
'เชลซี'พลิกแซง4-2ยำสเปอร์สถึงถิ่น
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเหนียวแน่นเร่งท้ายเกมบุกชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 4-2 ในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ต.ค.
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอน กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูง โดยเกมนี้เจ้าถิ่นขาดตัวหลักทั้ง แกเร็ธ เบล และมุสซา เดมเบเล
เริ่มเกมได้ 18 นาที เชลซี ที่ครองบอลมากกว่าได้ประตูออกนำก่อนเมื่อ วิลเลียม กัลลาส โหม่งสกัดบอลมาหน้าเขตโทษตัวเอง แกรี เคฮิลล์ วิ่งเข้ายิงเต็มเท้าเป็น 1-0 จากนั้นแม้ว่า สเปอร์ส จะเดินเกมรุกจนได้ลุ้นบ้าง แต่ เชลซี ก็เล่นเกมโต้กลับได้ดี และมีโอกาสได้ประตูเพิ่มเช่นกัน แต่ยังยิงกันเพิ่มไม่ได้จบครึ่งแรกทีมเยือนนำ 1-0
เข้าครึ่งหลัง สเปอร์ส กลับมาอย่างคึกคัก เล่นได้ไม่ถึง 2 นาทีก็ตามตีเสมอได้ ทอม ฮัดเดอร์สตัน เปิดบอลจากทางขวาไปเสาไกล แยน แฟร์ทองเกน ตบบอลกลับมาหน้าประตู กัลลาส โหม่งโล่งๆ เป็น 1-1 ก่อนที่อีก 8 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นพลิกได้ประตูนำ แอรอน เลนนอน ลากบอลตัดมาหน้าเขตโทษก่อนแทงให้ เจอร์เมน เดโฟ ยิงตามน้ำเข้าไปเป็น 2-1
เชลซี ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาตั้งหลักได้ นาทีที่ 66 ตามตีเสมอได้ กัลลาส สกัดบอลจากการเปิดของ เอดอง ฮาซาร์ด ไม่ดี มาเข้าทางให้ ฆวน มาตา ยิงจากนอกเขตโทษเป็น 2-1 และแค่ 4 นาทีต่อมา เชลซี พลิกนำอีกครั้งจากการทำชิ่งของ ฮาซาร์ด ให้ มาตา หลุดไปยิงผ่าน แบรด ฟรีเดล เป็น 3-2
ช่วงท้ายเกม สเปอร์ส พยายามเดินเกมรุก แต่ ปีเตอร์ เช็ก ก็ยังเซฟได้เยี่ยม และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ไคล์ วอร์คเกอร์ มาพลาดเสียบอลให้ มาตา หลุดไปทางซ้าย และผ่านไปหน้าประตูให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ตัวสำรองแปโล่งๆ จบเกม เชลซี ชนะไป 4-2 มี 22 แต้มจาก 8 นัดนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ขณะที่ สเปอร์ส ยังมี 14 แต้ม
ขณะที่คู่อื่น ๆ ฟูแล่ม 1-0 แอสตัน วิลล่า, ลิเวอร์พูล 1-0 เรดดิ้ง, แมนฯ ยูฯ 4-2 สโต๊ค , สวอนซี 2-1 วีแกน , เวสต์บรอม 1-2 แมนฯ ซิตี้ , เวสต์แฮม 4-1 เซาแธมป์ตัน
ด้านเกมวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ จะเปิดสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ รับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล เวลา 19.30 น. โดยเกมนี้เจ้าถิ่นของกุนซือ มาร์ติน โอนีล จะไม่มี ลี คัตเทอร์โมล กองกลางกัปตันทีมที่ติดโทษแบน นอกจากนี้เจ้าถิ่นยังมีปัญหาในเรื่องแนวรับที่จะไม่มี ฟิล บาร์ดสลีย์ แบ็กขวากับ เวส บราวน์ ที่ยังเจ็บ
ฝั่งนิวคาสเซิล ของ อลัน พาร์ดิว ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ ทิม ครูล นายทวารมือหนึ่งที่เจ็บไปตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน หลังจากที่อาการเจ็บศอกเริ่มดีขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่หากว่ายังลงไม่ได้ก็จะเป็น สตีฟ ฮาร์เปอร์ ที่ได้เฝ้าเสาแทน ขณะที่แนวรับก็มีโอกาสจะได้ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี กัปตันทีมฟิตกลับมาเช่นกัน แต่ยังคงไม่มี สตีเฟน เทย์เลอร์ ที่เจ็บหน้าแข้ง
ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่กองหน้าตัวเก่งอย่าง เดมบา บา กับ ปาปิส เดมบา ซิสเซ ลงเป็นคู่หัวหอกตัวจริง รวมทั้งแดนกลางยังคงมี ชีค ติโอเต ลงสนาม แม้ว่าทั้ง 3 คนจะเพิ่งกลับมาจากการลงเล่นให้ทีมชาติไอเวอรี โคสต์ ก็ตาม
ขณะที่เกมอีกคู่ในเวลา 22.00 น. "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จะเปิดสนามลอฟตัส โรด รับการมาเยือนของ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยเจ้าถิ่นจะไม่มี แซมบา ดิอาคิเต ที่ติดโทษแบน ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ของ เดวิด มอยส์ แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บ ตัวเจ็บที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแค่ ดาร์รอน กิบสัน กับ โทนี ฮิบเบิร์ต โดยทั้งคู่ต้องลุ้นทดสอบความฟิต ขณะที่แดนหน้ายังคงมี นิกิชา เยลาวิช ยืนเป็นตัวอันตราย



