
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน:ฝากไว้ก่อนเถอะ!
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ฝากไว้ก่อนเถอะ! : ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ฝากไว้ก่อนเถอะ!
หงายหลังกันระนาวหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 3.00% เหลือ 2.75%
ที่บอกว่า ‘หงายหลัง’ ก็เพราะ ‘โพลล์’ ทุกสำนักฟันธงว่า การประชุมครั้งนี้ แบงก์ชาติคงจะยังไม่ทำอะไรกับ ‘ดอกเบี้ย’ แต่น่าจะขยับปรับเปลี่ยนในครั้งหน้า เรื่องของ ‘เหตุ’ แห่งการตัดสินใจ คงติดตามจากข่าวคราวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมากันแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ‘ผล’ ว่า หลังจากนี้แบงก์พาณิชย์จะขยับปรับเปลี่ยนดอกเบี้ยตามนโยบายกันหรือไม่ แค่ไหนและเมื่อไร
งานนี้ต้องบอกว่า ประเมินยาก เพราะแม้แบงก์ชาติจะตัดสินใจลดดอกเบี้ยแบบพลิกความคาดหมาย โดยเชื่อว่า ดอกเบี้ยที่ลดลงจะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2556 ได้ แต่แบงก์ชาติก็ระบุว่า การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่า อัตราดอกเบี้ยในประเทศจะเป็นทิศทาง “ขาลง” ด้วยเหตุนี้ แบงก์พาณิชย์จะผลีผลามปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ก็ดูจะไม่ใช่เรื่อง
ลูกหนี้เงินกู้ที่รอด้วยความหวังแบบเล็กๆ ว่า แบงก์จะลดดอกเบี้ยเงินกู้ ก็อาจจะต้องชะเง้อคอรอลุ้นไปเรื่อยๆ ส่วนลูกค้าเงินฝาก ต้องบอกว่า ยังพอมีหวัง เพราะช่วงนี้แต่ละแบงก์ยังต้องการระดมเงินฝาก ทำให้ต้องแข่งขันกันออกสารพัดแคมเปญ “ดูดเงิน” เพียงแต่จะฝากสั้นหรือฟิกซ์ยาว อันนี้ก็ต้องขึ้นกับฝีมือและการประเมินล้วนๆ
ถ้าเชื่อว่า การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง เหมือนที่แบงก์ชาติบอก ก็พอจะเลือกฝากแบบสั้นๆ ไปก่อนได้ แต่หากกลัวว่า จะโดนสับขาหลอก และคิดว่า โอกาสที่ดอกเบี้ยจะลงได้อีก ก็อาจจะต้องเลือกฝากแบบฟิกซ์กันยาวๆ
ลองนั่งรวบรวมดูแล้ว พบว่า แคมเปญเงินฝากที่เป็นแคมเปญพิเศษของแบงก์ต่างๆ ตอนนี้มีตั้งแต่ ฝากประจำ 6 เดือนไปถึงฝากประจำ 60 เดือน
เชื่อแบบไหน เลือกแบบนั้น เริ่มแบบสั้นสุดกับแคมเปญเงินฝากประจำ 6 เดือนของธนาคารธนชาต ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำโตไว 6 เดือน กำหนดอัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1-4 อยู่ที่ 3.00% ต่อปี และเดือนที่ 5-6 อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเท่ากับ 3.33% ต่อปี แต่ถ้าหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 2.805% ต่อปี รับฝากขั้นต่ำ 1 แสนบาท ไม่จำกัดวงเงินสูงสุด รับฝากตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2555 เป็นต้นไป โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดแคมเปญ
ยาวขึ้นมาอีกนิด ก็จะเป็นแคมเปญเงินฝากประจำ 9 เดือนของธนาคารยูโอบี กับโปรโมชั่นพิเศษเงินฝากประจำ 9 เดือนเพิ่มทรัพย์ทันใจ รับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตรา 3.35% ต่อปี ซึ่งถ้าหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 2.8475% ต่อปี กำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท สิ้นสุดแคมเปญในวันที่ 31 ตุลาคม 2555
ขยับมาแบบฝากยาวเกิน 1 ปี ตอนนี้ก็มีแคมเปญเงินฝาก 15 เดือนของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือแอลเอชแบงก์ กับผลิตภัณฑ์ “เงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน ใจดี ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 5.55%” เริ่มฝากขั้นต่ำเพียงแค่ 1 หมื่นบาทและไม่จำกัดวงเงินสูงสุด
ทั้งนี้ ลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องในรูปแบบขั้นบันได โดยเริ่มต้นเดือนที่ 1-4 ดอกเบี้ย 3.25% ต่อปี จากนั้นในเดือนที่ 5-8 ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.50% ต่อปี เดือนที่ 9-12 ดอกเบี้ย 3.85% ต่อปี เดือนที่ 13-14 ดอกเบี้ย 4.15% ต่อปี และเดือนสุดท้าย รับดอกเบี้ย 5.55% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดระยะเวลาฝากเท่ากับ 3.75% เมื่อหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 3.1875% ซึ่งธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ผ่านบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันอัตโนมัติของธนาคาร
ส่วน “ความใจดี” ของเงินฝากประจำพิเศษ 15 เดือน คือ เมื่อฝากครบตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป หากมีความจำเป็นที่จะต้องเบิกถอนเงินใช้ยามฉุกเฉิน ก็สามารถรับดอกเบี้ยตามขั้นบันไดของระยะเวลาการฝากนั้นๆ ได้ทันที โดยไม่หักดอกเบี้ยที่ได้รับไปแล้วคืนจากเงินต้นที่ฝาก ความใจดีของแบงก์ ทำให้ดูเหมือนแบงก์จะกลายเป็นผู้มีพระคุณอยู่เหมือนกัน
ปิดท้ายที่เงินฝากประจำ 60 เดือนของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นระยะที่ยาวที่สุดในขณะนี้ กับเงินฝากถึงใจวัยเกษียณ โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เป็นเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูง และมีการจ่ายคืนเงินต้นบางส่วน เพื่อให้ลูกค้ามีเงินใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยจะรับฝากจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
ทั้งนี้ ธนาคารจะรับฝากขั้นต่ำ 5 แสนบาท สูงสุด 5 ล้านบาท ระยะเวลาฝาก 60 เดือน จ่ายดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 36 เดือน (วงเงินฝากต่ำสุด) บวก 0.75% ต่อปี คงที่ตลอดระยะเวลาฝาก ซึ่งปัจจุบันเท่ากับ 4% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน และจ่ายคืนเงินต้นทุกเดือน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกรับเงินคืนเดือนละ 5,000 บาท 10,000 บาท 15,000 บาท หรือ 20,000 บาท และสามารถเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินรับคืนรายเดือนได้ตามความจำเป็นในการใช้เงิน หรือจะเลือกรับแต่ดอกเบี้ยก็ได้ โดยเมื่อครบกำหนด ธนาคารจะโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีคู่โอนโดยอัตโนมัติ ซึ่งการจ่ายคืนเงินต้นบางส่วนในแต่ละเดือน จะช่วยให้ลูกค้ามีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เหมือนยังคงได้รับเงินเดือน
สรุปแล้ว เรื่องของทิศทางของดอกเบี้ยก็เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อพิจารณาแต่ละแคมเปญแล้ว ก็ต้องบอกว่า นอกจากต้องตัดสินใจเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยเพื่อเลือกว่าจะฝากสั้นหรือยาวแล้ว ยังต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสมกับวัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ฝากเงิน
สุดท้าย จากแค่คิดว่า ดอกเบี้ยจะลง (ต่อ) หรือจะทรง (ตัว) กลายเป็นต้องคิดเพื่อเลือกตามวัยและต้องเลือกให้ตรงใจ
--------------------------------------
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ฝากไว้ก่อนเถอะ! : ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.)



