ข่าว

พท.ยันแม้วไม่ล็อกสเปก หน.พรรค

พท.ยันแม้วไม่ล็อกสเปก หน.พรรค

21 ต.ค. 2555

"พร้อมพงศ์" เผยพรรคจ่อถกประชุมใหญ่วิสามัญสรรหาหัวหน้าใหม่ ยัน "แม้ว" ไม่ล็อกสเปก ชี้ ประชุมครม.สัญจรเกาะสมุย เป็นการโปรโมทท่องเที่ยวอ่าวไทย ระบุ รบ.ขายข้าวแบบจีทูจี ไม่ขัดรธน.ม.190 จี้ "ดุษฎี" แจงหลักฐานทุจริตงบน้ำท่วม บี้ กห.จัดการปม "อภิสิทธิ์" หนีทหาร

          วันที่ 21 ต.ค.55  เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคจะมีการประชุมวันที่ 23 ต.ค.นี้ เพื่อหารือเตรียมประชุมวิสามัญ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้ปรากฎข่าวมีบุคคลถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคหลายคน ตนขอยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปกจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และแกนนำพรรค อีกทั้งยังมีการปล่อยข่าวผ่านโซเซียลมีเดียว่าการเลือกกรรมการบริหารพรรควันที่ 30 ต.ค.สอดคล้องกับที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาฮ่องกงและน่าจะอยู่เบื้องหลังนั้น ขอปฏิเสธไม่เป็นความจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยสั่งการชี้นำการเลือกกรรมการบริหารมาจากที่ประชุมใหญ่จาก ส.ส. 264 คน รัฐมนตรี ตัวแทนจากสาขาพรรคทั่วประเทศ มีองค์ประชุมประมาณ 319 แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 200คน ฉะนั้นจะไม่มีการชี้นำ โปร่งใสตาเจตนารมณ์ของพรรค ตามหลักการระบอบประชาธิปไตย




โฆษกพท.ชี้ ครม.สัญจรเกาะสมุย เป็นการโปรโมทท่องเที่ยวอ่าวไทย
          นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า นายกฯให้ความสำคัญกับภาคใต้โดยประชุมครม.สัญจรที่เกาะสมุย ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้  ซึ่งครั้งแรกที่กลุ่มอันดามันได้รับการต้อนรับจากพี่น้องชาวใต้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เชื่อว่าการประชุมที่เกาะสมุยจะเป็นประโยชน์กับชาวใต้  ถือเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวให้กลุ่มจังหวัดอ่าวไทยด้วย ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มองว่านายกฯนำ ครม.กระชับพื้นที่แย่งฐานนั้นไม่จริง เป็นการมองโลกในแง่ร้าย "พูดแบบมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ เป็นไอ้เข้ขวางคลอง" ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล 2 ปี 8 เดือน ภาคใต้ได้งบน้อยและไม่เคยประชุม ครม.สัญจรที่ภาคใต้เลย ยืนยันว่าการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ไม่มีการเมืองมีแต่การบริหารบ้านเมืองเท่านั้น




ชี้รัฐบาลขายข้าวแบบจีทูจี ไม่ขัด รธน.ม.190
          รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ ส.ว. 67คน ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีที่รัฐบาลให้สัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ถือเป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190(2) หรือไม่ ว่า เรื่องนี้มีนัยยะทางการเมือง พรรคเพื่อไทยติดตามขายข้าวจีทูจีมาตลอด ก็ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลได้ปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และกฤษฎีกาก็มองว่าไม่ขัดกับมาตรา 190 ดังนั้น เชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ส.ว.67 คน ก็เป็นหน้าเดิม อยากให้บริสุทธิ์ใจ อย่าให้การเมืองมาส่งผลกระทบต่อชาวนาที่ได้ประโยชน์จากจำนำข้าว ที่สำคัญการจำนำข้าวก็ไม่ต่างกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยดำเนินนโยบายประกันราคาข้าว นอกจากนี้การลงพื้นที่ของพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ตรวจโกดังข้าวก็ไม่พบการทุจริต ดังนั้นหากฝ่ายค้านมีหลักฐาน ข้อมูลหนักแน่น ก็อภิปรายไม่ไว้วางใจได้เลย เชื่อว่านายกฯและรมต.ที่เกี่ยวข้องพร้อมชี้แจงทุกประเด็น




จี้ "ดุษฎี" แจงหลักฐานทุจริตงบน้ำท่วม
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พูดถึงการทุจริตงบประมาณน้ำท่วม 40-50 เปอร์เซ็นต์ ใน 9 จังหวัด ว่า น่าจะเป็นการตัดแปะข่าว เพราะอ้างคำให้สัมภาษณ์ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ซึ่งตนไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่อยากให้ทำอย่างจริงจัง หากมีข้อมูลหลักฐานตามที่กล่าวอ้างจริงก็ขอให้ชี้แจงมา แต่จากที่ตนตรวจสอบพบว่าไม่มีหลักฐานการทุจริตแต่อย่างใด รวมถึงจาการตรวจสอบกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ก็ไม่พบรายละเอียดด้วย จึงอยากให้ พ.ต.อ.ดุษฎี มอบหลักฐานแก่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปปช.) หรือองค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน รวมทั้งฝ่ายค้านต้องทำการบ้านอย่ากุข่าวไปก่อนด้วย




"พร้อมพงศ์" บี้ กลาโหมจัดการปม "อภิสิทธิ์" หนีทหาร
          นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบรัฐบาล แต่กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ยังมีเรื่องของภาพลักษณ์ ก่อนที่จะถูกแนบชื่อคนที่เป็นจะนายกฯคนต่อไป หากนายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกฯ เพราะกระทรวงกลาโหมได้ออกมาระบุว่าได้ตรวจสอบเข้ารับราชการและการแต่งตั้งยศทหารของนายอภิสิทธิ์ ได้ข้อยุติว่ามีเอกสารที่ไม่ตรงกับความจริงและเอกสารไม่ถูกต้องในการบรรจุการแต่งตั้งยศ ดังนั้นข้อสรุปดังกล่าวทำให้นายอภิสิทธิ์ขาดจากการเกณฑ์ทหาร และกระทรวงกลาโหมต้องดำเนินการอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามหากนายอภิสิทธิ์จะอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเห็นว่าเป็นารไม่สมควร อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรม พร้อมยื่นตรวจสอบจริยธรรมต่อองค์กรอิสระ อย่างไรก็ตามตนจะทำให้หนังสือไปยังพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด