ข่าว

ยังขลัง!นักกีฬาเจ็ตสกีขอ'อ.หนู'สักยันต์

ยังขลัง!นักกีฬาเจ็ตสกีขอ'อ.หนู'สักยันต์

20 ต.ค. 2555

สำนักสักยันต์ 'อ.หนู' ยังขลัง!นักกีฬาเจ็ตสกี ทีมชาติไทย ขอสักยันต์ ด้าน'เจ้าสำนัก' ระบุ การต่อสู้ทางคดีกับฝ่ายตรงข้าม อยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐาน ขณะที่'ดีเอสไอ'เผย ยังไม่สรุปคดี'เจ้าอาวาส'ฟ้อง'อ.หนู'ยักยอกเงินบริจาค สั่งตรวจข้อเท็จจริง พบข้อมูลไม่ตรงกัน เ

                     20 ต.ค.55 จากกรณีที่ พระใบฏีกาเทียนชัย (สุภัทโท) เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายสมพงษ์ กันภัย หรือ อาจารย์หนู กันภัย อาจารย์สักชื่อดัง โดยกล่าวหาว่า ยักยอกเงินบริจาคบูชาวัตถุมงคลกว่า 300 ล้าน ที่เป็นปัจจัยการก่อสร้างหลวงปู่ทวดองค์ยืนที่สูงที่สุดในประเทศไทย จนนายสมพงษ์ กันภัย ได้ออกมาแถลงข่าวตอบโต้และตั้งทนายความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักสักยันต์เลขที่ 95/5  ของอาจารย์หนู กันภัย ที่หมู่ 1 ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีผู้เลื่อมใสจำนวนมาก เดินทางมาที่สำนัก   รวมทั้ง นายนภดล ทรัพย์หมื่นแสน อายุ 32 ปี นักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทยและได้รองแชมป์โลกเจ๊ตสกีที่สหรัฐอเมริกาปีนี้

                     นายนภดล กล่าวว่า หลังจากเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ก็รีบมาสักยันต์กับอาจารย์หนูทันที่ เนื่องจากรู้สึกศรัทธาในตัวอาจารย์หนูมานานแล้ว สำหรับเรื่องข่าวที่ออกไปตามสื่อต่างๆนั้นตนเองไม่ขอออกความคิดเห็นเนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ แต่ว่าข่าวจะเป็นอย่างไรก็ตามตนเองก็ยังศรัทธาอยู่ เนื่องจากเพื่อนของตนเองก่อนหน้านี้ที่สักต์กับอาจารย์หนูต่างบอกว่าพอสักต์ไปแล้วมีความเจริญรุ่งเรืองด้านการงานอีกทั้งยังเคล้วคลาดจากภัยอันตรายอีกด้วย   และกำลังจะเพื่อนของตนเองทยอยตามมาสักยันต์กับอาจารย์หนูอีกจำนวนมาก

                     นายสมพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการตั้งทีมทนายความเพื่อดำเนินคดีกับพระใบฏีกาเทียนชัย (สุภัทโท) เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงในครั้งนี้ ขบวนการยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อบุคคลเหล่านั้นอยู่ ในส่วนของลูกศิษย์คนสนิทที่มีการกล่าวอ้างว่าตนเองได้ไล่ออกเนื่องจากไปทวงถามเรื่องเงินบริจาคแล้วตนเองเกิดความไม่พอใจนั้น ตนเองขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งเหตุผลที่ให้ลูกศิษย์ออกไปนั้นเนื่องจากลูกศิษย์ทำตัวไม่เหมาะสมไม่เกี่ยวกับวัดแม่ตะไคร้แต่อย่างใด ซึ่งตนก็อโหสิกรรมไม่คิดโกรธแค้นปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม

                     นายประดิษฐ์ สุวรรณน้อย อายุ 40 ปี ลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์หนู กล่าวว่า ตัวอาจารย์หนู มีความเมตตาต่อลูกศิษย์อยู่แล้วแต่ก็มีลูกศิษย์บางคนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เช่น อาจารย์หนูสั่งให้นำชิ้นส่วนหลวงปู่ทวดขึ้นไปที่วัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ แต่ตลอดทางที่นำชิ้นส่วนขึ้นไป   กลับขอเรี่ยไรเงินบริจาคจากประชาชนตลอดเส้นทางซึ่งมันไม่เหมาะสมและสร้างความเสื่อมเสียและเสียชื่อเสียงของอาจารย์หนูเป็นอย่างมาก ซึ่งเคยตักเตือนไปแล้วแต่ก็ยังไม่เชื่อฟังดังนั้นจึงได้มีการเชิญให้ออกจากสำนัก


"ดีเอสไอ"สั่งตรวจข้อเท็จจริงคดีเจ้าอาวาสฟ้อง "อาจารย์หนู" ยักยอกเงินบริจาค

                       นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพระใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาส วัดแม่ตะไคร้ ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบ นายสมพงษ์ กันภัย หรือ อาจารย์หนูกันภัย ฐานยักยอกเงินบริจาคบูชาวัตถุมงคล นำมาสร้างพระหลวงปู่ทวด มูลค่า 300 - 400 ล้านบาท เมื่อปี 2 ว่า ขณะนี้ ยังไม่มีข้อสรุป แต่ได้มอบหมายให้ สำนักคดีอาญาพิเศษ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นความขัดแย้ง ระหว่าง 2 ฝ่ายระหว่าง เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ และอาจารย์หนู กันภัย ซึ่งให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

                      อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะต้องเรียกทั้ง 2 ฝ่าย มาสอบปากคำอีกครั้ง รวมไปถึง ต้องเข้าไปตรวจสอบเงินบริจาคทั้งหมดว่า มีจำนวนเท่าใด และนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

 

....................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)