ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์:ปล่อยแก่

ล้วงตับสุดสัปดาห์:ปล่อยแก่

20 ต.ค. 2555

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว

              กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่นประธานวุฒิสภา "นิคม ไวยรัชพานิช" จัดงานฉลองอย่างใหญ่.. เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดปีที่ 65 ยกครอบครัว รวมทั้งคนคุ้นเคยไปร่วมวงกินโต๊ะจีนที่ โรงแรมปริ๊นส์ตั้น พาร์ค สวีท ย่านดินแดน นอกจากเป็นประธานงานเลี้ยง (วันเกิดตัวเอง) ต้องคอยต้องรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกว่า 200 คน จนคนใกล้ตัว ห่วงว่า “ทั่นประธาน” จะเมื่อยขา
 
              แต่ที่ห่วงใย กลับคาดผิด เพราะหลังจากยืนต้อนรับแขกที่มาแสดงความยินดีเสร็จแล้ว "ท่านนิคม" ในวัย 65 ปี ก้าวขึ้นเวที นอกจากขึ้นกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน ยังโซโล่ เพลง "คนบ้านเดียวกัน" เป็นเพลงขอบคุณผู้ที่มาร่วมงาน พร้อมโยกย้าย ส่ายสะโพก เล่นเอาคนข้างล่าง (เวที) มีอารมณ์ครื้นเครง โดดขึ้นเวทีแจม
 
              ที่เห็นแวบๆ ก็มี “ส.ว.บวรศักดิ์ คณาเสน ส.ว.อำนาจเจริญ” - “ส.ว.รักพงษ์ ณ อุบล ส.ว.หนองบัวลำภู” ที่ขึ้นไปยักย้าย ส่ายก้น พร้อมครวญเพลงเดียวกันอย่างไม่เกรงใจอายุ ทั้งที่อายุก็เหยียบเลข 6 แล้ว
 
              อ่า! นะ... เห็นใจกันหน่อย ปีหนึ่ง มีวันปล่อย (แก่) แค่วันเดียว ก็ต้องยกให้เค้า..

 

"จบมึนๆ"


 
              ขึ้นชื่อ "ดีเอสไอ" ทุกคนต้องจินตนาการภาพปฏิบัติการครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดตำรวจทั่วไปทำไม่ได้ หลายครั้งภาพ "เอฟบีไอ" ในหนังฮอลลีวู้ด ลอยมารำไร ซึ่งหลายครั้งก็เป็นไปตามนั้น และกับภารกิจล่าสุดหมาดๆ ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ภารกิจครั้งนี้ขั้นตอนปฏิบัติการสร้างความตื่นเต้นให้แก่เหยี่ยวข่าวน้อยใหญ่ที่ได้รับการ "ส่งซิก" ว่าให้ตามติดไปดูภารกิจการจับ "ของใหญ่" เพราะก่อนที่จะบุกค้นสถานที่ต้องสงสัย ไม่ยอมปริปากบอกแม้แต่คำเดียวว่าจะบุกไปจับใคร ที่ไหน อย่างไร ซ้ำยังกำชับว่าขอนักข่าวส่วนกลางเท่านั้น ทำให้ขบวน "พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน" รองอธิบดีดีเอสไอ หัวหน้าคณะ ครั้งนั้นยาวเหยียด
 
              มิพักต้องพูดถึงเจ้าหน้าที่ที่ไปเป็นขบวน มีการสนธิกำลังจากส่วนกลางและในพื้นที่ อาวุธปืนสั้น-ยาว ครบมือ พอถึงที่หมายยิ่งตื่นเต้น ทีมส่วนหน้ารีบกระโจนปิดล้อมสถานที่ นักข่าวก็รีบลงไปดูให้เห็นกับตา นึกภาพที่กำลังจะเกิดข้างหน้าคงคล้ายกับฉากในหนัง อารมณ์ประมาณจับได้คาหนังคาเขา ดีไม่ดีอาจมียิงต่อสู้
 
              พอถึงขั้นจู่โจมเท่านั้นแหละ จาก "หนังบู๊" กลายเป็น "หนังเงียบ" ทุกอย่างเงียบสงบ กลายเป็นเจ้าหน้าที่ปิดล้อมที่ดินรกร้าง มีเศษโลหะอุตสาหกรรมตั้งเป็นหย่อมๆ ขณะที่คนเฝ้าพื้นที่ก็ดูงัวเงีย ไม่ยักกะตื่นเต้นหน้าถอดสีแบบที่ควรจะเป็น สุดท้ายจึงได้รู้ว่าที่ดังกล่าวสงสัยว่าเป็นโรงเก็บกากอุตสาหกรรม เรื่องจึงจบที่ว่าอายัดพื้นที่ไว้ตรวจสอบก่อน
 
              ส่วนฉากที่จะพบผู้กระทำการให้สมราคาความลับที่เก็บไว้ แว่วมาว่าข่าวรั่วไหวตัวทันก่อน ภารกิจฉบับดีเอสไอหนนี้จึงจบแบบมึนๆ เพราะเก็บความลับเป็นเฉพาะกับบางคน

 

"ผมไม่ดัดจริต"

 
              “ภัยน้ำท่วม” ผ่านพ้นไป แต่ “ภัยหนาว” กำลังคืบคลานเข้ามา พร้อมด้วยภัยแล้งที่จะตามกันมาแบบติดๆ
 
              แต่พี่น้องได้โปรดเบาใจไม่ต้องห่วง เพราะขณะนี้ “นายกฯ ปู” สั่งการให้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ “กบอ.” ที่เดิมทีมีภารกิจจัดการปัญหาน้ำท่วมล้วนๆ ให้ “ปรับภารกิจ” เบนเข็มมาดูแลปัญหาภัยแล้งด้วย
 
              วันก่อน  “ซีอีโอ กบอ.-ปลอดประสพ สุรัสวดี” แถลงข่าวเปิดตัว “ยุทธศาสตร์ดูแลภัยแล้ง” หลังจากนายกฯ ปูมีบัญชา ว่ามี 7 ยุทธศาสตร์หลักภายใต้ระบบ “ซิงเกิลคอมมานด์” ที่ คณะกรรมการกบอ.จะดำเนินการ
 
              ภายหลังการแถลงข่าว กระจอกข่าวคนหนึ่งก็สงสัยจึงถามหลังไมค์ว่า ที่นายกฯ สั่งปรับโหมดการทำงานของ กบอ. แล้วตัวของ “ประธานกบอ.” ต้องปรับวิธีการให้ข่าวให้ดูเบาๆ ลงหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้ว่า "เฮียปลอด" นั้นเวลาให้ข่าว "จัดเต็ม" เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นพักๆ แทรกความตื่นตระหนกเป็นครั้งคราว
 
              และก็ไม่เหนือความคาดหมายเมื่อคำตอบที่ได้แบบทันควันว่า “ผมก็รู้ว่าผมต้องทำอะไร ผมก็พูดจ้อยๆอยู่นี่ไง แต่นิสัยผมเป็นอย่างนี้ ไม่เปลี่ยนหรอก พ่อแม่ให้เกิดมาแบบนี้ ผมดัดจริตไม่เป็นครับ !!!”

............

 

ล้วงตับสุดสัปดาห์:ปล่อยแก่ โดยสิงห์สนามข่าว