ข่าว

ป.ป.ช.เผยไม่มีอำนาจชะลอ3จี

ป.ป.ช.เผยไม่มีอำนาจชะลอ3จี

21 ต.ค. 2555

ป.ป.ช.เผยไม่มีอำนาจยับยั้งหรือชะลอประมูล 3 จี ขณะที่ กสทช.โอดสังคมประณามทั้งที่ทำถูกต้อง ประกาศเดิมพันด้วยชีวิตหากฮั้วประมูล 3จี พร้อมติดคุก

             แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์โจมตีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) อย่างหนัก ถึงการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3จี ส่อไปในทางไม่โปร่งใส และมีการกระทำที่ส่อว่าจะขัดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ส่งผลให้รัฐสูญเสียประโยชน์กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา

              เรื่องนี้นายวิชัย วิวิตเสวี ป.ป.ช.เปิดเผยว่า อำนาจของป.ป.ช.ในการตรวจสอบว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าเข้าข่ายขัดพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) หรือไม่มีเพียงเฉพาะการวินิจฉัยว่ากสทช.ได้กระทำความผิดทางอาญาฐานทุจริตต่อหน้าหรือไม่เท่านั้น ไม่มีอำนาจวินิจฉัยเพื่อยับยั้งหรือชะลอการประมูลดังกล่าวแต่อย่างใด
          
              นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการเพื่อให้ล้มเลิกการประมูลที่เกิดขึ้นไปแล้วเป็นอำนาจของศาลปกครอง เนื่องจากมติของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)ที่ได้รับรองการประมูลไปถือว่าสัญญาหรือนิติกรรมทางปกครอง ซึ่งอยู่ในข่ายอำนาจวินิจฉัยของศาลปกครองแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องไปยังศาลปกครองได้
          
              “ที่สำคัญต้องดูว่าหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฎชัดว่ากสทช.ในฐานะผู้จัดการประมูลไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลตามกฎหมายป.ป.ช.ก็ดำเนินการอะไรกับบริษัทเอกชนทั้ง 3 รายไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานสอบสวน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน”นายวิชัย กล่าว


ป.ป.ช.จ่อถกปมประมูล3จีพฤหัสนี้


              นายกล้านรงค์ จันทิก ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ส่งหนังสือคัดค้านการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ให้ประธานป.ป.ช.ตรวจสอบการว่าเข้าข่ายขัดพ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่ว่า คาดว่าเรื่องน่าจะอยู่ในชั้นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคงมีการแจ้งให้ที่ประชุมป.ป.ช.ทราบในวันที่ 25 ตุลาคมนี้
   
              "หากเจ้าหน้าที่สรุปเรื่องทันก็จะรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทราบ แต่หากสรุปเรื่องไม่ทันก็คงนำหนังสือที่กระทรวงการคลังยื่นมาแจ้งต่อที่ประชุมป.ป.ช. ซึ่งที่ประชุมป.ป.ช.จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ยังตอบไม่ได้ว่าจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนหรือไม่ ต้องรอให้เห็นรายละเอียดก่อน" นายกล้านรงค์ ระบุ


กสทช.โอดสังคมประณามทั้งที่ทำถูกต้อง

              พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. และประธานกทค. ประกาศเดิมพันด้วยชีวิตว่า การดำเนินการที่ผ่านมาถูกต้องโปร่งใสทุกประการ หากผิดถึงขั้นเข้าคุกก็ว่ากันไป หากบอกว่าเราผิดเราก็พร้อมจะยอมรับ
   
              "การประมูลที่เกิดขึ้นทำดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นหากจะมีใครฟ้องก็พร้อมจะยอมรับ และอยากให้มีการตรวจสอบให้ถึงที่สุด เพราะอยากรู้เช่นกันว่า ที่สุดแล้วคนไทยต้องการอะไร เพราะที่ผ่านมาก่อนการประกาศเกณฑ์ประมูลไม่ได้มีเรื่องของความรู้สึกหรือเทคนิค ได้มีการตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างเข้มข้นและชัดเจนว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วแน่ และจะเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งศาลหรืออื่นใดให้ยกเลิก" พ.อ.เศรษฐพงค์ ยืนยัน
   
              รองประธานกสทช.กล่าวอีกว่า หากพิจารณาตามข้อกฎหมายค่อนข้างชัดเจนในเจตนารมณ์ว่า กสทช.มีเจตนาต้องการให้เกิดการแข่งขัน และทำให้เกิด 3จี ให้ได้ เพราะไม่ได้ออกหลักเกณฑ์เพื่อเอื้อบริษัทใด และพยายามเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามาทั้งหมด ซึ่งผู้ที่ให้บริการในไทยมีทั้งหมด 13 ราย ที่มารับซอง พบว่าเกือบ 10 รายมีปัญหาทางเทคนิค ธนาคารไม่รับรองสินเชื่อ ทำให้เหลือเพียงแค่ 3 รายเท่านั้น การกำหนดราคาขั้นต่ำที่ 4,500 ล้านบาท มีเจตนาเพื่อให้เกิดการแข่งขัน เพราะหากกำหนดราคา 6,400 ล้านบาท อย่างที่หลายฝ่ายเสนอมานั้น จะทำให้มีผู้สามารถเข้ามาแข่งขันได้เพียงแค่ 2 รายเท่านั้น เมื่อปรับลงมาเข้าก็ร่วมประมูลได้เพียง 3 รายเท่านั้น ทำให้รายอื่นๆ ตกไปด้วย


จ่อคุมราคาคืนประโยชน์ให้สังคม
   
              "ผมคิดว่าอาจจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าออกมาแบบไหน หากผมกำหนดราคา 6,400 ล้านบาท ตามข้อเสนอแล้วเหลือผู้เข้าร่วมประมูลเพียงแค่ 2 ราย ก็ถูกด่าอีก ขนาดกำหนดราคาต่ำยังมีผู้เข้าประมูลได้แค่ 3 ราย ผมคิดว่าศาลหรือหน่วยงานทางกฎหมายคงไม่มองว่า การประมูลเคาะราคาเท่าไร แต่จะดูที่เงื่อนไขกฎเกณฑ์ในการประมูลว่าเปิดให้แข่งขันหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่มีปัญหาในทางกฎหมาย ส่วนบริษัทจะไปตกลงกันเองหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เงื่อนไขการเปิดประมูลเรามั่นใจว่าทำถูกต้องที่สุดแล้ว แต่ผมอยากให้ทุกคนฟังเหตุผลและอย่าใช้ความรู้สึกกันมากนัก" พ.อ.เศรษฐพงค์ ชี้แจง
   
              พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากฎเกณฑ์ราคาที่เหมาะสมในการให้บริการ 3จี ว่าควรจะกำหนดราคาเท่าไร จะกำหนดอัตราออกมาอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากที่สุด และจะได้ยืนยันว่า การที่หลายบอกกันว่าประเทศสูญเสีย 1.6 หมื่นล้าน ทั้งหมดจะกลับไปยังผู้บริโภค ซึ่งทั้ง 3 ค่ายมือถือจะต้องดำเนินกิจการเพื่อสังคม หรือ ซีเอสอาร์ อย่างไรบ้าง เพื่อคืนสิ่งที่หลายคนบอกว่าสังคมสูญเสียกลับไป นอกจากกำหนดในใบอนุญาตแล้วจะออกประกาศของ กสทช.สำทับอีกครั้ง
   
              "วันจันทร์นี้เราคงจะหารือในการกำหนดเกณฑ์ค่าบริการ ในเงื่อนไขใบอนุญาตจะระบุท้ายใบอนุญาตให้ชัดเจนเลย หลังจากนั้นจะเรียกเอกชนทั้ง 3 รายเข้ามาชี้แจงว่ารับได้กับเงื่อนไขหรือไม่ เพราะหากรับได้เราจะออกใบอนุญาตดำเนินกิจการให้ ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ออกใบอนุญาตให้ "พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวและว่า

              "ตอนนี้กระแสสังคมแรงมาก และเห็นว่าผมเป็นคนเลวไปแล้ว ซึ่งยังไงก็ตามผมก็จะพยายามทำให้ 3จี เกิดขึ้นให้ได้ ผมเดิมพันมาด้วยชีวิตของผม"


"สุทธิพล" ท้อใจถูกด่าโดนซื้อตัว
   

              นายสุทธิพล ทวีชัยการ 1 ใน 4 คณะกรรมการ กทค.ที่ลงมติรับรองผลการประมูล 3จี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา กล่าวว่า ได้ข่าวว่ามีการปล่อยข่าวว่า กสทช. 9 คน (ยกเว้น น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ และ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา) ที่เห็นชอบกรอบกติกาการประมูล 3จี ถูกซื้อตัว โดยมีหลายคนโทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งได้ยืนยันไปว่าไม่เป็นความจริง สิ่งที่เราตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ แต่ผลที่ได้กลับเป็นโดนด่า ถูกกล่าวหาว่าถูกซื้อตัว
   
              "ผมเป็นตุลาการมา 10 กว่าปี ได้รับทุนอานันทมหิดล เคยเป็นเลขาฯ กกต. ผมคงเส้นคงวา ระยะเวลาเพียง 1 ปีที่นี่ไม่สามารถเปลี่ยนผมได้ ผมยังมีอนาคต มีครอบครัวต้องดูแล ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ผมจะต้องทุจริต หรือถูกซื้อ ฐานะของผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ขอความยุติธรรมแก่ผมด้วย ผมรู้อยู่แก่ใจ ถ้าผมทำชั่วผมย่อมละอายใจ" นายสุทธิพล กล่าว
   
              กรรมการ กทค.คนนี้กล่าวด้วยว่า กระแสขณะนี้คงไม่สามารถล้มการประมูลได้ หากใครสงสัยก็สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการ แต่ยืนยันได้ว่า พวกตนดำเนินการไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และแม้สุดท้ายจะมีการตัดสินออกมาว่า กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ 
   
              นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.โพสต์ข้อความในทวิทเตอร์ส่วนตัว (@TakornNBTC) ว่า "วันนี้ กสทช. ได้คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติแล้ว โดยนำรายได้ที่เกิดจากการประมูล 44,538.75 ล้านบาท นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินและในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน โดยจะประกาศลดอัตราค่าบริการทั้งระบบเสียงและข้อมูลลงอย่างแน่นอน อย่างน้อย 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน "