส.ส.ในภาคใต้ง่ายเกินไป จนไม่ต้องทำอะไรให้คนในพื้นที่ ตรงนี้ต้องทบทวน เวลานั่งวิพากษ์วิจารณ์มันง่ายไม่ต้องคิดอะไร ตื่นมาอ่านหนังสือพิมพ์ 2 - 3 บรรทัด ก็วิจารณ์กันได้ แต่เวลาจะทำงานมีเวลาถึง 3 ปี แต่ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตนคิดว่าตรงนี้ทิ้งปมคำถามให้คนใต้จำนวนมาก
"ปู"ทักแดง-ปล่อยแตน-ก่อนถกครม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สวมเสื้อสีชมพูทับด้วยสูทสีม่วงเปลือกมังคุด มาเป็นประธานปล่อย “แตนเบียน” จากประเทศเวียดนามและศรีลังกา จำนวน 5 หมื่นตัว ขึ้นบนต้นมะพร้าวภายในวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งแตนเบียนจะขึ้นไปกำจัดศัตรูของต้นมะพร้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของเกาะสมุย อาทิ แมลงดำหนาม หนอนหัวดำ ด้วงแรดและด้วงงวงมะพร้าว โดยในงานมีรัฐมนตรีที่ร่วมงานอาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตร นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ รมว.พาณิชย์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตร ทั้งนี้ก่อนเดินทางเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏฯนายกรัฐมนตรีได้ลงจากรถทักทายกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอพบอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยฯด้วย
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ทำบุญด้วยการใส่บาตรถุงเงิน-ถุงทอง ที่มีเงินอยู่ในถุงรวม 99 บาท ณ รถแห่ประชาสัมพันธ์ที่ทำจากไม้สักทอง ที่จะใช้แห่ในงานสืบสานประเพณีออกพรรษาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี “งานชักพระ-ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2555” ระหว่างวันที่ 27 ต.ค. - 4 พ.ย. 2555 และถัดจากนั้นนายกฯได้หยุดเล่นกับ “เจ้าไข่เล็ก” ลิงกัง วัย 11 ขวบ จากโรงเรียนฝึกลิง เกาะสมุย บ่อผุด ที่ทางโรงเรียนฝึกลิงฯ นำมารอต้อนรับนายกฯก่อนที่นายกฯเดินเข้าไปยังอาคารวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อเป็นประธานประชุมครม. ท่ามกลางทีมรักษาความปลอดภัยที่คุ้มกันอย่างเข้มงวด โดยไม่มีการสัมภาษณ์แต่อย่างใด



