
ลูกชายเยี่ยม'หมอสุพัฒน์'ที่เรือนจำ
ลูกชาย 'หมอสุพัฒน์' พร้อมทีมทนายเข้าเยี่ยมหมอที่เรือนจำ ด้าน 'ตร.ท่าไม้รวก' นำหมายศาลเข้าตรวจค้น ใช้รถแบ็คโฮขุดหาศพสองสามีภรรยาในไร่ มั่นใจแม้ไม่เจอ แต่มีช่องดำเนินคดีได้
18 ต.ค.55 นายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชาย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ พร้อมด้วยทีมทนายความ นำโดย นายจุติ สงวนรักษา เดินทางมาที่เรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าเยี่ยม พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ โดยมี ดร.สุรสิทธิ์ จิตรชอบใจ ผบ.เรือนจำฯอำนวยความสะดวก การเข้าพูดคุยครั้งนี้ นายเอกและทีมทนายความได้ใช้สิทธิ์ทนายเข้าเยี่ยมทำให้สามารถเยี่ยมเป็นการส่วนตัวได้ และใช้เวลาเยี่ยมได้นานกว่า 2 ชม. หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยม
นายเอก กล่าวว่า การเข้าพบหมอสุพัฒน์ครั้งนี้ เป็นการพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับรูปคดี พร้อมบอกด้วยว่า หมอสุพัฒน์ สบายดี ไม่เครียดเกี่ยวกับคดีแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่มีคนอ้างว่าตนขับรถของนายสามารถไปบ้านที่จังหวัดนนทบุรีนั้น ตนยืนยันว่า ไม่ได้ขับรถไป มีพยานยืนยันในเรื่องดังกล่าว
นายเอก กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการตำรวจ รัฐสภา มีมติไม่เปลี่ยนพนักงานสอบสวนในคดีนี้ตามที่ร้องขอ แต่ได้ให้ตำรวจกองปราบเข้ามาร่วมด้วยนั้น ตนและหมอสุพัฒน์ ผู้เป็นบิดาไม่รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด แต่พอใจในระดับหนึ่งเท่านั้น จากนี้ตนและทนายจะเดินทางไปที่ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกต่อไป
ส่วนในพื้นที่ไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ บ้านท่ามะริด หมู่ 2 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง ตั้งแต่ 09.00 น. พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก นำหมายศาลเพชรบุรีเลขที่ 748 / 2555 เพื่อเข้าค้นและขุดหาศพผู้ตายภายในพื้นที่ที่ระบุจุดขุดค้นหาศพในแผนที่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกของไร่ ห่างจากจุดแรกที่ขุดค้นพบโครงกระดูกโครงแรกประมาณ 100 เมตร โดยประสานงาน เทศบาลเมืองชะอำขอรถแบ๊คโฮขนาดใหญ่ 1 คัน และรถแบ๊คโฮเอกชน อีก 1 คัน ร่วมขุด เนื่องจากพยานให้ข้อมูลว่าพื้นที่จุดดังกล่าวเดิมเป็นบ่อน้ำเก่าลักษณะคล้ายบ่อบาดาล แต่มาถูกกลบทำให้ผิดสังเกต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการดำเนินการขุดนายสว่าง นุ่มจุ้ย และญาติ ของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ผู้สูญหาย ได้นิมนต์ พระครูวัชรสารธรรม อโนมปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดสารหิตาวาส (วัดสารเห็ด) ต.กลัดหลวง พร้อมพระลูกวัดจำนวนรวม 9 รูป มาเชิญพระพุทธรูปมาตั้งเป็นองค์ประธานในพิธี และนั่งประกอบพิธีสวดมนต์ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งลี้ลับที่เชื่อว่ากำบังศพของคนทั้ง 2 ไม่ให้มีการค้นพบ ได้เปิดทางให้ค้นพบก่อนเดินไปรอบบ่อพร้อมประพรมน้ำมนต์โดยรอบ โดยใช้เวลาประกอบพิธีนานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขณะประกอบพิธีปรากฏมีหญิงสูงอายุอ้างว่าเป็นร่างทรงเดินทางมาจากกรุงเทพร่วมค้นหาศพด้วย
อย่างไรก็ตาม รถแบ็คโฮทั้ง 2 คันใช้เวลาระดมขุดในจุดที่ศาลอนุญาตตามหมายค้นนานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 10.30 น.รถแบ็คโฮขุดพบเศษเสื้อยืดสีขาว จำนวน 7 ชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นขุดหาอย่างต่อเนื่องกระทั่งเวลา 12.00 น.แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติจึงทำการหยุดขุด เนื่องจากเกรงละเมิดคำสั่งศาลเพชรบุรีที่อนุมัติให้ขุดเพียงจุดเดียว
ตร.ไม่รามือลุยขุดหาศพในไร่หมอสุพัฒน์
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก. สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้นำหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจค้นในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ที่บ้านกลัดหลวง หมู่ที่ 2 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อค้นหาศพของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และนางอรษา เกิดทรัพย์ สามี ภรรยา ที่หายตัวไป ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 โดยตำรวจได้มีการนำรถแบ็คโฮ 2 คัน เข้าขุดบริเวณที่เป็นบ่อน้ำเก่าแต่มีการกลบไปแล้ว และอยู่ห่างจากจุดที่เคยขุดพบโครงกระดูกไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร ในเบื้องต้นพบแค่เสื้อแขนยาวสีขาว 1 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เก็บนำไปตรวจพิเศษว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ต่อไป
ทั้งนี้ วันเดียวกัน นายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดาของนายสมารถ นุ่มจุ้ย พร้อมด้วยญาติได้นิมนต์พระครูวัชรสารธรรม เจ้าอาวัดสาระหิตาวาส หรือวัดสารเห็ดตำบลกลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พร้อมพระลูกวัดรวม 9 รูป มาทำบุญ และบอกเจ้าที่เจ้าทางให้เปิดทางให้หาพบศพของนายสามารถ และนางอรษา
นายสว่าง นุ่มจุ้ย กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าศพของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และนางอรษา นุ่มจุ้ย ถูกซุกซ่อนอยู่ในไร่ของ พ.ต.อ. นพ.สุพัฒน์ แต่เนื่องจากไร่กว้างใหญ่ ตนจึงนิมนต์พระมาทำบุญ พร้อมจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางขอเปิดทางให้ขุดพบศพนายสามารถและนางอรษา อีกด้วย
พ.ต.อ.พิชัย กล่าวว่า แม้ว่าในการค้นหาศพของนายสามารถ และนางอรษา จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตนก็มั่นใจว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ นายสามารถ และนางอรษา เพราะจากคำให้การของพยานก็มีการบ่งชี้ นอกจากนี้หาก พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก ก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยในวันที่ตำรวจไปพบรถของนายสามารถในบ้านที่จ.นนทบุรี ก็ต้องมาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของบ้าน และชี้แจงเรื่องรถว่าเข้าไปอยู่ในบ้านได้อย่างไร ซึ่งหากมีเหตุผลเพียงพอตำรวจจะได้ตัดออกไป แต่นี่กลับรอจนมีพยานออกมาระบุจนไปขุดพบศพในไร่ ตนมั่นใจว่า จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ถึงไม่พบศพ นายสามารถ และนางอรษา แต่คดีนี้ก็ไม่ถึงทางตันอย่างแน่นอน



