ข่าว

ที่นี่บัวแก้ว:(ยกร่าง)Twitter

ที่นี่บัวแก้ว:(ยกร่าง)Twitter

22 ต.ค. 2555

คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : (ยกร่าง) Twitter : โดย...นันทิดา

                 ยกให้เป็นอุทาหรณ์ กรณีสังคมโลกออนไลน์ในกัมพูชาโจมตี “ฐปณีย์ เอียดศรีไชย” ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างรายงานข่าวพระราชพิธีรับพระศพสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชาซึ่งเชิญจากกรุงปักกิ่งไปประดิษฐานที่พระราชวังเขมรินทร์ ในกรุงพนมเปญ เหตุการณ์นี้นับเป็นความโชคดีที่ผู้บริหารช่อง 3 รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและอย่างทันท่วงที เพื่อชี้แจงให้ทางการกัมพูชาได้ทราบถึงข้อเท็จจริง จนสามารถลดกระแสและบรรยากาศตึงเครียดระดับที่ไม่ให้เกิดการลุกลามบานปลาย กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เหมือนอย่างที่ได้เคยมีข่าวลือ กล่าวหา ดาราสาว “กบ" สุวนันท์ คงยิ่ง” อ้างว่าปราสาทพระวิหารเป็นของคนไทย จนทำให้คนกัมพูชาบุกเผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เมื่อปี 2546

                 ยุคอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมข้อมูลข่าวสารทั่วโลกเข้าหากัน ถ้ามองในแง่ดี ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่าย และสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วฉับไว แต่ข้อเสียก็มีมากมาย โดยเฉพาะข่าวลือที่ยังไม่ได้ถูกกลั่นกรอง ยิ่งในสถานการณ์ที่อ่อนไหวและง่ายต่อปลุกปั่นกระแส ล้วนมีความเสี่ยงให้เกิดเหตุการณ์บานปลายเหมือนไฟลามทุ่ง ยากที่จะควบคุมทิศทาง จากประเด็นส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

                 แต่แปลกอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเรื่องแปลก ทั้งๆ ที่ตระหนักในคุณและโทษของการใช้โซเชียลมีเดีย แต่บางหน่วยงานของไทยเองก็ใช้สื่อทั้งเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ไปในทางแปลกไปอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งสื่อเหล่านี้เน้นความรวดเร็วฉบับไว และบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นสดใหม่ ในช่วงเวลานั้นๆ แต่อย่างที่เห็นและเกิดขึ้นเป็นประจำ กระทรวงการต่างประเทศ มักทวิตแถลงการณ์ของประเทศ หลังจากแถลงการณ์ฉบับนั้นออกไปแล้วเสมอ 

                 ในข้อเท็จจริง ทวิตเตอร์ใช้บอกเรื่องราวโดยย่อที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นถึงความไม่ประสา และใช้โซเชียลมีเดียที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ของความรวดเร็ว วินาทีนี้ จะเห็นว่า ในสมรภูมิข่าวมีการแข่งขันกันสูง จะเป็นเรื่องดีหากจะใช้สื่อให้เป็นประโยชน์และส่งเสริมการทำงาน 

                 ยกตัวอย่างกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และทำเนียบขาว มีทีมงานสำหรับทวิตข้อความบอกเล่าภารกิจหรือวลีเด็ดๆ ของนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศและนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดี ที่พร้อมจะสื่อไปถึงประชาชนได้ทันที 

                 อีกตัวอย่างหนึ่ง การที่กัมพูชาจัดตั้งกองการข่าวและตอบโต้เร็ว ซึ่งสังกัดกระทรวงข่าวสาร สำนักนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่มีการให้ข่าวอย่างมีเอกภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล เดิมกองการข่าวและตอบโต้เร็วของกัมพูชา มุ่งเน้นประเด็นปราสาทพระวิหารเป็นหลัก แต่ระยะหลังดูเหมือนจะครอบคลุมภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ด้วย โดยทำหน้าที่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในทุกสื่อ รวมถึงโซเชียลมีเดีย พร้อมกับตรวจสอบเรื่องราว และแสดงท่าทีตอบกลับรับกับความสนใจในข่าวเรื่องนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้กัมพูชาไม่เคยตกกระแส และยังฉวยวิกฤติให้เป็นโอกาสมาได้เสมอ

                 เมื่อได้เห็นการทำงานด้านข่าวเชิงรุกของประเทศอื่นๆ แล้วกลับมามองประเทศไทย ที่ยังมีการข่าวช้าไม่ทันการ เนื่องจากหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ยังติดกับแบบแผนปฏิบัติตามระเบียบราชการ ซึ่งการออกข่าวใดๆ ต้องมีการเรียนเสนอตามลำดับขั้นตอน แม้แต่การทวิตเตอร์ที่ใช้อักษรไม่เกิน 140 คำ จะต้องมีการยกร่างข้อความทวิตเตอร์เรียนเสนอผู้ใหญ่ ก่อนจะทวิตข้อความออกไป ที่ใช้เวลากินเป็นวันๆ งานนี้ เทคโนโลยีที่เร็วกว่าแสงต้องพ่ายแพ้ให้แก่ระเบียบราชการ ที่ไม่ได้ช่วยให้เกิดความรวดเร็วฉับไว แถมทำให้เทคโนโลยีช้ากว่าหอยทากเสียอีก 

                 ข้ออ่อนด้อยของไทยอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่มีหน่วยงานหลักที่ความรับผิดชอบแสดงท่าทีตอบกลับในนามประเทศไทย และมีการให้ข่าวอย่างเอกภาพ เมื่อเกิดประเด็นที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ จะเห็นว่า กระทรวงการต่างประเทศก็ยังคงรับผิดชอบ ในฐานะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่เป็นโฆษกด้านต่างประเทศให้แก่รัฐบาล 

                 ในเมื่อเรามีโครงสร้างที่ยังยึดติดกับแบบแผนระเบียบปฏิบัติของราชการ การทำงานในศตวรรษ 21 จึงเป็นลักษณะตั้งรับ มากกว่าเชิงรุกอยู่ดี คงถึงเวลาแล้ว ที่กระทรวงการต่างประเทศจะปฏิวัติตัวเอง และปลดแอกจากระบบราชการเสียที

 

 

--------------------

(คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : (ยกร่าง) Twitter : โดย...นันทิดา)