ข่าว

ผีสยบบาร์ซ่าซิวเจ้ายุโรปอีก 1 สมัย

ผีสยบบาร์ซ่าซิวเจ้ายุโรปอีก 1 สมัย

26 พ.ค. 2552

ศึกลูกหนังชิงแชมป์สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนวันพุธนี้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ในฐานะแชมป์เก่าถ้วยรายการนี้เมื่อฤดูกาลก่อน เตรียมลงสนามเผชิญหน้ากับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แชมป์สแปนิช ลาลีกา เพื่อแย่งชิงบัลลังก์เจ้าสโมสรยุโรปประจำซีซั่นนี้ ส่วนคอบอลชาวไทยสามารถติดตามรับชมได้จากเคเบิล ทีวี และฟรีทีวี ที่ยังคงรับหน้าที่ถ่ายทอดสดให้ได้ลุ้นกันถึงหน้าจอโทรทัศน์เหมือนเดิม

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศ
บาร์เซโลนา - แมนฯ ยูไนเต็ด
สนาม - โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงโรม, อิตาลี
เวลา - 01.45 น.
ถ่ายทอดสด - ช่อง 3, 7 และทรูวิชั่นส์ ช่อง 64
เทียบฟอร์ม
 คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในเกมระดับสโมสรยุโรปทั้งหมด 9 เกม ผลปรากฏว่า บาร์เซโลนา เจ้าของแชมป์สโมสรยุโรป 2 สมัย จากการเข้าชิงชนะเลิศทั้งหมด 6 ครั้ง เป็นรอง แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์ถ้วยรายการนี้ 3 สมัย จากการเข้าชิงชนะเลิศทั้งหมด 3 ครั้ง เล็กน้อย ด้วยสถิติ ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 3 แต่หากนับเฉพาะการดวลแข้งกันในถ้วยรายการนี้ ทั้งสองทีมเคยโคจรมาพบกันทั้งหมด 6 นัด ผลปรากฏว่ามีสถิติที่สูสีกันเป็นอย่างมาก เพราะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะทีมละ 1 เกม ก่อนที่จะลงเอยด้วยผลเสมอถึง 4 นัดเลยทีเดียว ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดเกิดขึ้นในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน ผลปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ บาร์เซโลนา 1-0
 สำหรับผลงานในเกมลีก 5 นัดหลังสุด "ปีศาจแดง" ยังคงโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปแล้วก็ตาม หลังเก็บชัยชนะได้ถึง 4 เกม แต่มีลงเอยด้วยผลเสมอ 1 นัด แต่นัดล่าสุด ซึ่งเป็นเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีนัดส่งท้ายของฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขนผู้เล่นตัวสำรองลงสนามยังบุกไปเฉือนชนะ "เสือลาย" ฮัลล์ 1-0
 ขณะที่ "เจ้าบุญทุ่ม" ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะรู้ตัวว่าเข้าป้ายคว้าแชมป์สแปนิช ลาลีกา ก่อนเวลาอันควร จึงทำให้ บาร์ซ่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเกมลีกอย่างเห็นได้ชัด หลังเก็บชัยชนะได้เพียงแค่นัดเดียว ส่วนที่เหลือลงเอยผลเสมอ และแพ้อย่างละ 2 นัด แถมเกมนัดล่าสุด ซึ่งเป็นเกมนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลนี้ยังจัดการดร็อปผู้เล่นตัวจริงทั้งหมด ก่อนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โอซาซูนา คาถิ่นของตัวเอง 0-1

สถานการณ์โดยรวม
 "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมบาร์เซโลนา ประสบปัญหาในเกมรับอย่างแน่นอน เพราะต้องหมดสิทธิใช้งานกองหลังถึง 3 รายเลยทีเดียว เนื่อง จาก ราฟาเอล มาร์เกซ ต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ส่วนฟูลแบ็กตัวหลักทั้ง 2 ฝั่งอย่าง เอริก อบิดัล และดาเนียล อัลเวส ติดโทษแบนห้ามลงสนาม 1 เกม ส่งผลให้ เคราร์ด ปิเก้ ต้องลงไปยืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับ คาร์เลส ปูโยล ส่วน มาร์ติน ซาเซเรส เตรียมยืนเป็นแบ็กขวา เช่นเดียวกับ ซิลวินโญ่ ที่ต้องยืนเป็นแบ็กซ้ายค่อนข้างแน่
 นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังต้องรอเช็กความฟิตของ อันเดรส อิเนสต้า อีกด้วย เนื่องจากขุมกำลังสำคัญในแดนกลางรายนี้ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน หากไม่สามารถลงสนามได้คาดว่า เซย์ดู เกอิต้า น่าจะได้รับโอกาสให้ลงไปทำหน้าที่แทน โดยมี ซาบี้ เฮอร์นันเดซ และยายา ตูเร่ ยืนเป็นตัวหลักในแดนกลาง ส่วนในรายของ เธียร์รี อองรี ที่มีปัญหาบาดเจ็บน่าจะฟิตทันกลับมาเป็น 3 ประสานในแดนหน้าร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ และลิโอเนล เมสซี เหมือนเดิม 
 ด้าน "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด หมดสิทธิใช้งาน ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ที่ติดโทษแบนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น จึงทำให้ "ปีศาจแดง" มีสภาพทีมที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาก เพราะสามารถใช้งานขุมกำลังสำคัญได้ทุกตำแหน่ง แม้ว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ จะมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่น่าจะฟิตทันสำรับเกมนัดนี้เพื่อยืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับ เนมันยา วิดิช ส่วนฟูลแบ็กทั้งสองข้างเป็นหน้าที่ของ จอห์น โอเชีย และปาทริซ เอวรา
 ส่วนแผงแดนกลางประกอบไปด้วย ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์ และอันแดร์สัน ขณะที่แดนหน้าน่าจะเป็นการ 3 ประสานตัวเก่งอย่าง ปาร์ค จี ซุง, คริสเตียโน โรนัลโด และเวย์น รูนีย์ โดยมี 2 หัวหอกตัวเป้าอย่าง คาร์ลอส เตเบซ และดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ นั่งเป็นตัวสำรองที่พร้อมถูกเปลี่ยนตัวลงมาล่าตาข่ายได้ทุกเมื่อ  

ความน่าจะเป็น
 นัดนี้ บาร์เซโลนา ต้องประสบปัญหาในแนวรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย แต่ทว่าขุมกำลังคัญในตำแหน่งอื่นๆ ยังอยู่กับครบ จึงทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีสภาพทีมพร้อมกว่าต้องเจองานหนักค่อนข้างแน่ อย่างไรก็ตาม "ปีศาจแดง" มีความมุ่งมั่นอยากจะป้องกันแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน แถมสภาพผู้เล่นในเกมรุกยังมีความหลากหลายมากกว่าอีกด้วย ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะไปถึงฝั่งฝันสำเร็จ แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยหน่อยก็ตาม                  
ผลที่คาด - แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ บาร์เซโลนา 2-1