
"อภิสิทธิ์"เร่งกู้ภาพลักษณ์ประเทศบทเวทีโลก
"นายกฯอภิสิทธิ์ " รับปัญหาภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศบทเวทีโลก จี้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์กู้ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศกลับมาให้ได้
ที่รร.ดุสิตธานี เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 25 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง "มุมมองด้านการต่างประเทศ ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน" ในการสัมมนา "เรื่องบทบาทของประเทศไทย ในเวทีโลก มุมมองด้านการต่างประเทศ " ได้กล่าวตอนหนึ่ง ว่า บทบาทของงานด้านการต่างประเทศ ปฎิเสธไม่ได้ว่านับวันจะสำคัญมากยิ่งขึ้น ถ้ามองย้อนกลับไป 5 - 20 ปี จะเห็นว่าความสำคัญในเรื่องนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกระแสและมีแนวโน้มที่มีความสำคัญ และตอนนี้กระแสเรื่องชาตินิยมก็มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ความเชื่อในเรื่องที่ว่าโลกาภิวัฒน์จะทำให้เกิดสันติภาพในโลกขึ้นนั้นไม่เป็นความจริง เพราะได้เกิดความเลื่อมล้ำความขัดแย้งเกิดขึ้น และการต่อต้านต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เราจะต้องย้อนดูผลกระทบที่ส่งผลต่อประเทศของเราด้วย ความจริง คือ สังคมใดก็ตามไม่มีใครสามารถฝืนเทคโนโลยีที่เข้ามาได้
"ผมมารับหน้าที่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก และประเทศไทยมีปัญหาภายในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้วันนี้ก็แยกไม่ออกระหว่างเรื่องภายในกับต่างประเทศ เราไม่สามารถพูดได้ว่าเรื่องปัญหาการเมืองภายในของเรา ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่เกี่ยวอะไรกับต่างประเทศ เพราะต่างประเทศก็ไม่รู้ข้อเท็จจริง จะรู้ข้อมูลที่มาจากข่าว และเป็นธรรมดาที่คนจะจำข่าวร้ายได้มากกว่าข่าวดี ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมที่จะต้องพยายามแก้ไข และจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ กับต่างประเทศอย่างมาก"นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าเป็นภาระที่หนักในภาวะการเมืองเช่นนี้ ซึ่งผมก็พยายามหาความพอดี เพราะคนส่วนใหญ่จะบอกว่าเมื่อมีปัญหาการเมืองภายใน และวิกฤตเศรษฐกิจก็ไม่ควรจะเดินทางไปต่างประเทศมากนัก อีกทั้งการประชุมอาเซียนที่พัทยา ที่ต้องเลื่อนออกไปก็ส่งผลกระทบแรง เพราะต่างประเทศหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก แต่ก็ยังดีเมื่อเราไปชี้แจงทำความเข้าใจ แล้วก็จะมีการคำถามตลอดว่าแล้วต่อไปจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นอีกหรือไม่ เราก็จะต้องชี้แจงว่ารัฐบาลก็ไม่คาดหวังว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างเดือนเมษายนขึ้นอีก เพราะตนเชื่อว่าตบมือข้างเดียวอย่างไรก็ไม่ดัง แต่เหตุการเดือนเมษยนก็ชัดเจนว่าแม้ว่าเราไม่ต้องการขัดแย้งกับเขา แต่เขาก็ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งตนไม่อยากพูดว่า เป็นผู้ชุมนุม หรือแกนนำทั้งหมด เพราะความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากคนกลุ่มเดียวเท่านั้น และตอนนี้ต่างประเทศก็จับตาเรื่องความก้าวหน้ากระบวนการสร้างความสมานฉันท์ตลอด ซึ่งถ้ากระบวนการนี้ไม่ได้ผลก็ต้องหาทางออกอื่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้ประเทศไทยกลับคืนมาให้ได้
ขณะที่เราต้องแก้ปัญหาภายในให้เวทีโลกยอมรับ บทบาทเวทีโลกของเราก็จะลดลงไม่ได้ โดยเราจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดย 5 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำงานด้านต่างประเทศอย่างเต็มที่ และต้องกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน และอาเซียนโดยรวมด้วย ซึ่งน่ายินดีก็อย่างน้อยประเทศมาเลยเซีย และลาว ที่มีประมุขของทั้งสองประเทศ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาลักษณ์ที่ดีมาก แต่เรื่องเพื่อนบ้านยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก ทั้งเรื่องปราสาทพระวิหาร ที่ยังเป็นปมปัญหาอยู่ ซึ่งตนและสมเด็จฮุนเซนได้กำหนดแนวทางดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หรือเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือด้านอื่นๆ
นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรณีประเทศพม่า เราจะต้องรักษาจุดยืนของเราตามกฎบัตรใหม่ของอาเซียน บนพื้นฐานความเป็นมิตรที่ดีของเพื่อนบ้าน และมีความห่วงใยต่อพม่า เมื่อต้องเผชิญกับการวิกฤตกดดันจากเวทีโลก ส่วนเรื่องความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรายืนยันว่าเป็นปัญหาภายในของเรา โดยเราจะมุ่งเรื่องการพัฒนาเป็นหลัก เพื่อให้ได้ใจคนในพื้นที่ และเป็นคำตอบที่หยั่งยืน และมิตรประเทศเกิดความสบายใจ ส่วนที่มีการพูดเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน จุดยืนของรัฐบาลชุดนี้จะต้องมีการสอบสวนอย่างจริงจัง และลงโทษถ้าพบว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ส่วนปัญหาเรื่องโรญิงยาที่มีการกล่าวไทย ตนก็ต้องจริงจังกลับข้อกล่าว และมาหาคำตอบเพื่อชี้แจง และแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของภูมิภาค ซึ่งมี 5 - 6 ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนข้อกล่าวหาต่างๆ ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องเปิดเผยผลการสอบสวนออกไป
นายกฯ ยังกล่าวถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่า กฎหมายมาตรานี้มีความเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศโดยตรง ซึ่งเจตนารมณ์ของมาตรานี้ถือว่าดีมาก จริงๆ แล้วหลักการเรื่องนี้น่าสนับสนุนมาก แต่ปัญหาคือสังคมเรามักเกิดข้อถกเถียง และเกิดคำถามว่าประเด็นใด ที่จะเข้ามาตรา 190 บ้าง จึงเป็นปัญหาในการปฎิบัติ ซึ่งขณะนี้กำลังแสวงหาความพอดี ระหว่างที่ยังไม่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ตอนนี้ต่างประเทศรู้ข่าวแค่ว่าเราจะประชุมอาเซียนที่พัทยาไม่สำเร็จ แต่ข้อเท็จริง คือ หลังจากนั้นเราสามารถจะการประชุมระดับนานาชาติได้หลายครั้ง ดังนั้นเราจึงต้องใช้จุดนี้ไปประชาสัมพันธ์ให้เวทีโลกได้รับรู้ โดยทุกคนจะต้องช่วยกันทำหน้าที่ จะไปแยกว่าเป็นงานของกระทรวงหนึ่งไม่ได้



