
เรื่องโกงๆ ฝันๆ
เรื่องโกงๆ ฝันๆ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ผลการสำรวจผลความคิดเห็นของประชาชนของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ของไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยยูซีเอสไอ ของมาเลเซีย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นระหว่างระหว่างคนไทยกับคนมาเลเซีย ได้ผลที่น่าสนใจว่า คนไทยร้อยละ 68.5 ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลคอร์รัปชั่น แล้วตนเองได้รับผลประโยชน์ ขณะที่คนมาเลเซีย ร้อยละ 63.1 ต่อต้านรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่น แม้ว่าตนเองจะได้รับผลประโยชน์ด้วยก็ตาม
ผลการสำรวจดังกล่าว เมื่อมองดูผ่านๆ อาจจะเห็นว่า คนไทยยอมรับหรือนิยมชมชอบการคอร์รัปชั่น แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไปกว่านั้น ก็อาจจะพบว่า ส่วนหนึ่งแล้วเกิดจากอุปนิสัยของคนไทยโดยทั่วไป ที่ค่อนข้างจะรักสันโดษ ไม่มีปากเสียง และการมีชีวิตอย่างง่ายๆ ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของราชการ หรือรัฐบาล จนเกิดคำพูดประเภทที่ว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” และ “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ดังนั้น แม้จะรู้ว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องไม่ดี แต่การจะลุกขึ้นมาต่อต้านโดยตรง จึงไม่ใช่วิสัยของคนไทย นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนาน โดยมิได้รับการแก้ไขอย่างจริง ได้ก่อให้เกิดความเคยชินหรือความรู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดร้าย และกลับเป็นการดีหากเรื่องที่ทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นทำให้ตนได้รับประโยชน์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
ทางเอแบคได้เสนอแนวทางแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้ 3 ประการ ประการแรกคือ การติดประกาศให้สาธารณชนทราบถึงการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลที่มาจากภาษีอากรของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคณะกรรมการที่รับผิดชอบ ประการที่สองได้แก่การนำคุณธรรม และจริยธรรมทางการเมืองการปกครองขึ้นมาเป็นวาระสำคัญของชาติ และประการสุดท้าย คือ กระตุ้นให้คนไทยเกิดจิตสำนึกว่าประเทศชาติต้องมาก่อนชุมชน
ผมไม่ได้คิดว่าคนไทยจะนิยมชมชอบคนที่โกงบ้านโกงเมืองหรอกครับ เพียงแต่ไม่ต้องการมีปัญหากับคนที่มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพล และมองไม่เห็นทางที่จะเอาชนะนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน ซึ่งการรณรงค์เพื่อต่อต้านการโกงชาติที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับความคิดที่จะนำกระดิ่งอันกระจิ๋วหลิวไปผูกคอเสือโคร่ง เพราะเป็นเพียงนามธรรม ซึ่งยากจะปรากฏผลเป็นรูปธรรมได้ เราจะสอนเด็กว่า “โตไป ไม่โกง” ได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาเห็นภาพของพ่อแม่จ่ายแป๊ะเจี๊ยะให้แก่โรงเรียนเพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนในโรงเรียนดังๆ การให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาหรือเบี้ยบ้ายรายทางในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐบางแห่ง การซื้อตำแหน่ง ซื้อความสะดวก หรือซื้อความถูก-ผิด ได้ ฯลฯ
เราจะบอกเด็กๆ ว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งไม่ดีได้อย่างไรครับ ในเมื่อคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเห็นๆ พากันมั่งคั่งร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคมและได้รับการพินอบพิเทาเคารพนอบน้อมจากคนทั่วไป ในขณะที่คนซื่อสัตย์สุจริตแต่ยากจนไม่ได้รับการยกย่องหรือเหลียวแล
การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ได้ผล ก่อนอื่นจะต้องสร้างสังคมที่บริสุทธิ์และยุติธรรม เป็นสังคมที่คนในสังคมได้รับการปฏิบัติด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาคกัน เป็นสังคมที่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์กติกาโดยเคร่งครัด ไม่มีการลูบหน้าปะจมูกหรือใช้เส้นสาย ความสัมพันธ์ส่วนตัว สังคมที่ดูแลคนดีๆ ซึ่งก็คงเป็นได้แค่เรื่องในฝันสำหรับเมืองไทย และไม่ต้องมองให้ไกลไปถึงเรื่องการล่าตัวนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตคอร์รัปชั่นมาลงโทษสถานหนักเหมือนประเทศอื่นหรอกครับ
เพราะนั่นเป็นเพียงความฝันนิรันดร



