ข่าว

'ปิยะวัฒก์'ฟ้องแพ่ง'ธาริต'10ล.

'ปิยะวัฒก์'ฟ้องแพ่ง'ธาริต'10ล.

19 ต.ค. 2555

'ปิยะวัฒก์' อดีตผบ.คดีทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอ ฟ้องแพ่ง เรียก 10 ล้าน 'ธาริต - ชาญเชาวน์' สั่งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 19 พ.ย.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 55  พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อายุ 58 ปี อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายเดินทางยื่นฟ้อง ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เรื่องละเมิด ใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต สืบเนื่องจากกรณีที่จำเลยทั้งสองใช้อำนาจหน้าที่มิชอบในการโยกย้ายตำแหน่งของโจทก์ จากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดีพิเศษ ประเภทวิชาการ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าเดิม เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ 

          โดยศาลแพ่ง ได้รับเป็นคดีฟ้องหมายเลขดำ 4308/2555 ซึ่งศาลนัดชี้สองสถาน เพื่อกำหนดวันสืบพยานโจทก์ และจำเลย ในวันที่ 17 ธ.ค.55 เวลา 13.00 น.

          ต่อมาในวันเดียวกัน พ.อ.ปิยะวัฒก์ และนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความยังได้เข้าแจ้งต่อศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ศาลอาญา ตามที่ได้นัดเพื่อจะสอบถาม พ.อ.ปิยะวัฒก์ ว่าจะนำคดีที่ได้ยื่นฟ้อง นายธาริต และนายชาญเชาวน์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นไปตามขั้นตอน เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หรือไม่

          ภายหลัง พ.อ.ปิยะวัฒก์ เปิดเผยว่า ตนไม่ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ย กับนายธาริต และนายชาญเชาวน์ โดยมีเหตุผลอยู่ 2 ประเด็น คือ 1. เป็นการเสนอย้ายตนไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่า 2. มีการกล่าวหาว่าตนปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตามหลักขั้นตอน หากมีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ก็จะต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (กพศ.) เป็นผู้พิจารณา ก่อนจะส่งเรื่องไปให้สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกรณีนี้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรมก็เคยทักท้วงแล้ว แต่ภายหลัง นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรมกลับเห็นชอบในคำสั่งโยกย้ายตนดังกล่าว รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการที่ถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรมได้มีแนวทางในการต่อสู้ดำเนินคดีตามช่องทางของกฎหมาย 

          นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ เปิดเผยว่า เมื่อคดีไม่อาจไกล่เกลี่ยศาลจึงนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งตนจะมีการนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับคดีสำคัญ ซึ่งเป็นมูลเหตุที่ทำให้โจทก์โดนโยกย้าย จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบการทุจริต เช่น ปปช. ปปท. พรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน ได้มาฟังการพิจารณาคดี เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และคาดว่าในวันนั้นจะมีข้าราชการทั้งในดีเอสไอและหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรมเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก