
'เจ.เค.โรว์ลิ่ง'ร่ายเวทมนตร์บทใหม่
เวิลด์วาไรตี้ : 'เจ.เค.โรว์ลิ่ง' ร่ายเวทมนตร์บทใหม่ 'เดอะ เคช่วล วาคันซี่'
5 ปี หลังความสำเร็จกับการปิดฉากสุดท้ายผลงานชุด "แฮรี่ พอตเตอร์" ที่สร้างยอดขายได้กว่า 450 ล้านเล่ม และได้รับการแปล 74 ภาษาทั่วโลก "เจ.เค. โรว์ลิ่ง" ก็กลับมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับหนังสือเล่มใหม่ที่แฟนคลับของพ่อมดน้อยรอคอย...ทั้งๆ ที่นักเขียนผู้นี้ย้ำมาตลอดว่า ผลงานใหม่จะเน้นผู้อ่านรุ่นใหญ่ และไม่มีอะไรเกี่ยวกับแฮรี่ (พอตเตอร์) เลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อนวนิยายเรื่อง "เดอะ เคช่วล วาคันซี่" หรือ "ตำแหน่งที่ว่างลง" วางจำหน่ายตามร้านหนังสือในอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ก็ได้สร้างปรากฏการณ์เวทมนตร์บทใหม่ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ในวงการวรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่ โดยหลังเปิดตัวไม่กี่ชั่วโมง ก็ติดชาร์ทอันดับ 1 ของเว็บไซต์อะเมซอนในสหรัฐ และเพียงสัปดาห์แรกก็ขึ้นแท่นหนังสือขายดีที่สุดระดับโลกอันดับ 15 ประจำปี 2555
นอกจากนี้ หน้าร้านขายหนังสือใหญ่ๆ ในลอนดอน และเยอรมนี ต่างก็มีคนไปต่อแถวรอซื้อหนังสือเล่มนี้กัน สร้างประวัติศาสตร์หนังสือที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดในรอบ 3 ปีของอังกฤษ เป็นรองเพียง "เดอะ ลอสต์ ซิมโบล" หรือ "สาส์นลับที่สาบสูญ" ของแดน บราวน์ สำหรับสถิติหนังสือขายดีที่สุดในสัปดาห์เปิดตัว
พล็อตคร่าวๆ ของเรื่องนี้ผุดขึ้นในใจของ เจ.เค. ระหว่างอยู่บนเครื่องบินเพื่อเดินทางไปโปรโมทภาคสุดท้ายของชุดพ่อมดน้อย "แฮรี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต" ที่สหรัฐอเมริกา ...ถ้ายังจำกันได้ แนวคิดก่อนที่จะมาผูกเข้าเป็นผลงานระดับโลกชุด แฮรี่ พอตเตอร์ ก็เกิดขึ้นระหว่างเธอนั่งรถไฟจากแมนเชสเตอร์ ไปกรุงลอนดอน
โดยเปลี่ยนแนวมาเป็นนวนิยายสืบสวน แต่จะไม่มีนักสืบ หรือตำรวจ เพราะแต่ละเหตุการณ์ที่ร้อยเรียงอยู่ จะทำหน้าที่ค่อยๆ คลี่คลายความลับ หรือพาไปยังจุดจบ โดยผ่านสายตาของตัวละคร แต่ถ้าเจาะลึกลงไปแล้ว หนังสือเล่มนี้ ก็คือ กระจกสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบันนั่นเอง เช่น สงครามระหว่างคนรวย-คนจน, สงครามในบ้าน และสงครามการเมือง (ระดับท้องถิ่น) เป็นต้น
สำหรับที่มาของ "ชื่อเรื่อง" นวนิยายเล่มนี้ ก็คือ การเปิดฉากด้วยการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ แบร์รี แฟร์เวทเตอร์ สมาชิกสภาท้องถิ่นของ
แพกฟอร์ด เมืองสมมติที่จะมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากโลกแห่งพ่อมดใน แฮรี่ พอตเตอร์ และตำแหน่งที่ว่างลงนี้เอง เป็นเชื้อไฟที่จุดเพลิงสงครามในทุกระดับ ตั้งแต่ระหว่างคน จนถึงปัญหาสังคม และแสงจากกองเพลิงที่ลุกไหม้ดังกล่าว ก็ยังส่องให้เห็นมุมมืด และมุมอับของหลายเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง ซึ่งทางผู้เขียน ระบุไว้เมื่อสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับผลงานชิ้นล่าสุดนี้ว่า "ตลกหดหู่"
และแม้ความเห็นจากนักวิจารณ์และผู้อ่านหลายคน ค่อนข้างจะกลางๆ หรือผิดหวัง แต่ในการปรากฏตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อโปรโมทนวนิยายความยาว 480 หน้าเรื่องนี้ เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.) ที่ลินคอล์น เซ็นเตอร์ ในแมนฮัตตัน เจ.เค.ก็ได้รับเสียงกรีดร้องต้อนรับอย่างกึกก้องจากผู้อ่านราว 2,500 คน เมื่อประเมินจากกลุ่มแฟนๆ ที่เฝ้ารอแล้ว ก็พอจะมองเห็นอนาคตโดยไม่ต้องอาศัยเวทมนตร์ได้ว่า "เดอะ เคช่วล วาคันซี่" จะช่วยให้ เจ.เค. ขยายฐานแฟนคลับจากรุ่นเยาว์ ไปสู่กลุ่มผู้หญิงได้ไม่ยาก
เธอยังเปิดใจเกี่ยวกับผลงานใหม่นี้ว่า ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด และไม่อนุญาตให้ใคร แม้แต่สามีมีโอกาสอ่านต้นฉบับระหว่างที่ยังเขียนไม่จบ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ดิฉันพบว่า การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก่อนเขียนจบนั้น จะเป็นการฆ่านวนิยายของดิฉัน" อย่างไรก็ตาม ก็ให้ความหวังเล็กๆ กับแฟนรุ่นเยาว์ว่า กำลังอยู่ระหว่างเขียนผลงานอีกชิ้นสำหรับนักอ่านกลุ่มนี้ ซึ่งจะเป็นโลกแห่งจินตนาการใบใหม่ แม้จะไม่ใช่เป็นภาคต่อของ แฮรี่ พอตเตอร์ อย่างที่หลายๆ คนอยากเห็นก็ตาม



