ข่าว

ภาคปชช.ยื่นชื่อถอด'กสทช.'ส่อทุจริต3จี

ภาคปชช.ยื่นชื่อถอด'กสทช.'ส่อทุจริต3จี

18 ต.ค. 2555

ตัวแทนภาคประชาชน นำรายชื่อ 57,904 ราย ยื่น "นิคม" เพื่อพิจารณาถอด กสทช. มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต "อนุกมธ.สอบทุจริต" สว. รับเรื่องสอบพฤติกรรมของ"กทค." ด้าน"สอบ."ยื่นกมธ.วุฒิสภาสอบด้วย

          วันที่ 18 ตค.55  เวลา 09.45 น. นายสุรศักดิ์ ศิริพรอดุลศิลป์ ตัวแทนภาคประชาชน ได้นำรายชื่อประชาชน จำนวน 57,904 คน ยื่นต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้พิจารณาถอดถอนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกอบด้วย พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี, พ.อ.นที ศุกลรัตน์, พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ, พล.อ.พีระพงษ์ มานะกิจ, นายสุทธิพล ทวีชัยการ, พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า, นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์, นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์, น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์, นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ออกจากตำแหน่ง  
 
          โดยการถอดถอนครี้งนี้ได้แจ้งเหตุผลว่า 1.กสทช. มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ในกรณีการจัดประมูลเพื่อการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz หรือ 3 จี ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 โดยหลักเกณฑ์การประมูล 3 จี ที่ได้กำหนดไว้นั้นส่งผลให้ไม่เกิดการแข่งขันและมีลักษณะส่งเสริมการฮั้วประมูลเกิดขั้น เพราะจำนวนคลื่นที่มีอยู่ลงตัวกับจำนวนของผู้เข้าประมูล อีกราคาประมูลตั้งต้นมีเพียง 4,500 ล้านบาท ผลการประมูลทั้ง 9 สล็อต พบว่าเพิ่มจากราคาตั้งต้นที่ 40,500  ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นเพียง 2.8 เปอร์เซ็นต์ ที่มีมูลค่า 41,650 ล้านบาทเท่านั้น และเมื่อเทียบจากราคาประเมิน ทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินถึง 16,335 ล้านบาท โดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาต 15 ปี ต้องจ่ายให้รัฐเพียงปีละ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น
 
          2.มีพฤติการณ์ส่อว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง  เนื่องจากระบบงบประมาณไม่ผ่านรัฐสภา และมีเงินเพื่อใช้ในองค์กรอย่างมหาศาล อีกทั้งมีอำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการสื่อวิทยุ ทีวีในการออกใบอนุญาตทำให้มีอิทธิพลอย่างมากต่อสื่อมวลชน
 
          3.มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1GHz พ.ศ.2555 ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 47  วรรคสาม  เพราะไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
 
          4.ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายโดยใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 โดยใช้กฎหมายไม่มีความเสมอภาค  ซึ่งตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าบุคคลย่อมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม  นอกจากยังมีพฤติกรรมส่อว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจงใจละเว้นการอนุญาตการใช้คลื่นความถี่และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้กับสถานีวิทยุที่ทดลองออกอากาศ และจงใจไม่ออกระเบียบหรือประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาตกิจการกระจายเสียงประเภทบริการชุมชนให้ครอบคลุมตามกฎหมาย
      
          ด้านนายนิคม กล่าวว่า ตนจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดจากสำนักทะเบียนกลาง ส่งให้ ก.ก.ต.ตรวจสอบการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนที่จะส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไปถ้ามีมูลก็จะส่งให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนต่อไป ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน แต่เนื่องจากมีรายชื่อจำนวนมากตนคงต้องขอขยายเวลาออกไป

 

"อนุกมธ.สอบทุจริต" สว. รับเรื่องสอบพฤติกรรมฮั้วประมูล3จี ของ กทค.

           นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมายป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม ในคณะ กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในการประชุม กมธ.ตรวจสอบทุจริตฯ สัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณาตรวจสอบการประมูล 3 จี ของ กสทช. เบื้องต้นจะเชิญคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มาชี้แจงถึงรายละเอียดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดประมูล นอกจากนั้นแล้วในอนุกมธ.ฯ ยังได้รับความเห็นชอบจาก กมธ.ชุดใหญ่ให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายละเอียดที่เกี่ยวกับการประมูล 3 จี หลังจากที่ภาคประชาชนยื่นเรื่องถอดถอน กสทช. ทั้งคณะ เพราะมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบ เบื้องต้นจะมีการเรียกเอกสารจาก กสทช. และ กทค. เป็นรายงานการประชุมย้อนหลัง 4 เดือน และ รายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างบริษัทเพื่อมาดำเนินการจัดประมูล 3จี


สอบ.ยื่นกมธ.วุฒิสภา สอบฮั้วประมูล 3 จี

             น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบการฮั้วและธรรมาภิบาลในการประมูล 3 จี เนื่องจากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ให้บริการ 3 จีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น อยู่ในสภาพไร้การแข่งขันและอาจจะนำมาซึ่งการฮั้วประมูลและเกิดความเสียหายต่อรัฐอย่างชัดเจน เพราะมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 3 บริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ สอบ.ขอให้ตรวจสอบว่าการกระทำของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ที่เป็นผู้จัดประมูล 3 จีนั้น เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดการฮั้วประมูล ตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พรบ.ฮั้วประมูล) หรือไม่ และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การกำหนดเงื่อนไขให้บริการ การประกาศสัญญามาตรฐานในการให้บริการ และราคาค่าบริการที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค เพราะผลการประมูลเอื้อประโยชน์กับผู้ให้บริการนั้นราคาต่ำกว่าทรัพย์สิน รวมทั้งแนวทางในการกำหนดกติกาที่ชัดเจนในการให้ผู้ประมูลหรือผู้รับใบอนุญาตในอนาคตใช้โครงข่ายร่วมกันด้วย