
อียูชมแถลงการณ์อาเซียนกดดันพม่าปล่อย"ซู จี"
"กษิต"โต้พม่า แจงแถลงการณ์กรณี"ซูจี"เป็นมติอาเซียนไทยไม่ได้ทำพลการ "สุรินทร์"เผยผู้นำอาเซียนเตรียมพิจารณาท่าทีต่อพม่าที่ฮานอย อียูชมแถลงการณ์อาเซียนกดดันพม่า พร้อมเรียกร้องจีน อินเดีย และอาเซียนช่วยแก้ปัญหาพม่า
(25พ.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาร่วมประชุมอาเซมที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กล่าวถึงกรณีที่พม่าระบุว่าการออกแถลงการณ์ของไทยในฐานะประธานอาเซียนเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของพม่าว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าวจึงต้องขอดูก่อน อย่างไรก็ดีระหว่างนี้ไปจนถึงการประชุมอาเซียน-อียู ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา คงจะมีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า รวมถึงจะมีโอกาสหารือกับเพื่อนรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทั้งหมดด้วย
"อย่าลืมว่าถ้อยแถลงที่ออกไปเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้เห็นกันระหว่างการประชุมที่จ.ภูเก็ต ไม่ได้เป็นการทำโดยพลการ เรายังได้เรียนให้ฝ่ายพม่าทราบผ่านทั้งสถานทูตพม่าที่กรุงเทพ และสถานทูตไทยที่กรุงย่างกุ้ง ว่าเป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ เขายังได้เห็นร่างที่ฝ่ายอินโดนีเซียเป็นคนยกขึ้น จนถึงที่ทอนมาเป็นแถลงการณ์สั้นๆของไทย ยืนยันได้ว่าไม่ได้ทำโดยพลการหรือข้ามหน้าข้ามตาใครนอกจากนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนคาดหวังว่าในฐานะประธานอาเซียน เราจะมีอะไรออกมา แต่ทั้งหมดนั้นก็ดวยความรักและหวังดีที่ไม่ต้องการเห็นอะไรที่จะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนกระบวการปรองดองในชาติของพม่ายังคงอยู่หรือทำให้เดินหน้าไปได้ไม่เต็มที่ "นายกษิตกล่าว
นายกษิตกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมเอเชียตะวันออกประเมินสถานการณ์ แต่คงต้องใช้เวลาเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่างไรก็ดีจะหลีกเลี่ยงการพูดผ่านสื่อเพราะเป็นเรื่องไม่สมควรและไม่อยากให้กระทบกับความรู้สึก เพราะเชื่อว่าเป้าหมายทุกฝ่ายเหมือนกันคือต้องการให้เกิดการปรองดองในชาติของพม่า ทั้งนี้ไม่รู้สึกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น
"สิ่งใดที่เป็นความก้าวหน้าอาเซียนก็ต้องทำ เพราะพม่าเป็นมิตรประเทศ และเราหวังดี อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือไทย ก็เคยมีรัฐบาลทหารมาทั้งนั้น แต่ในที่สุดก็ผ่านมาได้ เมื่อผู้นำทางการเมืองต้องการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่าซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ และมันสามารถทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้"นายกษิตกล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พม่าตอบโต้ค่อนข้างแรงและบอกว่าไทยแทรกแซงกิจการภายใน นายกษิตกล่าวว่า การที่เขามีท่าทีถือเป็นเรื่องธรรมดา จะมากจะน้อยหรือแรงอย่างไร เราก็ต้องดู แต่การออกมาไม่ใช่จะหยุดแค่นั้น เพราะมันยังเป็นเรื่องที่ต้องทำงานกันต่อไป เพราะเป้าหมายคือการปรองดองในพม่าซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน
"เรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายใน เพราะความห่วงใยที่เรามีก็เหมือนที่หลายประเทศห่วงใยเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ หรือความเป็นไปบนท้องถนนของไทย ปรารถนาที่จะเห็นเสถียรภาพทางการเมืองในไทย เพราะมันมีความหมายต่อความมั่นคงในภูมิภาคและความเจริญก้าวหน้าของอาเซียนเรื่องความเป็นไปในพม่าเราได้พูดกันมาหลายรอบแล้ว ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ถ้าจะแทรกแซงคือบอกว่าไปจัดตั้งรัฐบาลอย่างนั้นอย่างนี้ในไทย ซึ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อย่างนั้น รัฐบาลพม่าเองก็มีโรดแมป 7 ขั้นอยู่แล้ว เราเพียงแต่สนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายคือการเลือกตั้งในปีหน้าซึ่งต้องมีทุกฝ่ายเข้าร่วม เพื่อความน่าเชื่อถือและประโยชน์ของพม่าเอง นั่นหมายถึงการปล่อยตัวนักโทษการเมืองในพม่าทั้งหลาย ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้เป็นตรรกะในตัวของมันเอง"นายกษิตกล่าว
นายกษิตยังกล่าวถึงการหารือกับนาย Jan Kohout รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเช็กในฐานะประธานอียูในปัจจุบันว่า เขาได้แจ้งให้ทราบว่าอียูได้มีแถลงการณ์ประณามพม่าในเรื่องนางซูจี และได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ชื่นชมท่าทีไทยที่ได้ออกแถลงการณ์ในฐานะประธานอาเซียน โดยสองฝ่ายพร้อมจะร่วมมือกันต่อไป และอียูยังสนับสนุนการดำเนินการของเลขาธิการสหประชาชาติ นายกัมบารี และคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นด้วย
"สิ่งสำคัญคือการปล่อยซูจี และนักโทษการเมืองในพม่าทั้งหมด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการปรองดองในชาติ และทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีความชอบธรรม เพราะไม่อย่างนั้นความน่าเชื่อถือต่อรัฐบาลพม่ามันจะไม่เกิดขึ้น"นายกษิตกล่าว
"สุรินทร์"เผยผู้นำอาเซียนเตรียมพิจารณาท่าทีต่อพม่าที่ฮานอย
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงกรณีรัฐบาลทหารพม่า ออกแถลงการณ์ปฏิเสธแถลงการณ์อาเซียน ที่กล่าวประณามการพิจารณาคดีนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า และกล่าวหาประเทศไทย ซึ่งออกแถลงการณ์นี้ ในฐานะประธานหมุนเวียนของอาเซียน มีข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของพม่าว่า ผู้นำอาเซียน จะมีการหารือเรื่องนี้ ในเวทีการประชุมเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และการประชุมอาเซียน-อียู ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน
"เรื่องนี้ มีความสำคัญ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ส่วนจะมีท่าทีออกมาในระดับใดเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม"
ทั้งนี้ สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียนมีอย่างน้อย 2-3 ประเทศ ที่แสดงความกังวลเรื่องนี้อย่างชัดเจน รวมถึงประเทศไทย
อียูชมแถลงการณ์อาเซียนกดดันพม่า
นางเบนิต้า เฟรอ์ริโร่- วัลเนอร์ ตัวแทนคณะกรรมาธิการยุโรปบอกหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ของไทยเช้าวันนี้ว่า ได้หารือนโยบายต่างประเทศ 2 ประเด็น คือเรื่องความขัดแย้งในศรีลังกาและประเด็นพม่า โดยอียูเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อินเดียและอาเซียน ซึ่งมีอิทธิพลต่อพม่ามากที่สุด เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ และเธอมีกำหนดการหารือกับนายเนียน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าระหว่างการประชุมอาเซม ที่กรุงฮานอยของเวียดนามด้วย
นางเบนิต้ายัง แสดงความยินดีต่อแถลงการณ์ที่ยอดเยี่ยมของอาเซียนในการกดดันพม่า พร้อมย้ำว่า อียูได้ดำเนินการคว่ำบาตรอย่างชาญฉลาดต่อพม่า คือไม่ให้การคว่ำบาตรส่งผลต่อประชาชน แต่พุ่งเป้าไปที่รัฐบาลทหารพม่าโดยตรง และเรียกร้องให้พม่าปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดรวมถึงนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าด้วย และว่า อียูยังช่วยด้านมนุษยธรรม การพัฒนา และความมั่นคงด้านอาหารต่อชาวพม่าด้วย อย่างเมื่อปีที่แล้วอียูได้ให้ความช่วยเหลือต่อพม่าถึง 156 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5 พัน 4 ร้อยล้านบาท
นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังสนับสนุนการก้าวสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนของไทย เป็นประชาธิปไตยในรัฐสภา ไม่ใช่ตามท้องถนน และต้องการเห็นประชาธิปไตยของไทยเน้นที่ "นโยบาย" ไม่ใช่ "ตัวบุคคล" พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอียูให้แน่นแฟ้นมากขึ้น
และในวันนี้การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซม ที่จัดขึ้นที่กรุงฮานอยของเวียดนามนาน 2 วันได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีตัวแทนจาก 45 ชาติในเอเชียและยุโรป ได้เริ่มหารือเพื่อหาทางรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และหาหนทางในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาโลกร้อน และโรคระบาดต่าง ๆ อย่างโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ก็คาดกันว่าเรื่องการพิจารณาคดีนางออง
ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า จะบดบังประเด็นสำคัญอื่นๆ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลชาติสมาชิกอาเซมแทบไม่เคยหารือกันในเรื่องการจัดการกับรัฐบาลทหารพม่า ที่ถูกกดดันอย่างหนักจากประชาคมโลกให้ปฏิรูปประชาธิปไตย และปล่อยตัวนางซูจี



