
กระชับสัมพันธ์ยูเครน'กห.'เล็งซื้ออาวุธเพิ่ม
ไทยกระชับสัมพันธ์ยูเครน'กห.'เล็งซื้ออาวุธเพิ่ม : ทีมข่าวความมั่นคง
จากที่ก่อนหน้านี้กองทัพบก (ทบ.) ได้จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศยูเครนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ยานเกราะล้อยางรุ่น BTR3-E1 และรถถังรุ่น T-84 OPLOT กองทัพไทย นำโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะนายทหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม จึงเดินทางไปเยือนยูเครนอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ คณะของ รมว.กลาโหมไทยเดินทางไปเยือนตามคำเชิญของ นายดิมิโตร ซาลามาติน รมว.กลาโหมยูเครน และมีการลงนามความตกลง (เอ็มโอเอ) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างรัฐบาลไทยและกระทรวงกลาโหมยูเครน หลังจากก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ก็เดินทางไปเยือนยูเครนมาแล้วครั้งหนึ่ง
การเดินทางเยือนยูเครนครั้งนี้ของ พล.อ.อ.สุกำพล ได้เข้าพบประธานาธิบดียูเครน นายกรัฐมนตรียูเครน และรมว.กลาโหมยูเครน เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทหาร รวมถึงโครงการจัดตั้งสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทยในยูเครน
รวมทั้งการร่วมลงนามในบันทึกความตกลงเอ็มโอเอระหว่างรัฐบาลไทย-ยูเครน ร่วมกับ รมว.กลาโหมยูเครน, ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, การจัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัย (Defense & Security 2013) โครงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการทหาร และการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission : JC)
บันทึกความตกลงฉบับนี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์กับยูเครน ขณะที่ นายวิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า ประเทศยูเครนและประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการยกระดับโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“การเริ่มต้นของความสัมพันธ์นี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก และหวังว่าเราจะสามารถพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น เราอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเยือนประเทศยูเครนในโอกาสต่อไปด้วย” ประธานาธิบดียูเครน ระบุในระหว่างการพบปะกัน
ส่วนความคืบหน้าโครงการส่งมอบรถยานเกราะล้อยางรุ่น BTR3-E1 เฟสแรก จำนวน 110 คัน ตามวงเงินงบประมาณ 3,800 ล้านบาท ได้ทยอยส่งมอบให้กองทัพบกแล้ว 97 คัน และที่เหลืออีก 13 คัน จะส่งมอบภายในเดือนมกราคม 2556 โดยรถยานเกราะล้อยางเฟสแรกจะบรรจุประจำการที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี
ยานเกราะล้อยางเฟสสอง จำนวน 121 คัน วงเงินงบประมาณ 4,800 ล้านบาท จะมีการส่งมอบให้กองทัพบกภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2555 จำนวน 30 คัน แบ่งเป็นยานเกราะล้อยางจำนวน 20 คัน และรถซ่อมบำรุงอีก 10 คัน
ที่เหลือจะมีการแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ปี 2557 จะส่งมอบให้จำนวน 60 คัน และที่เหลืออีก 31 คัน จะส่งมอบภายในปี 2557 ทั้งหมดจะเข้าประจำการที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 จ.ชลบุรี ซึ่งจะทำให้กองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) มีรถยานเกราะเข้าประจำการครบทุกกรม ตามแผนจัดโครงสร้างของ พล.ร.2 รอ.ให้เป็น "กองพลยานเกราะ"
นอกจากนี้ โครงการจัดซื้อรถถังรุ่น T-84 oplot จากประเทศยูเครน จำนวน 51 คัน ตามวงเงินงบประมาณ 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีการส่งมอบเสร็จสิ้นภายในปี 2559 โดยจะมาประจำการที่กองพันทหารม้า ที่ จ.สระบุรี ขณะนี้ได้มีการทำสัญญาแล้ว และอยู่ระหว่างการจัดสร้าง โดย พล.อ.ประยุทธ์ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบก ได้เดินทางไปดูสมรรถนะมาแล้ว
"รถถังรุ่นนี้มีศักยภาพน่ากลัว มีความทันสมัย แม่นยำ และมีราคาถูก แต่สมรรถนะเทียบได้กับรถถังราคาแพง ซึ่งเราไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย ถ้าอยากได้ของดีต้องซื้อของแพง แต่เราทำไม่ได้ และอย่าไปมองว่า การจัดซื้อมีผลประโยชน์แอบแฝง ถ้าคิดเช่นนั้นก็ไม่ต้องไปซื้อ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงเหตุผลในการจัดซื้อรถถังสัญชาติยูเครน
แหล่งข่าวกองทัพบกชี้แจงว่า สาเหตุที่ยูเครนส่งยานเกราะล้อยางล่าช้า เพราะเสียเวลาไปกับการเลือกเครื่องยนต์ เนื่องจากประเทศเยอรมนีไม่ยอมขายเครื่องยนต์ให้ หลังจากประเทศไทยเกิดการรัฐประหาร ทำให้กองทัพบกพยายามสรรหาเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะและสามารถตอบสนองภารกิจของกองทัพบกได้เป็นอย่างดี สุดท้ายจึงมาได้เครื่องยนต์เอ็มทียู ทำให้เสียเวลาไปเกือบ 2 ปี
“จากเดิมจะมีการจัดส่งรถยานเกราะล้อยางในปี 2552 แต่เกิดความล่าช้า โดยยูเครนสามารถจัดส่งให้กองทัพบกได้ในปี 2554 และมีการจัดสาธิตเพื่อตรวจรับอีกครั้งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า สมรรถนะตรงตามความต้องการของกองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปยูเครน เพื่อดูการผลิต ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงสัญญาที่ลงนามกันเอาไว้”
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวย้ำถึงคุณสมบัติเด่นของยานเกราะล้อยางจากยูเครนด้วยว่า ยานเกราะล้อยางเป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในการลำเลียงพล และเป็นยานเกราะในการรบ ซึ่งคุณสมบัติทั้ง 2 อย่างตอบสนองความต้องการของกองทัพบก และราคาถูกกว่าประเทศอื่นเมื่อเทียบกับราคากับสมรรถนะ
ที่สำคัญ กระบวนการการจัดซื้อก็ผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการทุกอย่าง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้นโยบายไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องมีความโปร่งใสในการจัดซื้อในทุกขั้นตอน
......................
(หมายเหตุ :ไทยกระชับสัมพันธ์ยูเครน'กห.'เล็งซื้ออาวุธเพิ่ม : ทีมข่าวความมั่นคง)



