ข่าว

'แสน ส.เพลินจิต'รู้ทองปลอมตอนไปจำนำ

'แสน ส.เพลินจิต'รู้ทองปลอมตอนไปจำนำ

18 ต.ค. 2555

"แสน ส.เพลินจิต" หลังชกมวยสุดลำบากโดนโกง บากหน้าพึ่ง "เอกพจน์ ปานแย้ม" ยอมรับรู้ทองปลอมภายหลังตอนไปจำนำ

              เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม ตามที่มีกระแสข่าวระบุนายสมชาย เชิดฉาย หรือ "แสน ส.เพลินจิต" อดีตนักมวยเจ้าของแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) เผชิญมรสุมชีวิตหลังแขวนนวม และเมื่อปี 2546 ต้องเข้ารักษาอาการเลือดออกในสมอง โดยได้นำทองคำแท่งและสร้อยคอทองคำที่บรรดาผู้สนับสนุนเคยมอบให้สมัยเป็นแชมเปี้ยนโลกกว่า 500 บาทไปขาย แต่พบว่าเป็นทองปลอมกว่าครึ่งหนึ่งนั้น

              ล่าสุดที่สำนักงานนายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีต ส.ส.ปทุมธานี  ตั้งอยู่ที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายเอกพจน์  นายประเสริฐ ค่ายทอง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง นายพิภพ ปายแย้ม และ"แสน ส.เพลินจิต" ได้ร่วมกันให้สัมภาษณ์ โดย"แสน ส.เพลินจิต" กล่าวว่า ตนไม่รู้มาก่อนเลยว่าข่าวออกมาเช่นนี้ได้อย่างไรและไม่เคยให้ข่าวที่ไหนมีเพียงพูดกับเพื่อนๆเท่านั้น

              "แสน ส.เพลินจิต"  กล่าวต่อว่า ตนเองขอชี้แจงว่าในสมัยที่ยังเป็นแชมโลกอยู่นั้นก็ไม่ทราบว่าทองที่ได้มานั้นเป็นของปลอม เนื่องจากเวลามีการขึ้นมามอบทองในแต่ละครั้งบนเวทีนั้นซึ่งในช่วงเวลาที่ขึ้นมามอบหรือตอนมอบทองเสร็จแล้วอาจจะมีการสับเปลี่ยนในสองช่วงเวลาดังกล่าวได้โดยทองทั้งหมดที่ได้มาทางค่ายมวย ส.เพลินจิต จะเป็นผู้เก็บไว้ทั้งสิ้นหากอยากจะนำทองไปขายหรือใช้จ่ายก็ให้ไปเบิกกับทางค่ายเองเท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ตนเองได้แขวนนวมแล้วนั้นก็ได้ไปขอทองที่ตนเองได้จากผู้สนับสนุนนำไปจำนำถึงรู้ว่าเป็นของปลอมแต่ว่าเจ้าของร้านทองไม่เอาเรื่องเนื่องจากรู้ว่าตนเองเป็นนักมวยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
 
              "สำหรับทองทั้งหมดจำนวน 500 บาทที่ทางค่ายเก็บเอาไว้นั้น ผมเองได้ขอกับทางค่ายมาใช้จริงประมาณ 10 เส้น ซึ่งเส้นหนึ่งน้ำหนักประมาณ 5 บาทรวมแล้วที่ได้ทองมาจากทางค่ายไม่ถึง 100 บาทเลย" "แสน ส.เพลินจิต"  กล่าวและว่า

              ตลอดระยะเวลาที่ตนเองได้เสียแชมป์ไปนั้น ก็ยังชกมวยอยู่ แต่นานเข้าก็ยังไม่ได้ชิงแชมป์โลกก็เลยตัดสินใจออกจากค่าย ส.เพลินจิตที่ตอนนั้นได้ร่วมกับโปรโมเตอร์ทรงชัยและไปอยู่กับทางค่ายเพชรยินดีต่อ แต่เวลาต่อมาตนเองก็ไม่ได้ชิงแชมป์เสียที่จึงรู้สึกท้อจึงตัดสินใจเลิกชกมวย ประกอบกับตนเองมีอาการทางสมองที่สะสมมาตั้งแต่ชกมวยโดยรักษาอาการมาโดยตลอดจนเพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลอกให้ตนเองค้ำประกันให้โดยการนำที่ดินของตนเองที่ซื้อไว้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไปค้ำประกันจนโดนยึดไป
 
              "แสน ส.เพลินจิต"  กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนเองก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครเนื่องจากพอไปทำธุรกิจที่บ้านเกิดจังหวัดปทุมธานี ก็โดนหลอกจนหมดตัว ดังนั้นจึงไปขอความช่วยเหลือกับนายเอกพจน์ นายประเสริฐ นายพิภพ ที่เมื่อครั้งตนยังเด็กบุคคลเหล่านี้ได้อุ้มชูดูแลตนเองมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่

               ด้านนายเอกพจน์ กล่าวว่าสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่หน่วยงานต่างๆ ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากศิลปะการต่อสู้หรือมวยนั้นหากว่าเป็นนักมวยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศจะต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนหรือให้เงินเดือนแก่นักมวยที่สร้างชื่อเสียงเหล่านี้ขนาดว่าศิลปินแห่งชาติยังมีเงินเดือนกินเลยทั้งที่แค่สร้างชื่อเสียงภายในประเทศเท่านั้นแต่นี้สร้างชื่อเสียงระดับประเทศก็ขอให้เป็นกรณีศึกษาที่ต้องเร่งดำเนินการเข้ามาดูแลอย่างจริงจังต่อไป