ข่าว

'ปู'ปลื้ม!เมืองคอนต้อนรับอบอุ่น

'ปู'ปลื้ม!เมืองคอนต้อนรับอบอุ่น

21 ต.ค. 2555

"ยิ่งลักษณ์" นุ่งขาวห่มขาว รณรงค์พระบรมธาตุ นครศรีฯ ขึ้นมรดกโลก หยอดคำหวาน อยากให้มีรอยยิ้มตลอดไป ส่งเสริมท่องเที่ยว "นครศรี ดี๊ดี" นั่งฮ.ลุยภารกิจกลางเมืองสุราษฎร์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ต.ค. 55  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปยัง สนามบินนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โดยทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบินฯ ได้มีผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการทั้งตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ข้าราชการและประชาชน มารอต้อนรับถึงขอบรันเวย์เกือบพันคน รวมทั้งยังมีแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตร นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายอารีย์ ไกรนารา ให้การต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยมีการใช้มาตรการสกรีนคนที่จะเข้าไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีในสนามบิน ต้องผ่านการตรวจวัตถุต้องสงสัยแล้ว จะได้รับการติดสติกเกอร์สีส้มที่หน้าอกเสื้อเพื่อเป็นสัญลักษณ์อย่างชัดเจน

          จากนั้นในเวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดการรณรงค์สนับสนุนพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเป็นมรดกโลก ซึ่งนายกฯได้นุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธี โดยมีประชาชนมารอต้อนรับจำนวนมาก และมีการแสดงมโนราห์ให้ชมด้วยและทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึงได้เข้ากราบนมัสการพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัด ที่มอบองค์พระบรมธาตุจำลอง พระพุทธสิหิงค์จำลอง และเหรียญตรีศูลย์ 7 สี 7 วัน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ร.6 เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับนายกฯด้วย ถัดจากนั้นนายกฯได้กราบนมัสการพระครูปิยะคุณากร เต้าอาวาสวัดขุนเขาพนม ซึ่งได้มอบพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินรุ่น 1 ยอดธงออกศึกบนหลังช้าง และรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม พร้อมกล่าวกับนายกฯว่าที่มอบพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินให้ เพราะพระองค์เป็นผู้ที่กู้บ้านกู้เมือง เป็นผู้ที่ทรงทำให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคีช่วยกันกู้ชาติกลับมา รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง ขอมอบให้ไปไว้ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และขอให้นายกฯช่วยทำให้แผ่นดินเป็นปึกแผ่น เกิดความรักความสามัคคีในชาติ และขอให้นำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ผ่านสิ่งเลวร้ายต่างๆ ไปได้

          ทั้งนี้นางกุสุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้กล่าวรายงานว่า ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกแล้ว 5 แห่ง และในปี 2555 ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่3 ก.ค. เสนอชื่อวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เพื่อบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นในนามประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ซึ่งต่อมาวันที่ 19 ก.ย. ศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ได้นำชื่อวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหารขึ้นบัญชีเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ลั่นฆ้อง 3 ครั้ง เปิดการรณรงค์สนับสนุน พร้อมโบกธงตราสัญลักษณ์พระบรมธาตุสู่มรดกโลก ส่วนประชาชนที่ร่วมพิธีได้โบกสะบัดธงพร้อมกัน และปล่อยลูกโป่ง 2,600 ลูก 

          ทั้งนี้เกิดสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้น เพราะก่อนที่นายกฯจะเดินทางมาถึงไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก แต่เมื่อนายกฯเข้าสักการะพระคุณเจ้าฯฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา และเมื่อทำการลั่นฆ้องเปิดงานครบ 3 ครั้ง ฝนก็ได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ประชาชนในวัดต่างวิ่งหาที่หลบฝนสร้างความโกลาหลเล็กน้อย และเจ้าหน้าที่ได้บอกกับนายกฯว่าไม่ต้องอัญเชิญผ้าพระบฏไปห่มองค์พระธาตุก็ได้ จะให้เจ้าหน้าที่ของวัดขึ้นไปทำพิธีแทน แต่นายกฯยืนยันว่าจะขอขึ้นไปทำพิธีด้วยตัวเอง และเมื่อถึงเวลาอัญเชิญผ้าพระบฏจากลานโพธิ์ไปยังวิหารพระทรงม้า เพื่อขึ้นห่มพระบรมธาตุเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งนายกฯและคณะวนพระบรมธาตุเพียงหนึ่งรอบฝนที่ตกอย่างหนักได้หยุดสนิทและเริ่มมีแดดออกทันที ทั้งนี้ในระหว่างที่นายกฯได้ทำพิธีได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม "เครือข่ายคนรักประชาธิปไตย 14 จังหวัดภาคใต้" มาถือป้ายสนับสนุนและให้กำลังใจอยู่ในบริเวณจัดงานภายในวัดด้วย 

          หลังจากนั้นนายกฯได้ กล่าวทักทายประชาชนผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอขอบคุณประชาชนทุกคน วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่ได้มาร่วมกันรณรงค์ให้พระบรมธาตุขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยกัน ซึ่งเราจะพยายามอย่างดี เพราะเราอยากเห็นความก้าวหน้าของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย ทั้งนี้ตนมีโอกาสลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อประชุมครม. โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เราจะดูว่ามีโครงการในระยะสั้นและระยะยาว ที่จะช่วยแก้ปัญหารวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้วย 

          "ดิฉันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างดี ได้รับการต้อนรับด้วยความยิ้มแย้ม ดีใจที่ได้ทำบุญร่วมกัน ในโอกาสนี้ขออาราธนาขอให้ชาวนครฯทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีแต่ความสุขความเจริญ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีความเจริญก้าวหน้า" นายกฯ กล่าว และจากนั้นได้เดินทางทักทายประชาชน

          ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตร กล่าวเป็นภาษาใต้ว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของนครศรีธรรมราช วันสำคัญของคนภาคใต้ และคนไทย เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางมาร่วมพิธี พร้อมประกาศสนับสนุนให้พระบรมธาตุขึ้นเป็นมรดกโลก วันนี้ถือเป็นวันดี เนื่องจากตอนทำพิธีขณะที่นายกฯกำลังทำพิธีฝนได้ตกลงมาปรอยๆ และทำให้ผ้าชุ่มน้ำ และเมื่อลั่นฆ้อง 3 ครั้งเสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก แต่เมื่อขึ้นไปบูชาผ้าเดินวนหนึ่งรอบฝนก็หยุดแดดก็ออกมาทันที ซึ่งถือเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจมาก 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเดินทางมาของนายกฯ และคณะในวันนี้ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คน สวมเสื้อยืดสีแดงมายืนให้กำลังใจนายกฯใกล้บริเวณจุดทำพิธี โดยอ้างชื่อว่าเป็นกลุ่มรักประชาธิปไตย 14 จังหวัด พร้อมทั้งชูป้าย โดยมีข้อความระบุว่า 

          "วันนี้...พวกเราคนสงขลาและชาวใต้ตาสว่างแล้ว" "นโยบายรับจำนำข้าว หรอยหรอย" "นโยบายปราบยาเสพติด ชาติ...ได้แรงอก (แปลว่าสะใจ)" "นายกปู เก่งจังหู" "พวกเราชาวใต้ประทับใจรัฐบาลคิดแล้วทำ" 

          ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มประชาชนที่ใช้ชื่อว่า "เราชาวคอนไม่เอามรดกโลก" มาชุมนุมคัดค้านการขึ้นทะเบียนพระบรมธาตุเป็นมรดกโลกมาชุมนุมคัดค้านอยู่บริเวณทางเข้าวัดด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาในงานได้ ซึ่งทำให้กลุ่มดังกล่าวไม่สามารถยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกฯได้

          จากนั้นในเวลา 11.20 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางโดยขบวนรถออกจากวัดพระมหาธาติฯไปยังร้านอาหารเขาพลายดำ รีสอร์ท อ.สิชล เพื่อร่วมรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชน และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวของ จ.นครศรีธรรมราช ตามโครงการ "นครศรี ดี๊ดี" โดยระหว่างทางได้แวะตลาดท่าแพ ซื้อลูกชิ้นปิ้ง ข้าวโพดต้ม ถั่วต้ม โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นได้วิ่งมาขอถ่ายรูปคู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ถือโอกาสช่วยขายลูกชิ้นให้เด็กที่มายืนรอซื้อด้วย

          และเมื่อนายกฯ มาถึงร้านอาหารเขาพลายดำก็มีประชาชนและข้าราชการมารอต้อนรับจำนวนมากเช่นกัน โดยนายกฯได้ขึ้นเวที กล่าว ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นมาก พร้อมกับแนะนำรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วย รวมทั้งนายณัฐวุฒิ อย่างไรก็ตามตนมาด้วยภารกิจประชุมครม.สัญจรจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่ครม.จะดูว่ามีโครงการอะไรที่จะช่วยกันสร้างความเจริญร่วมกันให้ประชาชน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และความเป็นอยู่ของประชาชน ขอบคุณทุกฝ่ายที่จัดงานในวันนี้ ให้ ทำให้ตนอดไม่ได้อยากจะเดินนานๆ อยากดูของแต่ก็ต้องทำใจ

          "ขอบคุณที่มาต้อนรับอบอุ่น อยากเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพี่น้องแบบนี้ตลอดไป และท้ายนี้ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพขอให้มีความสุขความเจริญอายุมั่นขวัญยืนอยู่รอดปลอดภัยมีความสุขความเจริญตลอดไป"

          จากนั้นนายกฯ ทำการปล่อยเต่าทะเลจำนวน 32 ตัว ลงสู่ทะเล โดยแบ่งเป็นเต่าตัวเล็ก 30 ตัว และตัวใหญ่ 2 ตัว

 

นั่งฮ.ลุยภารกิจกลางเมืองสุราษฎร์ ดูโครงการปรับปรุงบึงขุนทะเล

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ออกเดินทาง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฮลิคอปเตอร์ มายังโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวกลางเมืองสุราษฎร์ธานี หรือโครงการบึงขุนทะเล โดยมีนายธีรจิต วังมุทิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี และนายกุมพล พฤติพฤติ หัวหน้ากลุ่มงานสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยประชาชน มาให้การต้อนรับ  

          ทั้งนี้บึงขุนทะเล เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 1,271 ไร่ ห่างจากตัวเมือง 7 กม. จะมีการพัฒนาปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่สำคัญ ซึ่งใช้เป็นแก้มลิงของเมือง รองรับน้ำที่ระบายลงสู่คลองต่างๆ ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย โดยจะมีการขอเพิ่มงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ 180 ล้านบาท เพื่อสร้างถนน และสะพานรอบบึงขุนทะเล

          โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้ขอผู้ที่ดำเนินโครงดังกล่าว ขุดลอกพื้นที่ให้ลึกมากขึ้น เพื่อเพิ่มความจุในการเก็บกักน้ำ และพัฒนาเป็นแหล่งรองรับน้ำ เพื่อใช้ในการป้องกันน้ำท่วม ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ พร้อมกันนี้นายกฯ ได้กล่าวทักทายกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง รับดอกกุหลาบแดงที่ประชาชนมอบให้ และร่วมถ่ายรูปคู่กันอย่างใกล้ชิด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้แวะรับประทานกาแฟที่ร้านขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีท่ามกลางรักษาปลอดภัยเข้มงวด และการต้อนรับของประชาชนอย่างอบอุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสนใจทะเบียนรถ "มข3636" ที่นายกรัฐมนตรีใช้เป็นพิเศษ