ข่าว

หมอพรทิพย์รุดตรวจสอบกะโหลกศรีษะ

หมอพรทิพย์รุดตรวจสอบกะโหลกศรีษะ

25 พ.ค. 2552

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ บุกตรวจสอบกะโหลกศรีษะ ที่พบในแม่น้ำเจ้าพระยาย่าน อ.สามโคก พร้อมระบุอยากให้มีการแจ้งความเมื่อพบหัวกะโหลกศรีษะ

จากกรณีที่มีคนงมหาของเก่าไปเจอหัวกะโหลกมนุษย์จมอยู่ก้นแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงเขต อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จนต่อมาหลายหน่วยงานเริ่มเข้ามาตรวจสอบ โดยมีการระบุว่า อาจจะเป็นหัวกะโหลกของคนโบราณที่ตายไปหลายร้อยปี ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าวันนี้(25 พ.ค.) พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมทีมงานได้เดินทางมายังอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบหัวกะโหลกที่มีการงมขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา

 โดยได้เดินทางมายังจันทร์กะพ้อ วัดท้ายเกาะใหญ่ และวัดตำหนัก ในเขต ม.1 ต.สามโคก อ.สามโคก เมื่อ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ และ คณะเดินทางมายังวัดดังกล่าวเพื่อขอตรวจสอบหัวกะโหลกที่ค้นพบ แต่ทางวัดปฏิเสธว่าไม่มีเก็บไว้ พร้อมทั้งแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอรับกะโหลกดังกล่าวไปจากวัดหมดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า จะนำส่งไปชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาสาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ 

 เมื่อทราบดังนั้น พญ.คุณหญิงพรทิพย์ จึงได้ให้เจ้าหน้าไปนำหัวกะโหลกดังกล่าว กลับมาที่วัดตำหนักเพื่อตรวจสอบในเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังได้พบกับ นายจำเริญ บัวศรี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่2/40 ถ.สามเสน แขวงวชิระพยาบาล เขตดุสิต กทม. ซึ่งเป็นหัวหน้าที่ดำน้ำหาของเก่า และเป็นผู้ที่พบหัวกะโหลก และได้มอบหมายให้นายจำเริญ พร้อมทำงานช่วยเหลือลงงมค้นหาหัวกะโหลกในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นั่งไปในเรือดังกล่าวด้วยเพื่อสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

 พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ ก็เพราะมีข่าวว่า มีการพบหัวกะโหลกจมอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจำนวนมาก และข้อข้อมูลที่เรามองในทางวิทยาศาสตร์แล้วไม่น่าใช่คือการที่มีการระบุว่าหัวกะโหลกเหล่านี้มีอายุพอๆกับพวกเครื่องลายครามที่พบในแม่น้ำด้วยนั้น คิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะการที่จะบอกว่าหัวกะโหลกนั้นมีอายุเก่าแก่เท่าใดนั้นในทางวิทยาศาสตร์แล้วมันไม่ง่ายเลย เราก็เลยมาในวันนี้ด้วยกัน 2 เรื่องคือการพิสูจน์ทราบและเรื่องศพนิรนาม เนื่องจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กลังผลักดันระบบนี้อยู่

 "วันนี้เราก็ได้เจอกับท่านที่รับรู้ และท่านที่เป็นผู้ดำน้ำลงไปเจอหัวกะโหลก ซึ่งจากการพูดคุยกันเขาก็บอกว่าเขามาดำน้ำแถวๆนี้ก็พบเจอหัวกะโหลกอยู่เป็นประจำ แต่ว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเจอ วันนี้เราก็เลยขอให้ทางคุณจำเริญ ช่วยดำน้ำลงไปโดยในเบื้องต้นเราจะดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายก่อน และถ้ามีการค้นพบอีกก็คงจะต้องวางแผนในการทำงานต่อๆไป เพราะไม่ว่าในเรื่องโบราณคดี หรือในเครื่องกระบวนการยุติธรรม ต้องการหลักฐานในการพิสูจน์ทราบ" พญ.คุญหญิงพรทิพย์ กล่าวและว่า 

 อยากจะขอฝากไปยังประชาชนและตามวัดต่างๆ ว่าอย่าไปคิดว่าหัวกะโหลกพวกนี้มันเป็นของที่ระลึก อย่าไปคิดว่ามันเป็นโชคหรือทอง ขอให้คิดถึงหลักมนุษยชน อย่างน้อยขอให้แจ้ง จะแจ้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ เราไม่อยากให้เผาทิ้ง เราอยากให้มีการพิสูจน์ทราบ

 ส่วนที่ว่ามาตรวจสอบเพราะอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องวีรชนที่สูญหายไปนั้น ขอบอกว่าสำหรับหมอแล้ว เราทำทุกประเด็นและอยากจะเรียนให้ทราบว่าตั้งแต่บอกผ่านไปไม่มีญาติวีรชนได้มาแจ้งแต่อย่างใด ทั้งนี้หัวกะโหลกที่พบทั้ง 3 หัวก่อนหน้านี้นั้น ในเบื้องต้นสามารถระบุได้ว่าเป็นหัวกะโหลกของชาวเอเชียและเป็นเพศหญิง เพราะว่าที่ขอบคิ้วของกะโหลกไม่นูนเหมือนของผู้ชาย และยังมีอยู่หัวหนึ่งที่มีคราบสะดำจับที่ฟัน อันแสดงว่าเป็นของคนแก่ที่กินหมาก

 "อยากจะเรียนว่า เรื่องราวเหล่านี้ไม่อยากจะให้โยงไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ถ้าจะย้อนหลังไปก็จะรู้ว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นี้นั้นผลักดันในการจัดตั้งศูนย์พิสูจน์ ใครก็ตามที่หายก็ขอให้ญาติๆมาแจ้ง ไม่อย่างนั้นก็จะพิสูจน์ไม่ได้"พญ.คุญหญิงพรทิพย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการงมค้นหาหัวกะโหลกในวันนี้ เวลาประมาณ 16.30 น.สามารถงมพบหัวกะโหลกเพิ่มขึ้นอีก 1 หัว และในเวลา 17.30 น.ก็งมขึ้นมาได้อีก 1 หัว ซึ่งทางทีมงานของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ จะได้นำหัวกะโหลกทั้งหมดกลับไปพิสูจน์ ทั้งนี้ทีมงานยังคงงมค้นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงหน้าวัดตำหนัก ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป